Contents hide
1 ACNE CLEAR TREATMENT รักษาสิวที่ต้นเหตุ ไม่ให้สิวกลับมาเป็นซ้ำ

ACNE CLEAR TREATMENT รักษาสิวที่ต้นเหตุ ไม่ให้สิวกลับมาเป็นซ้ำ

รักษาสิว

สิว” เป็นปัญหากวนใจของใครหลายๆคน ไม่เฉพาะแต่วัยรุ่นเท่านั้น สำหรับวัยผู้ใหญ่เอง “สิว” ก็เป็นปัญหาใหญ่ที่ทำลายความมั่นใจได้มากเช่นกัน การรักษาสิวมีหลากหลายวิธี จะเลือกวิธีรักษาสิวแบบใดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยทั้งชนิดของสิว สภาพผิวหน้า ช่วงอายุ หรือฮอร์โมน เป็นต้น

ชนิดของสิว ไม่ว่าจะเป็นสิวผด สิวอักเสบ สิวอุดตันก็มีวิธีรักษาสิวที่แตกต่างกันออกไป สิวที่เป็นตอนวัยรุ่นกับสิวที่เกิดขึ้นในวัยผู้ใหญ่นั้นก็ไม่เหมือนกัน อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงรอยดำรอยแดงจากสิว รวมถึงรอยสิว รอยแผลเป็นที่รักษาได้ยาก รวมถึงการกลับมาเป็นสิวซ้ำอีก การได้รับการรักษาจากแพทย์ผิวหนังที่มีความเชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณค้นหาวิธีการรักษาสิวที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับผิวของคุณมากที่สุด

ทำความรู้จักสิว คืออะไร

สิว” คือ สภาพของผิวที่รูขุมขุนเกิดการอุดตันจากน้ำมันและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดสิวหัวขาว สิวหัวดำ หรือสิวเสี้ยน แม้ว่าสิวสามารถจะเกิดได้ในทุกช่วงอายุ แต่มักพบได้บ่อยในช่วงวัยรุ่น ปัจจุบันมีวิธีการรักษาสิวที่มีประสิทธิภาพมากมายที่ทำให้ตุ่มนูนหรือสิวบนใบหน้าค่อยๆหายไปได้ แต่หลายครั้งเราจะพบว่า เมื่อสิวบางเม็ดหายไป สิวเม็ดใหม่ก็เกิดขึ้นมา หรือบางกรณีร้ายยิ่งกว่า เพราะสิวเม็ดเก่ายังไม่หาย สิวเม็ดใหม่กลับผุดขึ้นมาไม่หยุด ดังนั้นการรักษาสิวที่ดีที่สุดต้องป้องกันไม่ให้สิวเหล่านั้นกลับมาเป็นซ้ำอีก

สาเหตุของการเกิดสิว  

สิว” เกิดจากการรวมตัวกันของน้ำมันที่ร่างกายผลิตออกมารวมตัวกับเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วไปอุดตันตามรูขุมขนบนผิวของเรา และมีแบคทีเรีย P.acne (Propionibacterium acnes) ที่ก่อให้เกิดสิวติดอยู่ตามรูขุมขนและมันสามารถเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแบคทีเรียนี้อาศัยอยู่บนผิวหน้าของเราตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่หากมีมากจนเกินไปก็ทำให้บริเวณที่เกิดการอุดตันของรูขุมขนเหล่านั้นอักเสบขึ้นมาได้จนกลายเป็นตุ่มหนองหรือสิวอักเสบในที่สุด

ปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสิว  

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าสาเหตุของการเกิดสิวนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย หากเราทราบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดสิว เราก็จะเลือกวิธีรักษาสิวที่เหมาะสมกับผิวหน้าของเราได้ ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก 

ปัจจัยภายใน

ปัจจัยภายในร่างกาย เกิดจากตัวของเราเอง ดังนั้นจึงเป็นปัจจัยที่สามารถควบคุมและหลีกเลี่ยงได้ง่าย ได้แก่

