วิธีลดแก้มลดเหนียง ปรับหน้ากลมเป็นหน้าเรียว

Contents hide

หน้ากลม รูปหน้าไม่ชัด มีเหนียงเป็นชั้นเพราะไขมันสะสมบริเวณหน้า เริ่มลดไขมันด้วยวิธีออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารก็ไม่ได้ผล สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาที่ใครหลายคนกำลังพบเจออยู่หรือเปล่า ถ้าใช่ หมอมีวิธีลดแก้มลดเหนียงและวิธีทำให้หน้าเรียวด้วยเมโสแฟตมาแนะนำ

หากใครอยากรู้ว่า เมโสแฟตคืออะไร ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ไขมันสะสมกลายเป็นเหนียง วิธีลดไขมันแก้มมีอะไรบ้าง ต้องปฏิบัติตัวก่อนและหลังฉีดเมโสแฟตอย่างไร จะเป็นอันตรายไหม ฉีดเมโสแฟตเหมาะกับใครบ้าง และสารพัดคำถามอื่นๆ ที่เป็นข้อสงสัย หมอมีคำตอบให้กับทุกคนในบทความนี้


 เมโสแฟตคืออะไร 

เมโสแฟต คือ วิธีการรักษาแบบเมโสเทอราพี (Mesotherapy) ชนิดหนึ่ง ที่หมอจะใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน กรดอะมิโน หรือตัวยาอื่นๆ ฉีดเข้าสู่ผิวหนังชั้นกลาง เพื่อกระตุ้นให้ไขมันสะสมสลายตัว ทำให้หน้าเรียวกระชับ ช่วยปรับโครงสร้างเซลล์ผิวให้แข็งแรงสุขภาพดี ซึ่งบริเวณที่นิยมฉีดเมโสแฟต ได้แก่

  • แก้มและเหนียง
  • ต้นแขน
  • หน้าท้อง
  • ต้นขา
  • สะโพก
  • น่อง

ทั้งนี้ การฉีดเมโสแฟตลดแก้มลดเหนียงยังช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ ทำให้หน้าดูกระจ่างใส ไร้สิวฝ้า และรอยหมองคล้ำ รวมถึงเมโสแฟตยังช่วยกระชับรูขุมขนและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นวิธีลดแก้มเหนียงที่หมอแนะนำให้กับผู้ที่หน้ากลมและมีไขมันลดยาก

การฉีดเมโสแฟต คืออะไร

 ปัจจัยที่ทำให้เกิดไขมันสะสมแก้มเหนียง

เนื่องจากไขมันสะสมแก้มเหนียงสามารถเกิดได้จากหลายๆ ปัจจัย ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ซี่งแบ่งได้ดังนี้

  • อาหาร

แก้มและเหนียงเกิดจากไขมันสะสมใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งเกิดจากการที่เรารับประทานอาหารประเภทแป้ง ไขมัน และน้ำตาลเข้าไป โดยอาหารเหล่านี้จะแปรสภาพเป็นไขมัน แล้วเข้าสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เกิดเป็นไขมันสะสมลดยากบริเวณแก้มและคางในที่สุด

  • กรรมพันธุ์

กรรมพันธุ์เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรามีแก้มและเหนียง หากคนในครอบครัวมีเนื้อแก้มจำนวนมาก โครงสร้างใบหน้าใหญ่ มีต่อมไขมันจำนวนมาก หรือสภาพผิวหน้าห้อยย้อยจนกลายเป็นเหนียงหรือคาง 2 ชั้น ก็อาจจะกลายเป็นคนที่ลดแก้มลดเหนียงได้ยาก กว่าจะสลายไขมันแก้มได้หมดต้องใช้เวลานาน

  • อายุและช่วงวัย

อายุที่เพิ่มขึ้นก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดไขมันสะสม เพราะระบบการเผาผลาญของร่างกายไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไขมันจึงไม่ได้ถูกนำไปใช้อย่างเต็มที่

จะเห็นว่าปัจจัยที่หมอกล่าวมา ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร พันธุกรรม และอายุ ล้วนเป็นอุปสรรคที่ทำให้เราลดแก้มลดเหนียงยากขึ้น ซึ่งหากใครประสบปัญหาเหล่านี้อยู่ หมอมีวิธีลดแก้มเหนียงอย่างถูกวิธี รวดเร็ว และปลอดภัยมาแนะนำในหัวข้อถัดไป


 วิธีลดเหนียง ลดแก้ม

เนื่องจากแก้มและเหนียงเกิดจากไขมันสะสม วิธีลดแก้มเหนียงจึงต้องเริ่มจากการกำจัดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย ซึ่งหมอขอแนะนำ 2 วิธีลดแก้มและเหนียง ตลอดจนวิธีทำให้หน้าเรียว ดังนี้

