HIFEM

สร้างหุ่นเฟริ์มด้วย HIFEM เทคโนโลยีสร้างกล้ามเนื้อ

ในปัจจุบัน หลายคนอยากที่จะมีหุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์ม แต่ก็ไม่มีเวลาที่จะออกกำลังกาย ทั้งเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน หรือจะออกกำลังกายแต่ละที่ก็ต้องมีอุปสรรคมาคอยขัดขวางตลอด ทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่องสักที แต่ความฝันที่จะมีหุ่นที่ดีนั้นก็ไม่ได้ไกลเกินเอื้อม เพราะตอนนี้ได้มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาคล้ายกับการออกกำลังกาย ถึงแม้ว่าจะนอนอยู่เฉยๆก็ตาม คุณก็สามารถมีหุ่นที่ฟิตแอนด์เฟิร์มอย่างที่ต้องการได้ เทคโนโลยีนั้นเรียกว่า HIFEM นั่นเอง เป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์คนที่อยากมีหุ่นสวย และมีสุขภาพที่ดี แต่ไม่มีเวลาออกกำลังกายเป็นอย่างมาก

ทำความรู้จัก HIFEM คืออะไร

HIFEM (High-Intensity Focused ElectroMagnetic) เป็นเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ใช้สำหรับการกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อ กระชับสัดส่วนต่างๆ ในร่างกายไม่ว่าจะเป็น ต้นแขน ต้นขา หน้าท้อง หรือสะโพก โดยที่ไม่ต้องออกกำลังกายให้เหนื่อย และไม่จำเป็นที่จะต้องศัลยกรรมรูปร่างให้เจ็บตัว มีคุณสมบัติในการลดไขมันหน้าท้องและกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องได้เป็นอย่างดี ในปัจจุบัน HIFEM กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเหล่าดารานักแสดง หรือเน็ตไอดอล ก็นิยมกระชับสัดส่วน และลดน้ำหนักด้วยเทคโนโลยีนี้ และยิ่งไปกว่านั้น HIFEM ยังสามารถนำมารักษาผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อไม่แข็งแรงได้อีกด้วย

หลักการทำงานของ HIFEM มีหลักการทำงานอย่างไร

สำหรับกลไกการทำงานของ HIFEM จะทำงานโดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เมื่อแพทย์ทำการยิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าลงไปยังกระตุ้นชั้นกล้ามเนื้อใต้ชั้นผิวหนัง กล้ามเนื้อจะเกิดการหดเกร็งอย่างรุนแรง และจะมีการหดเกร็งอย่างต่อเนื่องมากถึง 36,000 ครั้ง ภายใน 30 นาทีเลยทีเดียว ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการออกกำลังกายประเภทซิทอัพหรือสควอชหลายเท่า จากนั้นไขมันและกล้ามเนื้อที่เกาะกันอยู่ก็จะสลายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว และร่างกายก็จะสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาใหม่ เป็นกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและยืดหยุ่นมากกว่าเดิม 

หลังจากการทำ HIFEM จะไม่รู้สึกเจ็บหรือปวดแต่อย่างใด ไม่มีบาดแผล จึงไม่ต้องพักฟื้น เพียงแต่จะทำให้รู้สึกเมื่อยล้าในบริเวณที่ทำ ซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ แต่จะต้องทำต่อเนื่องอย่างน้อยประมาณ 4 ครั้ง จึงจะสามารเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน

HIFEM มีข้อดีอย่างไร

ไขมันที่สะสมในช่องท้อง เป็นไขมันที่สลายออกไปได้ยากมาก หากออกกำลังกายประเภทคาดิโอ ก็ต้องทำมากถึง 150 ชั่วโมง/ สัปดาห์ แถมยังลดไขมันได้แค่เพียง 3-6% เท่านั้น อีกทั้งยังต้องอาศัยการคุมอาหารไปด้วยจึงจะเห็นผลลัพธ์ แต่สำหรับการทำ HIFEM เป็นเทคโนโลยีที่สามารถกำจัดไขมันในช่องท้องออกไปได้อย่างง่ายดาย โดยใช้เวลาเพียง 30 นาทีเท่านั้น หากทำอย่างต่อเนื่อง 4 ครั้ง ก็จะสามารถกำจัดออกไปได้หลายเท่าหากเทียบกับการออกกำลังกาย

นอกจากนี้ HIFEM ยังช่วยกระชับสัดส่วนในร่างกายได้เป็นอย่างดี กระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อได้มากถึง 16% ช่วยสร้างซิกแพค ลดไขมัน ทำให้หุ่นสวยได้โดยที่ไม่ต้องออกกำลังกายหรือคุมอาหาร อีกทั้งยังเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพโดยที่ไม่ต้องผ่าตัดให้เจ็บตัวอีกด้วย

การทำ HIFEM เหมาะกับใคร

ผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มกล้ามเนื้ออย่างเร่งด่วน เนื่องจากไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย

  • ผู้ที่ต้องการให้รูปร่างดูกระชับ ดูเฟิร์ม และดูแข็งแรง
  • ผู้ที่ต้องการกระชับผิวบริเวณหน้าท้อง ลดสัดส่วนหน้าท้องซึ่งเป็นปัญหาหลังการคลอดบุตร 
  • ผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรง 
  • ผู้ที่เคยได้รับบาดเจ็บจากการออกกำลังกายและไม่สามารถออกกำลังกายได้