  • ความผิดปกติของฮอร์โมน : ฮอร์โมนเป็นสารเคมีที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่หลายอย่าง เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนที่ผิดไปจากเดิม จึงส่งผลกระทบต่อส่วนต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะในวัยรุ่นที่ฮอร์โมนเพศเพิ่มขึ้นมาก จนไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ขึ้นและผลิตไขมันออกมาในปริมาณมาก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญในการเกิดสิว 
  • โภชนาการที่ไม่เหมาะสม : เช่น การรับประทานอาหารที่มีไขมันมากเกินไป, อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง, การบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมวัวมากเกินไป เหล่านี้ล้วนเป็นอีกปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิว  
  • กรรมพันธุ์ : การศึกษาส่วนใหญ่พบว่าเมื่อพ่อแม่มีประวัติเป็นสิวในวัยรุ่น รุ่นลูกก็มีโอกาสเกิดสิวในวัยรุ่นเช่นกัน หรือในทางกลับกันหากพ่อแม่เป็นสิวในวัยผู้ใหญ่ โอกาสที่ลูกจะเป็นสิวในวัยผู้ใหญ่ก็จะสูงตามไปด้วย เรื่องของพันธุกรรมเป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แต่เราสามารถเลือกวิธีการรักษาสิวที่เหมาะกับตัวของเราเองได้
  • ความเครียด : เป็นอีกหนึ่งปัจจัยภายในร่างกายที่ไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตไขมันออกมามากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว 

ปัจจัยภายนอก

คือ ปัจจัยที่เกิดขึ้นภายนอกร่างกายแต่ส่งผลกระทบต่อตัวเราโดยตรงและโดยอ้อม แม้ส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ แต่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น

  • สภาพอากาศและสภาพแวดล้อมที่เป็นมลพิษ : อุณหภูมิและสภาพอากาศมีผลกับผิวของคนเราโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นอากาศแห้ง ชื้น ร้อนหรือเย็นก็ส่งผลให้เกิดสิวได้ ยิ่งรวมกับมลภาวะบนท้องถนน เช่น ฝุ่นหรือควันจากยานพาหนะหรือส่ิงก่อสร้าง ทำให้เกิดการอุดตันของสิ่งสกปรกที่รูขุมขน เพิ่มโอกาสการเกิดสิวมากขึ้นไปอีก 
  • เครื่องสำอาง : การแต่งหน้ามากเกินไปและล้างเครื่องสำอางออกไม่หมดทำให้มีเครื่องสำอางเหล่านั้นตกค้างอยู่บนใบหน้าแล้วไปอุดตันตามรูขุมขนจนก่อให้เกิดสิวได้
  • ยาและสารเคมีบางชนิด : สารเคมีบางชนิดอาจจะไปกระตุ้นให้เกิดสิวได้ เช่น สเตียรอยด์ เป็นต้น 
  • การทำความสะอาดผิวหน้าไม่ถูกวิธี : การล้างหน้าบ่อยเกินไป หรือการขัดถูอย่างรุนแรง อาจจะทำให้เกราะป้องกันที่เคลือบอยู่บนผิวหน้าถูกทำลายไป ทำให้ผิวแห้งกร้านและเป็นสิวได้ง่าย

สิวมีกี่ประเภท  

สิวถูกแบ่งออกเป็นสองประเภท ได้แก่ สิวอักเสบและสิวที่ไม่อักเสบ ทั้งสองประเภทนั้นอาจจะร้ายแรงขึ้นมาได้ หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา แต่สิวอักเสบมีแนวโน้มจะรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากกว่า

สิวอักเสบ

สิวอักเสบมีลักษณะเป็นตุ่มหนอง ทำให้เกิดรอยแดง นูน บวมและเจ็บปวดบนผิวหนัง มีสีเหลือง, ขาวหรือแดงอยู่ตรงกลางตุ่ม ซึ่งโดยทั่วไปมักเกิดบริเวณใบหน้า แผ่นหลัง หน้าอกและหัวไหล่ สิวหัวหนอง สิวผดหรือสิวหัวช้างก็จัดเป็นสิวอักเสบด้วยเช่นกัน ภายในสิวอักเสบจะประกอบด้วยเชื้อแบคทีเรีย,หนอง, เซลล์ผิวที่ตายแล้วและนำ้มันส่วนเกินรวมกัน ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและรักษาสิวต่างๆ ที่จำหน่ายตามท้องตลาดอาจจะสามารถช่วยป้องกันการเกิดสิวได้ แต่บางกรณีก็จำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ

สิวที่ไม่อักเสบ

สิวชนิดที่ไม่อักเสบนั้นจะเกิดจากการอุดตันของรูขุมขน บางครั้งเราจึงเรียกว่า “สิวอุดตัน” เกิดขึ้นใกล้กับผิวหนังชั้นนอก สิวประเภทนี้เป็นสิวที่ไม่มีอาการบวมและไม่รู้สึกเจ็บปวด สิวที่ไม่อักเสบชนิดที่พบได้บ่อยคือ สิวหัวขาว (สิวหัวปิด) และสิวหัวดำ (สิวหัวเปิด) ซึ่งชื่อของมันเรียกตามลักษณะของสิวและหัวสิว