 ลดแก้มแบบธรรมชาติ

วิธีนี้เป็นการสลายไขมันแก้ม ช่วยทำให้หน้าเรียวที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยหมอจะแนะนำให้ผู้ที่มีระบบเผาผลาญไขมันดีอยู่แล้ว เนื่องจากไขมันจะสลายตัวได้ง่าย โดยวิธีลดแก้มแบบธรรมชาติ ได้แก่

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 

หมอแนะนำให้ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น เดินเร็ว วิ่ง ว่ายน้ำ เต้น ปั่นจักรยาน เป็นต้น เพราะเป็นวิธีที่ใช้พลังงานเยอะและใช้ร่างกายแทบทุกส่วน โดยอย่างน้อยที่สุด ควรออกกำลังกายประมาณวันละ 20-30 นาที เพื่อให้ร่างกายดึงไขมันออกมาให้มากพอ ๆ กับที่ได้รับเข้าไป

  • การควบคุมอาหาร 

ปัจจัยสำคัญของการสะสมไขมัน หมอแนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้ง ไขมัน น้ำตาล ทั้งนี้ควรรับประทานผักผลไม้และอาหารที่มีไฟเบอร์สูง เพราะอาหารเหล่านี้จะช่วยลดการสะสมไขมัน รวมถึงช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสุขภาพดีด้วย

ผลลัพธ์ของวิธีลดแก้มเหนียงแบบธรรมชาติที่หมอกล่าวมานี้ นอกจากจะช่วยสลายไขมันแก้ม ทำให้ลดแก้มลดเหนียง และทำให้หน้าเรียวเข้ารูปแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดในสมองได้อีกด้วย

 ลดแก้มแบบเร่งด่วน

วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่ลดแก้มลดเหนียงได้ยาก ไม่สามารถสลายไขมันแก้มได้ด้วยวิธีออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว 

ทั้งนี้ การลดแก้มแบบเร่งด่วนมีหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งวิธีที่หมอเห็นว่าปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการทำ HIFU ปรับรูปหน้า การร้อยไหมลดแก้ม และการฉีดโบท็อกลดกราม ซึ่งวิธีที่เห็นผลที่ได้รับความสนใจคือ  การฉีดเมโสแฟตลดเหนียง โดยอาจจะทำคู่กับการสลายไขมันวิธีอื่น เพื่อให้เห็นผลเร็วยิ่งขึ้น


 ฉีดเมโสแฟต อันตรายไหม ?

ส่วนใหญ่แล้ว การฉีดเมโสแฟตลดแก้มเหนียงเพื่อทำให้หน้าเรียวจะไม่ก่อให้เกิดอันตราย เพราะหมอใช้สารสกัดและวิตามินจากธรรมชาติ รวมถึงใช้ตัวยาที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 

อีกทั้งเมื่อสารสกัดและตัวยาออกฤทธิ์สลายไขมันแล้ว ก็จะถูกขับออกมาในรูปแบบของเสียในร่างกายพร้อมไขมัน ดังนั้น เมโสแฟตจึงไม่ตกค้างหรือสะสมในร่างกาย ลดแก้มลดเหนียงด้วยวิธีนี้จึงมีความปลอดภัยสูง


 ฉีดเมโสแฟตสลายไขมันแก้มได้อย่างไร

หมอจะใช้สารสกัดจากธรรมชาติและตัวยาที่มีฤทธิ์สลายไขมันแก้ม อย่าง Artichoke extract Phosphatidylcholine และ L-carnitine ฉีดลงใต้ชั้นผิวหนังชั้นกลาง เพื่อให้ยาออกฤทธิ์สลายไขมันแก้ม ยับยังการสังเคราะห์กรดไขมัน และลดการสร้างเซลล์ไขมัน เป็นผลทำให้หน้าเรียวเล็กลง ลดไขมันแก้ม และทำให้ผิวหน้ากระชับสุขภาพดี เนื่องจากได้รับการกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจน ซึ่งตามปกติแล้ว หมอจะฉีดเมโสแฟตให้คนไข้โดยประเมินจากปริมาณไขมันแก้มและเหนียงของคนไข้ซึ่งแต่ละบุคคลจะแตกต่างกัน