ใครบ้างที่ไม่ควรทำ HIFEM

  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคที่เกี่ยวกับสมอง โรคหัวใจ ความดัน โรคที่เกี่ยวกับระบบไหลเวียนของโลหิต โรคมะเร็ง โรคบมชัก เป็นต้น
  • ผู้ที่เคยประสบอุบัติเหตุและต้องฝังเหล็กไว้ในร่างกาย 
  • ผู้ที่มีประวัติการเข้าโรงพยาบาลและต้องฝังเครื่องกระตุ้นประสาทในร่างกาย
  • ผู้ที่เคยได้รับการผ่าตัดเกี่ยวกับการกระตุ้นกล้ามเนื้อ 
  • ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด
  • ผู้ที่มีการทำทรีตเมนท์บริเวณที่มีการเจริญเติบโตของกระดูก
  • ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในระหว่างการให้นมบุตร
  • ผู้ที่กำลังป่วย มีไข้สูง หรือมีประจำเดือน ให้เลื่อนกำหนดการณ์ในการทำออกไปก่อน

การทำ HIFEM สามารถทำบริเวณไหนได้บ้าง

การทำ HIFEM จะเป็นการส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าลงไปยังกระตุ้นชั้นกล้ามเนื้อใต้ชั้นผิวหนังในบริเวณต่างๆ ในร่างกาย จึงสามารถใช้ได้แทบทุกส่วนบนร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น 

  • การทำ HIFEM บริเวณหน้าท้อง
  • การทำ HIFEM บริเวณต้นแขน
  • การทำ HIFEM บริเวณต้นขา
  • การทำ HIFEM บริเวณน่อง
  • การทำ HIFEM บริเวณสะโพก
  • การทำ HIFEM บริเวณบั้นท้าย

การเตรียมตัวก่อนทำ HIFEM

การเตรียมตัวก่อนทำ HIFEM ไม่จำเป็นจะต้องมีการงดหรือหลีกเลี่ยงอะไร เพราะเป็นเพียงแค่การกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อเท่านั้น ไม่ใช่การฉีด ผ่าตัด หรือศัลยกรรม เพียงแต่ต้องแจ้งโรคประจำตัวและรายละเอียดเกี่ยวกับสุขภาพให้ครบถ้วน และจะต้องงดอาหารก่อนการรักษาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

ขั้นตอนของการทำ HIFEM เป็นอย่างไร

  1. ขั้นตอนแรกก่อนเข้ารับการรักษา จะต้องเข้าพบแพทย์เพื่อวิเคราะห์กล้ามเนื้อในร่างกายอย่างละเอียด เพื่อที่จะได้รับการรักษาอย่างถูกตอง ในขั้นตอนนี้ ผู้เข้ารับการรักษาจะต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับสุขภาพให้ครบถ้วน
  2. เมื่อตรวจรายละเอียดต่างๆ พร้อมสำหรับการทำ HIFEM แล้ว จะต้องเปลี่ยนชุดสำหรับการรักษา และถอดเครื่องประดับออกให้หมด
  3. จากนั้น แพทย์จะทำการติดแอปพลิเคเตอร์ (Applicator) ในบริเวณที่ต้องการกระตุ้นกล้ามเนื้อ พร้อมปรับค่าพลังงานให้เหมาะสม
  4. ในระหว่างการทำ HIFEM จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที
  5. หลังจากทำ HIFEM เสร็จสิ้นแล้ว ผู้เข้ารับการรักษาก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องพักฟื้น 

การดูแลตัวเองหลังทำ HIFEM

หลังจากการทำ HIFEM ผู้เข้ารับการรักษา สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ต้องมีการพักฟื้น ไม่เจ็บ และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ แต่จะต้องงดอาหารอย่างน้อยประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นสามารถทานอาหารได้ตามปกติ โดยเน้นอาหารประเภทโปรตีน และดื่มน้ำเปล่าในปริมาณมาก

การทำ HIFEM มีผลข้างเคียงหลังทำอย่างไร

การทำ HIFEM ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย ไม่รู้สึกเจ็บ ปวด ไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้น เพียงแค่จะมีอาการเหนื่อยและเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นหลังทำ ให้ความรู้สึกเหมือนเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ เนื่องจากในการทำ HIFEM ประมาณ 30 นาที จะเทียบเท่ากับการออกกำลังกายมาประมาณ 5-6 ชั่วโมง

ข้อสรุป

HIFEM เป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล เป็นเทคโนโลยีที่สามารถกระชับสัดส่วน สร้างกล้ามเนื้อ ลดไขมันหน้าท้องและส่วนอื่นๆ ได้โดยที่ไม่ต้องออกกำลังกาย ช่วยให้หุ่นสวย กระชับ สะดวกและปลอดภัย อีกทั้งยังไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายอีกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ควรเข้ารับการรักษากับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและคลินิกที่เชื่อถือได้เท่านั้น หากสนใจลดไขมัน กระชับสัดส่วนด้วย HIFEM สามารถปรึกษาได้เลยค่ะ