ระยะความรุนแรงของสิว

ระยะความรุนแรงของสิว ส่วนใหญ่จะแบ่งเป็น 4 ระยะตามลักษณะและความรุนแรง ซึ่งความรุนแรงของสิวจะแตกต่างไปในแต่ละบุคคล หากเราทราบว่าสิวมีลักษณะอย่างไรและอยู่ในระยะใด ก็จะสามารถหาวิธีการที่เหมาะสมในการรักษาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพในคนเดียวกัน ระดับความรุนแรงของสิวอาจจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา อาจจะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน (เช่น ในระหว่างการมีประจำเดือน, ระหว่างตั้งครรภ์ หรือการย่างเข้าสู่วัยรุ่น) หรือระดับความเครียดก็มีผลต่อการเกิดสิวด้วยเช่นกัน ดังนั้นการรักษาสิวจะต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  • ระยะที่หนึ่ง สิวระดับไม่รุนแรง

เป็นระยะที่สิวมีความรุนแรงน้อยที่สุด ประกอบไปด้วยสิวหัวดำ โดยมากจะอยู่บริเวณจมูกและสิวผดที่เป็นตุ่มแดงขนาดเล็ก มักพบได้บริเวณแก้ม ปริมาณสิวมีน้อยและมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวเท่านั้น 

  • ระยะที่สอง สิวระดับปานกลาง

ในระยะที่สองนี้จะมีจำนวนสิวเพิ่มมากขึ้น นอกจากบริเวณทีโซนที่พบได้บ่อย ยังสามารถเจอสิวได้ทุกบริเวณของใบหน้า ผิวหน้าจะมีสิวหัวขาว (สิวหัวปิด) จำนวนมาก ลักษณะเป็นจุดสีขาวหรือสีเหลืองนูน หากบีบจะมีของเหลวสีขาวไหลออกมารอบๆของหัวสิวที่จะมีรอยแดง บ่งบอกถึงการอักเสบเล็กน้อย บางครั้งอาจจะมีอาการบวมร่วมด้วยในบริเวณนั้น นอกจากสิวหัวขาวแล้ว ยังพบตุ่มนูนแดง ผิวหยาบ ไม่สม่ำเสมอ และตุ่มหนองสีเหลืองได้ด้วย ตุ่มแดง (nodule) ที่พบจะเป็นเลือดคั่ง เมื่อบีบจะไม่มีของเหลวไหลออกมาต่างจากตุ่มหนอง (pustule) หากบีบจะมีหนองสีเหลืองปนเลือดออกมา หนองในสิวเกิดจากการสะสมของเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว เซลล์เม็ดเลือดขาวและแบคทีเรีย 

  • ระยะที่สาม สิวระดับรุนแรง

เป็นระยะที่มีการอักเสบมาก พบตุ่มนูนแดง (papules) จำนวนมากทั่วใบหน้า เนื่องจากรอยโรคของสิวเกิดใกล้กันจึงสามารถแพร่กระจายและมารวมตัวกัน ผิวถูกทำลายจากการบีบสิวและบ่อยครั้งทิ้งรอยแผลเป็นหลังจากการรักษาสิว ในสิวที่มีระดับรุนแรง การติดเชื้อจะอยู่ลึกเข้าไปในชั้นผิวหนัง ดังนั้นจะเกิดรอยแดงมากขึ้นและมีอาการบวม 

  • ระยะที่สี่ สิวเรื้อรัง

ระยะนี้มีความรุนแรงมาก มีรอยสิวขนาดใหญ่ การเกิดสิวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะบริเวณบนใบหน้า แต่บางครั้งจะมีสิวขึ้นที่คอ, ไหล่, หลังและแขนด้วย เมื่อสัมผัสที่สิวจะมีลักษณะหนาและแน่น มีสิวที่เป็นก้อนหรือตุ่มน้ำขนาดใหญ่ หรือที่เราเรียกว่าสิวหัวช้าง ขนาดของก้อนสิวนั้นอาจจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณครึ่งเซนติเมตรและพบหนองอยู่ภายในนอกจากสิวที่มีหนอง ก็จะพบสิวที่ไม่มีหนองร่วมด้วย แต่สิวนั้นจะเป็นตุ่มนูน แข็ง เมื่อสัมผัสที่ใบหน้าของผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บปวด แผลเป็นจะพบได้บ่อยเนื่องจากสิวอยู่เกิดลึกลงไปในชั้นผิวหนัง 