 การฉีดเมโสแฟต ทำคู่กับการสลายไขมันวิธีอื่น

การฉีดเมโสแฟตลดเหนียงและแก้ม เหมาะสำหรับการสลายไขมันเฉพาะจุด โดยเฉพาะบริเวณที่ไขมันไม่สามารถสลายด้วยการออกกำลังกาย เพื่อให้หน้าเรียวเร็วและสลายไขมันแก้มได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หมอนิยมฉีดเมโสแฟตร่วมกับการทำหัตถการสลายไขมันวิธีอื่นด้วย ดังนี้

 การทำไฮ่ฟู (HIFU)

HIFU หรือชื่อเต็มคือ High Intensity Focus Ultrasound เป็นวิธีลดแก้มเหนียงด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ซึ่งหมอจะยิงคลื่นเสียงนี้เข้าสู่ผิวหนังในระดับชั้น SMAS เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน อีลาสติน และเนื้อเยื่อใหม่ เป็นผลทำให้หน้าเรียวกระชับเข้ารูป

ตามปกติแล้ว หมอใช้ HIFU ลดเหนียงช่วยในเรื่องการปรับโครงหน้าให้เข้ารูปชัดขึ้น อีกทั้งยังใช้ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินให้แข็งแรง ทำให้หน้าตึงกระชับ ไร้ริ้วรอย แลดูอ่อนเยาว์ ดังนั้น หากผู้รักษาเลือกฉีดเมโสแฟตเพื่อสลายไขมันแก้มและลดไขมันเหนียงแล้ว ก็สามารถทำ HIFU หน้าเรียวควบคู่ไปด้วยได้ เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูชัด และยกกระชับผิวหน้าให้เรียบเนียนสวยใส 

การทำ HIFU

 การฉีดโบท็อก (BOTOX)

การฉีดโบท็อก คือ วิธีลดเลือนริ้วรอยและกระชับรูปหน้าให้เห็นกรอบหน้าชัดขึ้น โดยหมอจะฉีดสารโปรตีนที่สร้างจากแบคทีเรียเข้าสู่ผิวหน้า เพื่อเข้าไปยับยั้งการทำงานของเส้นประสาทบริเวณใบหน้า ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าทำงานน้อยลง ส่งผลให้ริ้วรอยดูจางลง นอกจากนี้ หากฉีดโบท็อกเข้ากราม ก็จะทำให้กล้ามเนื้อกรามเล็กลงได้ นับเป็นอีกหนึ่งวิธีทำหน้าให้เรียวที่เห็นผลชัดเจน

ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้รักษาลดไขมันแก้มแล้ว แต่ยังมีกล้ามเนื้อกรามที่ทำให้หน้าดูใหญ่ ผู้รักษาสามารถฉีดเมโสแฟตร่วมกับฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดแก้มลดเหนียงได้ โดยหมอจะใช้เมโสแฟตเพื่อสลายไขมันแก้มและเหนียง เพื่อลดไขมันแก้มและเหนียงก่อน จากนั้นจึงใช้โบท็อกซ์เพื่อลดกรามร่วมด้วย

การฉีด BOTOX

 ร้อยไหม

สำหรับวิธีร้อยไหม คือ วิธีทำให้หน้าเรียวเล็กเข้ารูปด้วยเส้นไหม โดยหมอจะใช้เข็มสอดเส้นไหมละลายใต้ผิวหนัง เพื่อให้เงี่ยงของไหมดึงกระชับผิวหน้า ทั้งยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงกระชับ ช่วยลดเลือนริ้วรอย และทำให้ผิวหน้าดูเอิบอิ่มสุขภาพดี

อย่างไรก็ดี ผู้รักษาสามารถฉีดเมโสแฟตร่วมกับร้อยไหมเพื่อลดแก้มลดเหนียงได้ โดยหมอจะฉีดเมโสแฟตเพื่อสลายไขมันแก้มก่อน จากนั้นหมอจะร้อยไหมบริเวณแก้ม เพื่อยกกระชับแก้มไม่ให้หย่อนคล้อย ทั้ง 2 วิธี จึงเป็นวิธีทำให้หน้าเรียวที่เสริมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

การร้อยไหม

 การเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสแฟต และหลังฉีดเมโสแฟต

เพื่อให้การฉีดเมโสแฟตได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพ รวมถึงยังสามารถรักษาสภาพหลังการฉีดให้คงอยู่ได้นาน ๆ หมอจึงนำวิธีการเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสแฟตและการปฏิบัติตัวหลังฉีดเมโสแฟตมาฝากทุกคน ดังต่อไปนี้

 ข้อปฎิบัติก่อนฉีดเมโสแฟต

การเตรียมตัวก่อนฉีดเมโสแฟตลดแก้มลดเหนียงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ร่างกายได้รับผลข้างเคียงให้น้อยที่สุด หมอแนะนำให้ปฏิบัติตัว ดังนี้