บริเวณที่มักเกิดสิว

บางบริเวณต่างๆบนใบหน้ามีแนวโน้มที่จะเกิดสิวได้ง่ายจากหลายสาเหตุ

  • สิวบริเวณไรผมและขมับ : สิวที่เกิดขึ้นบริเวณนี้เราเรียกว่าสิวหน้าผาก (forehead acne) ซึ่งอาจจะเกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมบางชนิด เกิดขึ้นได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย และเป็นได้ทั้งสิวอักเสบ สิวผด หรือสิวอุดตัน
  • สิวบริเวณทีโซน (หน้าผาก, จมูกและคาง) : สิวในบริเวณนี้เกิดจากต่อมไขมันผลิตซีบัมซึ่งเป็นน้ำมันที่ให้ความชุ่มชื้นและปกป้องผิว ซึ่งการผลิตไขมันส่วนเกินนี้มากเกินไปทำให้เกิดสิวได้
  • สิวบริเวณแก้ม : สิวอักเสบหรือสิวผดที่แก้มอาจจะเกิดจากผิวหนังเกิดการเสียดสี เช่น การนอนพิงหมอน การใช้โทรศัพท์แนบกับใบหน้า การใส่หน้ากากอนามัย หรือสวมอุปกรณ์ที่มีสายรัดคาง การหลีกเลี่ยงกับการเสียดสีดังกล่าวก็จะทำให้สิวดีขึ้น
  • สิวในแนวกรามและขากรรไกร : สิวในบริเวณนี้มักจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เกิดขึ้นได้ทั้งในชายและหญิง  

วิธีการรักษาสิวไม่ให้เกิดซ้ำๆ

ในหลายกรณี สิวมักจะเกิดขึ้นซ้ำในบริเวณเดิมๆ เราจึงต้องหาวิธีรักษาสิวที่ยั่งยืนและวิธีการดูแลผิวหน้าที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันการเกิดสิวและรอยแผลเป็น วิธีเหล่านั้นได้แก่ 

  • พยายามไม่ยุ่งกับสิว พยายามเลี่ยงการแคะ แกะหรือสัมผัสสิว แม้ว่าการบีบสิวอาจจะดูเหมือนว่าเป็นวิธีกำจัดสิวออกไปได้อย่างรวดเร็วแต่มักจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นที่ยากจะแก้ไข นอกจากนี้การสัมผัสสิวบ่อยๆ ยังเป็นการถ่ายเทเชื้อแบคทีเรียและน้ำมันจากมือไปสู่บนผิวหน้า ซึ่งเพิ่มโอกาสการเกิดสิวมากขึ้นไปอีก
  • ล้างหน้าเป็นประจำการล้างหน้าวันละสองครั้ง หรือเฉพาะเวลาที่มีเหงื่อ สามารถป้องกันไม่ให้น้ำมันส่วนเกินไปสะสมและอุดตันรูขุมขนได้ แต่ต้องระวังไม่ล้างหน้าบ่อยจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและทำให้อาการของสิวแย่ลงไปอีก
  • การประคบอุ่น การประคบอุ่นจะช่วยให้หัวสิวเปิดออก และช่วยระบายหนองที่คั่งค้างอยู่ จนสิวค่อยๆหายไปในที่สุด วิธีนี้ได้ผลดีโดยเฉพาะสิวชนิดที่เกิดลึกลงไปใต้ผิวหนัง  เราสามารถทำวิธีนี้ได้ง่ายๆด้วยการแช่ผ้าขนหนูในน้ำอุ่นและนำมาประคบที่สิวเป็นเวลา 10-15 นาทีต่อครั้ง สามารถทำได้หลายๆ ครั้งต่อวันจนกว่าสิวจะหาย
  •  ยาและผลิตภัณฑ์จากร้านขายยาที่มีคุณภาพ การใช้ยาบางชนิดอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพในการช่วยยับยั้งการเกิดสิวได้ อย่างไรก็ตามยาและสารเคมีบางอย่างอาจจะทำให้ผิวแห้งและมีผลข้างเคียงอื่นๆ จึงต้องปฏิบัติตามคำแนะนำในการใช้ยาและผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอย่างเคร่งครัด
  • การใช้สเตียรอยด์การใช้คอร์ติโซน ซึ่งเป็นสารประเภทสเตียรอยด์ฮอร์โมนที่หลั่งจากต่อมหมวกไต สามารถช่วยลดรอยแดงและการอักเสบได้ แต่ยังไม่สามารถรักษาต้นตอของการเกิดสิวได้ อีกทั้งในการใช้คอร์ติโซนยังมีข้อควรระวังในการใช้อีกมากมาย
  •  การใช้ยาและวิธีรักษาสิวตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ความเข้มข้นของยาหรือยารักษาสิวอักเสบบางชนิด จำเป็นต้องให้แพทย์สั่ง หรือวิธีการรักษาสิวบางอย่าง ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เช่น การใช้เลเซอร์รักษาสิว การกดสิว การฉีดสิว เป็นต้น

ขั้นตอนการรักษาสิวในโปรแกรม Acne clear treatment

โปรแกรมการรักษาสิว เพื่อผิวเนียนใส นอกจากจะลดสิวดูแลผิวหน้าแล้ว ยังช่วยยับยั้งสาเหตุของการเกิดสิวได้อีกด้วย มีขั้นตอนการรักษาสิวต่างๆ มีดังต่อไปนี้ 

กดสิว

การกดสิว คือ การสะกิดที่หัวสิวด้วยเข็มหรืออุปกรณ์ปลอดเชื้อ และบีบหรือกดสิวเพื่อให้สิ่งสกปรกหรือของเหลวที่อุดตันอยู่ไหลออกมา 

ฉีดสิว

การฉีดสิว คือ การฉีดสเตียรอยด์เข้าไปในตำแหน่งที่เกิดสิวอักเสบโดยตรง เพื่อลดการอักเสบอย่างรวดเร็ว ทำให้สิวยุบตัวลงเร็วกว่าการใช้ยาทาตามปกติ 

ยากิน

การรับประทานยาฆ่าเชื้อหรือยาต้านจุลชีพเพื่อรักษาอาการอักเสบของสิว ซึ่งนอกจากออกฤทธิ์ต้านการอักเสบแล้ว ยังช่วยป้องกันการเกิดคอมิโดนที่เป็นต้นตอของการเกิดสิวได้อีกด้วย ในเคสที่มีสิวรุนแรง คุณหมออาจพิจารณาจ่ายยาในกลุ่มกรดวิตามินเอเพื่อลดการทำงานของต่อมไขมัน

ยาทา

การใช้ยาปฏิชีวนะ,กรดวิตามินเอ,สารเคมีบางตัวทาเพื่อรักษาสิวซึ่งมีหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่จะออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค และลดการเกิดไขมันอุดตันอันเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว การใช้ยาทาบางชนิดควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัด 

มาสก์ฆ่าเชื้อสิว

มาสก์ฆ่าเชื้อสิวจะช่วยรักษาได้ทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตัน ช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก ขจัดทั้งสิ่งสกปรกและความบนส่วนเกินบนใบหน้า ออกฤทธิ์ต้านการอักเสบและฆ่าเชื้อแบคทีเรียไปพร้อมๆกัน 

การรักษาสิวจะเห็นผลเมื่อไร และควรรับการรักษาอย่างไร

การรักษาสิวจะได้ผลเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นชนิดและความรุนแรงของสิวที่เป็น  รวมถึงประเภทของยาและวิธีรักษาสิวที่เลือกใช้ว่าเหมาะสมกับสภาพผิวหรือตรงตามชนิดของสิวที่เป็นหรือไม่ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของตัวคนไข้เองอีกด้วย เช่น การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัดก็ช่วยให้แผนการรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว 

ดังนั้นเมื่อเป็นสิว จึงควรปรึกษาคุณหมอเพื่อทำการประเมินสาเหตุ อาการและเลือกวิธีรักษาสิวที่ถูกต้อง เหมาะสมกับเรามากที่สุด ซึ่งคุณหมอมักจะแนะนำให้ทำการรักษาต่อเนื่องเป็นโปรแกรมคอร์ส สำหรับ Acne clear program จะใช้ระยะเวลา 10 สัปดาห์ในการรักษาสิว ซึ่งเป็นระยะเวลาเฉลี่ยที่สิวดีขึ้นมากกว่า 80% เมื่อคนไข้มาพบแพทย์ตามนัดและทำการรักษาอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์

ข้อปฏิบัติที่ควรหลีกเลี่ยงหลังการรักษาสิว

  • หลีกเลี่ยงการแคะ แกะ เกาบริเวณที่เป็นสิวหรืออยู่ระหว่างการรักษาสิว
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและดูแลผิวหน้าสูตรอ่อนโยน งดใช้ยาหรือสารเคมีบางอย่างที่ออกฤทธ์ิรุนแรงหรือมีความเข้มข้นสูง หรือเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องสำอางที่ไม่เคยใช้มาก่อน เพื่อป้องกันการแพ้หรือระคายเคือง 
  • ควรใช้ยาทาและยารับประทานตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆ ที่กระตุ้นการเกิดสิว เช่น ความเครียด เหงื่อ การพักผ่อนไม่เพียงพอ การทานผลิตภัณฑ์จากนมวัว ฯลฯ 
  • รักษาความสะอาดบริเวณที่เป็นสิว 
  • ลดการเสียดสีบริเวณใบหน้า 

การรักษาสิวสามารถทำคู่กับโปรแกรมรักษาอื่นๆได้ไหม

มีโปรแกรมการรักษาสิวอื่นๆที่คุณหมอนิยมแนะนำให้ทำควบคู่กับการรักษาสิวตามขั้นตอนมาตรฐาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและย่นระยะเวลาในการรักษาสิว เผยผิวกระจ่างใสและเรียบเนียนได้ในเวลาอันสั้น โปรแกรมดังกล่าว ได้แก่ 

เลเซอร์รักษาสิว Q-switch

เลเซอร์รักษาสิว Q-swithch เป็นนวัตกรรมที่ช่วยสลายเม็ดสีในรอยดำ รอยแดงที่เกิดจากสิว และสามารถป้องกันการเกิดสิวใหม่ได้อีกด้วย ด้วยความสามารถในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว เลเซอร์รักษาสิวตัวนี้ยังสามารถทำให้ต่อมไขมันที่อยู่บนผิวหนังหดเล็กลง ลดการการเกิดรูขุมขนอุดตันจากไขมันส่วนเกินและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันส่วนเกินได้อีกด้วย เลเซอร์รักษาสิว Q-switch laser เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการรักษาสิวในเชิงรุกที่ให้ผลการรักษาที่น่าพึงพอใจที่สุดตัวหนึ่ง 

Made Collgen

มีการศึกษามากมายพบว่าคอลลาเจนช่วยรักษาสิวได้โดยตรง อีกทั้งยังมีงานวิจัยที่สนับสนุนว่าคอลลาเจนช่วยแก้ปัญหาผิวอื่นๆที่เป็นสาเหตุของเกิดสิวได้ด้วย มาเด้คอลลาเจนช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวและซ่อมแซมผิวที่ได้รับความเสียหายจากการขาดน้ำหรือความแห้งกร้าน ลดผื่น ลดผด ซึ่งผิวลักษณะนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดสิวได้ง่าย เพราะเมื่อผิวเราแห้ง มันก็จะผลิตนำ้มันออกมามากขึ้นเพื่อชดเชยความแห้งกร้าน เมื่อความมันมากขึ้น โอกาสเกิดสิวก็มากขึ้นตามไปด้วย 

Fractional Co2 Laser

Fractional CO2 Laser เป็นเลเซอร์รักษาสิวและผิวหนังประเภทหนึ่งที่แพทย์แนะนำให้ทำหลังการรักษา Acne clear program ครบคอร์สแล้ว เพื่อรักษารอยแผลเป็นจากสิว หลุมสิวลึก รูขุมขนกว้าง ริ้วรอยที่เกิดจากการเป็นสิวอักเสบอย่างหนัก เป็นนวัตกรรมที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการกำจัดผิวหนังชั้นนอกที่ได้รับความเสียหาย หลังการรักษาจะเห็นผิวหน้าที่เรียบเนียน กระจ่างใส ไร้ริ้วรอย 

ข้อสรุป

แม้สิวจะเป็นเรื่องยาก แต่หากได้รับการรักษาสิวที่เหมาะสมจะช่วยบรรเทาความรุนแรงและกำจัดปัญหาสิว รวมถึงดูแลรักษาผิวหน้าของเราให้กลับมาเรียบเนียน กระจ่างใสได้ แพทย์ผิวหนังที่เชี่ยวชาญจะช่วยประเมินและวางแผนการรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาสิวไปพร้อมกับป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รีวิวคอร์สสิว

รีวิวคอร์สรักษาสิว