  • งดกลุ่มยาแก้ปวดแอสไพรินและยาต้านการแข็งตัวของเลือดก่อนเข้ารับการฉีด 48 ชั่วโมง
  • งดวิตามิน และอาหารเสริมต่าง ๆ ก่อนฉีดเมโสแฟตลดแก้มลดเหนียง 1 สัปดาห์
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้ารับการฉีดเมโสแฟตลดแก้มลดเหนียง 24 ชั่วโมง
  • ผู้มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดก่อนเข้ารับการฉีด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้มีอาการแพ้สารสกัดหรือตัวยาบางชนิด ควรแจ้งประวัติการแพ้ยาและอาการแพ้ต่าง ๆ อย่างละเอียด

 ข้อปฎิบัติหลังการฉีดเมโสแฟต

หากไม่อยากให้เกิดอาการอักเสบหรือผลข้างเคียงใด ๆ รวมถึงอยากรักษารูปหน้าให้เรียวเล็กกระชับและลดไขมันแก้มให้อยู่ได้นาน หลังฉีดเมโสแฟตลดแก้มลดเหนียงแล้ว หมอแนะนำให้ปฏิบัติตัว ดังนี้

  • หลังฉีดเมโสแฟตลดแก้มลดเหนียง ไม่ควรกดหรือนวดหน้า เพราะตัวยาที่ฉีดจะยังไม่ยุบตัว หากได้รับการกระทบกระเทือนมากอาจทำให้เกิดการอักเสบได้
  • ห้ามเข้าอบซาวหน้า นวดหน้า หรือทำเลเซอร์หลังฉีดเมโสแฟต 1 สัปดาห์
  • ดื่มน้ำเยอะ ๆ อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพื่อขับไขมันที่สลายตัวและสารสกัด รวมถึงตัวยาต่าง ๆ ที่ฉีดเข้าสู่ร่างกายออกมา
  • หลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้ง ไขมัน น้ำตาล รวมถึงงดดื่มแอลกอฮอล์หลังฉีด เพื่อลดโอกาสการเกิดไขมันสะสม

 ใครที่เหมาะกับการฉีดเมโสแฟตลดแก้มลดเหนียง

หมอจะใช้เมโสแฟตลดแก้มลดเหนียงกับบุคคลที่ต้องการลดไขมันแก้ม โดยพิจารณจากเกณฑ์ดังต่อไปนี้

  • เป็นผู้ที่ต้องการลดไขมันสะสมบริเวณแก้ม คาง และเหนียง
  • เป็นผู้ที่ไม่สามารถสลายไขมันแก้ม ด้วยวิธีการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารได้
  • เป็นผู้ที่ต้องการลดไขมันแก้มและเหนียงโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • เป็นผู้ที่ไม่มีอาการแพ้สารสกัดจากธรรมชาติและตัวยาที่ใช้ฉีดเมโสแฟตลดแก้มลดเหนียง

 ข้อห้ามการฉีดเมโสแฟตใครบ้างที่ไม่ควรฉีด

เพื่อความปลอดภัยของผู้รักษา หมอจะไม่ฉีดเมโสแฟตลดแก้มลดเหนียงให้กับบุคคล ดังต่อไปนี้

  • สตรีมีครรภ์ และกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  • ผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  • ผู้ที่อยู่ในกลุ่มโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือผู้ที่ติดเชื้อได้ง่าย
  • ผู้ป่วยโรคลิ่มเลือดอุดตัน และต้องรับประทานยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด 
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจนต้องรับประทานยาหลายชนิด

 เมโสแฟตเห็นผลเมื่อไหร่

ตามปกติแล้ว ฉีดเมโสแฟตลดแก้มลดเหนียงจะเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ เนื่องจากหลังฉีดครั้งแรก เมโสแฟตสามารถสลายไขมันแก้มได้ถึง 10-15% และจะเห็นผลเต็มที่เมื่อฉีดซ้ำ 4-5 ครั้ง โดยห่างกัน 2-3 สัปดาห์ ซึ่งจำนวนครั้งที่ฉีดหมอจะประเมินจากปริมาณไขมันแก้มและไขมันเหนียงของแต่ละคนด้วย

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ของเมโสแฟตลดแก้มลดเหนียงจะอยู่ได้นาน 2-3 เดือน อย่างไรก็ตาม หากดูแลตัวเองให้ดี หมั่นออกกำลังกายและปรับพฤติกรรมการกินตามที่หมอได้แนะนำไปข้างต้น ไขมันก็จะไม่สะสมเพิ่มขึ้น ทำให้ผลลัพธ์ของเมโสแฟตก็คงอยู่ได้นานขึ้นเช่นกัน


 เมโสแฟตมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

แม้อาการเมโสแฟตจะปลอดภัยและไม่เป็นอันตราย แต่ในบางรายก็อาจจะมีผลข้างเคียงเล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่ผลข้างเคียงที่หมอพบในคนไข้ ได้แก่ 

  • อาการบวมยาบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-2 ชั่วโมง
  • อาการบวมช้ำจากรอยเข็ม โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวหนังบางจะเห็นได้ชัด ซึ่งจะหายไปเองภายใน 5-7 วัน

นอกจากนี้ หมอไม่เจอผลข้างเคียงใดที่ร้ายแรงจากการฉีดเมโสแฟตลดแก้มลดเหนียง เว้นแต่ผู้ที่มีอาการแพ้ในสารสกัดหรือตัวยาที่ใช้ฉีด ซึ่งหากใครที่มีอาการแก้ยา หรือสิ่งต่าง ๆ ควรแจ้งประวัติแพทย์อย่างละเอียดก่อนเสมอ 


 ข้อดี – ข้อเสียการฉีดเมโสแฟตมีอะไรบ้าง

อย่างที่หมอกล่าวข้างต้น เมโสแฟตเป็นวิธีลดแก้มเหนียง ทำให้หน้าเรียวที่ปลอดภัยมาก เพราะยาที่ฉีดเข้าไปในร่างกายเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งวิธีลดไขมันด้วยเข็มอย่างการฉีดเมโสแฟตมีข้อดี คือ 

  • สามารถสลายไขมันแก้มได้ตรงตามจุดที่ต้องการ 
  • ใช้เวลาฉีดเพียงไม่นานประมาณ 20-30 นาที และไม่ต้องผ่าตัด 
  • เห็นผลลัพธ์ว่าช่วยลดไขมันได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนข้อเสียของเสียของเมโสแฟตลดแก้มลดเหนียงนั้น หมอเห็นว่าคงเป็นเรื่องของจำนวนครั้งที่ใช้รักษา กล่าวคือ หากอยากได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและคงอยู่ได้นาน ควรฉีดซ้ำหลาย ๆ ครั้ง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันของผู้รักษาด้วย หากมีไขมันสะสมบริเวณแก้มและคางหรือเหนียงเป็นจำนวนมาก ก็อาจจะต้องฉีดเมโสแฟตหลายครั้งกว่าปกติ

สำหรับข้อควรระวัง หมอแนะนำว่า ควรเลือกฉีดเมโสแฟตกับคลินิกที่ผ่านการรับรองและใช้เมโสแฟตที่ได้มาตรฐาน เพราะหากฉีดด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ไม่สะอาด ก็อาจทำให้บริเวณที่ฉีดของผู้รักษาติดเชื้อได้ อีกทั้งหากใช้เมโสแฟตที่มีส่วนผสมของยาสเตียรอยด์และยาสลายฟิลเลอร์เป็นจำนวนมาก อาจทำให้ผู้รักษาหน้าบวมกว่าเดิมและเป็นอันตรายได้ 

รีวิวการปรับรูปหน้าด้วยโบ?็อกและเมโสแฟต
การปรับรูปหน้าด้วยBotox+Mesofat
การสลายไขมันด้วยโปรแกรม ByeByefat

 ข้อสรุป

เมโสแฟตลดแก้มลดเหนียง หมอจะใช้ฉีดให้ผู้ที่ต้องการลดไขมันบริเวณหน้า สลายไขมันแก้ม และเป็นวิธีช่วยทำให้หน้าเรียวที่เห็นผลไว อย่างไรก็ดี ผู้รักษาสามารถฉีดเมโสแฟตลดแก้มลดเหนียงควบคู่กับหัตถการวิธีอื่นได้  

สำหรับใครที่สนใจวิธีลดแก้มลดเหนียงและวิธีทำให้หน้าเรียวแบบเร่งด่วน อีกทั้งยังอยากศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมสามารถแอดไลน์ @ayaclinic หรือโทรศัพท์ 090-970-0447 เพื่อพูดคุยกับหมอโดยตรงเกี่ยวกับเมโสแฟตลดแก้มลดเหนียง หรือหัตการวิธีอื่น ๆ


เอกสารอ้างอิง

Ramona Sinha. (2022). Mesotherapy For The Face – Benefits, Procedure, And Side Effects. 

Retrieve from https://www.stylecraze.com/articles/mesotherapy-for-face/ 

Stephanie Watson. (2018). What Is Mesotherapy?. Retrieve from https://www.healthline.com/health/mesotherapy 

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *