ฉีดฟิลเลอร์มีอาการบวมกี่วัน

ฉีดฟิลเลอร์บวมกี่วัน ดูแลอย่างไรให้หายบวมเร็ว

โดยทั่วไปแล้วอาการหลังการฉีดฟิลเลอร์มาแล้วยังมีอาการบวมได้ในบางคน ส่วนใหญ่จะมีอาการบวมเพียง 1-2 วัน และจะยุบเข้าที่ไปเอง หลายคนมีข้อสงสัยว่าฉีดฟิลเลอร์บวมกี่วัน ทำอย่างไรให้เข้าที่ มีวิธีปฏิบัติอย่างไร  วิธีปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ เพื่อให้ฟิลเลอร์เข้าที่ และหายบวมเร็วสามารถทำได้ดังนี้

1.หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์

2.หลีกเลี่ยงการโดนความร้อน

3.หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง หรือที่ๆมีแสงแดดแรง

4.หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเสริมบางชนิด

5.ดื่มน้ำสะอาดมากๆ

6.หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่

7.หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด

เมื่อปฏิบัติดังนี้จะทำให้ฟิลเลอร์หายบวมเร็ว เข้าที่ และยังเป็นการทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานอีกด้วย

การฉีดฟิลเลอร์ คืออะไร

การฉีดฟิลเลอร์ คือ หัตถการอย่างหนึ่งเป็นวิธีรักษาริ้วรอย ร่องลึกต่าง ๆ บนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น ขมับ แก้ม ใต้ตา ริมฝีปาก คาง โดยการฉีดสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) เข้าไปเติมเต็มในชั้นผิวที่เริ่มเสื่อมสภาพ และมีการยุบตัวลงเมื่ออายุมากขึ้น เพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาผิวต่างๆ ทั้งการลดและแก้ไขปัญหาริ้วรอยร่องลึก ปัญหาเรื่องรูขุมขน หรือเพื่อปรับแต่งรูปหน้า 

เมื่อฉีดฟิลเลอร์เข้าใต้ผิวหนัง ฟิลเลอร์จะเข้าไปช่วยเติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวใต้ผิวหนัง ทั้งยังเป็นการเติมเส้นใยคอลลาเจนที่หายไป ฟิลเลอร์จะทำให้ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียน เต่งตึง ใบหน้าอ่อนเยาว์ลง บวกกับคุณสมบัติอุ้มน้ำของฟิลเลอร์ จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง และชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคตได้

ฉีดฟิลเลอร์

อาการบวมแดงหลังฉีดฟิลเลอร์ ผิดปกติหรือไม่ ?

ในหัวข้อนี้แบ่งได้ 2 กรณี อาการบวมที่เกิดจากหลังการฉีด โดยที่ไม่มีอาการอื่นๆแทรกซ้อนหลังฉีด คือเป็นอาการที่ปกติ เพราะอาจจะมีผลข้างเคียงเล็กน้อยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น อาการบวมหลังฉีดที่ตัวยาเข้าไปในบริเวณที่เราเติมเต็ม หรืออาจจะเกิดจากรอยเข็มในกรณีที่คนไข้บางคนมีผิวที่บาง อาจมีรอยแดงจากเข็มหรืออาจจะเขียวช้ำได้ง่าย อาการเขียวช้ำจะค่อยๆหายไปเอง ซึ่งในกรณีนี้อาการจะหายเองได้ใน 2-3 วัน ไม่มีอาการข้างเคียงอื่น และเมื่ออาการเหล่านี้หายไปจะทำให้ฟิลเลอร์เข้าที่และเห็นผลอย่างชัดเจน

แต่ในอีกกรณีที่มีอาการบวม เป็นอาการที่ผิดปกติที่เกิดได้จากการอักเสบ ติดเชื้อ มีอาการแพ้ฟิลเลอร์ หรือบวมจากการที่ใช้ฟิลเลอร์ผิดประเภท ใช้ฟิลเลอร์ปลอม ฉีดผิดตำแหน่ง หรือฉีดกับแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ ไม่มีใบอนุญาต  ในกรณีนี้เป็นผลข้างเคียงถือว่าเป็นอาการบวมที่ผิดปกติ และต้องแจ้งแพทย์เพื่อแก้ไข้ปัญหาโดยเร็วที่สุด

ฉีดฟิลเลอร์จะมีอาการบวมกี่วัน

หลังฉีดฟิลเลอร์ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดคืออาการบวม หลายคนอาจสงสัยว่าอาการเหล่านี้เป็นอาการผิดปกติหรือไม่ คำตอบคือเป็นผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ที่ปกติ ไม่มีอะไรต้องกังวล อาการบวมโดยปกติแล้วจะมีอาการบวมมากที่สุดเพียง 2-3 วันแรกเท่านั้น จากนั้นจะค่อยๆบวมน้อยลง หากเป็นอาการบวมเข็มตามปกติ ฟิลเลอร์จะบวมประมาณ 7 – 14 วัน เมื่ออาการบวมดีขึ้น ฟิลเลอร์จะเริ่มเข้าที่และเห็นผลอย่างชัดเจน ในช่วงที่ฉีดฟิลเลอร์มาแล้วควรปฏิบัติตามคำแนะนนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอาการบวมที่จะเกิดขึ้น เช่น หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัด อาหารหมักดอง แอลกลอฮอลล์ เป็นต้น

อาการบวมหลังจากฉีดฟิลเลอร์ที่ควรสังเกต

 อาการบวมที่เป็นอาการปกติไม่ต้องพบแพทย์ 

โดยอาการนี้จะเป็นผลข้างเคียงของการฉีดฟิลเลอร์ อาการนี้สังเกตง่ายๆ คือบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์จะมีรอยเขียวช้ำ หรือบวมแดง หรือรอยเข็ม และอาจจะมีอาการคันเล็กน้อย ไม่ได้มีอาการปวดมากผิดปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะไม่อันตราย มักจะค่อยๆ ดีขึ้นเองภายใน 3-4 วัน โดยไม่ต้องพบแพทย์ เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

 อาการบวมที่ผิดปกติจำเป็นต้องพบแพทย์ 

  • อาการบวมจากการติดเชื้อ และการอักเสบรุนแรง อาการที่เกิดจากการติดเชื้อ มีหลากหลายอาการ ตั้งแต่ ปวดบวม แดง ร้อน มีตุ่ม หรือก้อนหนองบริเวณที่ฉีด รู้สึกปวดมากผิดปกติ ปวดจนไม่สามารถทนได้ อาจเกิดจากเทคนิควิธีการฉีดที่ไม่สะอาด คลินิกไม่ได้มาตรฐาน แพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ
  • อาการบวมจากการแพ้ฟิลเลอร์ ในกรณีนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก หากฉีดโดยใช้สาร Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นสารที่ปลอดภัย ได้รับการยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ข้อดีคือเป็นสารที่ปลอดภัย ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ ไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบอาการแพ้ก่อนฉีด มีความคงตัว อยู่ในร่างกายได้นานและสามารถสลายไปเอง แต่บางคนอาจแพ้สารชนิดนี้จนเกิดอาการบวมจากการแพ้ฟิลเลอร์
  • อาการบวมจากฟิลเลอร์เป็นก้อน หากพบว่า ฟิลเลอร์ที่ฉีดมีก้อนบวมผิดปกติภายชั้นผิว ควรกลับไปพบแพทย์ทีทำการฉีดฟิลเลอร์ให้ เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงหลังฉีด ไม่ว่าจะเป็น ฟิลเลอร์ที่ฉีดไม่เหมาะสมกับผิวหรือปัญหา ฟิลเลอร์ปลอม ฉีดผิดตำแหน่ง ฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากจนเกินไป
อาการหลังฉีดฟิลเลอร์

อาการข้างเคียงอื่นๆที่อาจพบได้

นอกจากอาการบวมจาก 3 ข้อหลักในหัวข้อก่อนหน้า ก็จะมีอาการอื่นหลังจากการฉีดฟิลเลอร์ได้อีก ดังนี้

  • อาการแสบ คัน หรือปวดในบริเวณที่ฉีด อาการจะหายได้เองภายใน 1-2 วัน ถ้าหากไม่ดีขึ้นให้รีบพบแพทย์ เพราะอาจเกิดจากอาการอื่นที่ไม่ใช่อาการข้างเคียงหลังการฉีดฟิลเลอร์ที่ปกติ
  • ฟิลเลอร์ไหลไปสู่บริเวณที่ไม่ได้ฉีด เกิดปัญหาการเคลื่อนที่ของฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์มีการเคลื่อนออกออกจากตำแหน่งที่ฉีด ไปยังบริเวณข้างเคียง ส่วนใหญ่จะเกิดเมื่อมีการฉีดฟิลเลอร์ใกล้ ๆ กับกล้ามเนื้อที่มีการขยับบ่อยๆ ทำให้รูปหน้าผิดไปจากเดิม หากเกิดปัญหาให้รีบพบแพทย์ 
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด เหนื่อยง่ายกว่าปกติ หายใจลำบาก 
  • เกิดความผิดปกติบริเวณดวงตา เช่น ปวดเบ้าตา ตาบวม มองเห็นไม่ชัด หรือถึงขั้นมองไม่เห็น ภายหลังการฉีดฟิลเลอร์เนื่องมาจาก ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปอุดตัน บีบ หรือกดหลอดเลือดแดง ซึ่งมีแขนงต่อไปที่หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา มีผลทำให้เกิดความผิดปกติบริเวณดวงตา ทั้งการปวดเบ้าตา ตาบวม ตามัว ไปจนถึงขั้นสูญเสียการมองเห็นได้

อาการบวมจากการฉีดฟิลเลอร์ปลอม

ฟิลเลอร์ปลอม คือ ฟิลเลอร์ชนิดอื่นๆที่ไม่ใช่ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูรอนิค ซึ่งฟิลเลอร์ปลอมจะประกอบด้วยสารสังเคราะห์อื่นๆ ได้แก่ ซิลิโคนเหลว พาราฟิน หรือพลาสติกพอลิเมอร์ชนิดต่างๆ ที่เป็นเกรดการแพทย์ 

อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นเกรดการแพทย์ สารเหล่านี้ก็ไม่เหมาะสำหรับการฉีดฟิลเลอร์ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพ้ได้มากกว่า Hyaluronic Acid เมื่อฉีดเข้าไปอาจไม่สลายตัว ทำให้ระยะยาวจับตัวเป็นก้อน เกิดอาการฟิลเลอร์บวมเป็นก้อน หรือฟิลเลอร์ย้อย ไปส่วนในบริเวณอื่นที่ไม่ต้องการ การแก้ไขจะต้องทำการผ่าตัดเพื่อขูดออก ไม่สามารถฉีดสลายได้

หากฟิลเลอร์ที่ฉีดเป็นฟิลเลอร์ปลอมจะบวมกี่วัน  

อาการบวมจากการฉีดฟิลเลอร์ปลอม เกิดจากสารที่ฉีดจับตัวเป็นก้อนหลังจากที่ไประยะเวลาหนึ่ง หรืออาจเกิดการแพ้ได้ โดยไม่มีระยะเวลาบอกที่แน่นอนแต่เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอด

อาการที่แพ้ฟิลเลอร์ปลอมสามารถเกิดขึ้นได้ตลอด เนื่องจากได้มีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย อาการแพ้อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นในทันที แต่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากฉีดไปหลายเดือน อาการบวมจะไม่หายไป จนกว่าจะรักษาด้วยการผ่าตัด หรือขูดออก

โดยผู้ที่แพ้จะมีอาการบวม แดง ปวดอักเสบติดเชื้อมีหนองร่วมด้วย มีอาการปวดบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์หรือบริเวณใกล้เคียง โดยจะเป็นอาการที่ปวดมากกว่าปกติ ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายอย่างมาก ที่ที่มีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยเร็วที่สุด

ดังนั้นก่อนการฉีดฟิลเลอร์ควรศึกษาข้อมูลให้ดี และตรวจสอบคลินิกที่ได้มาตราฐาน แพทย์ผู้ฉีดมีความเชี่ยวชาญ และตัวยาผ่านการรับรองสามารถตรวจสอบได้

ฉีดฟิลเลอร์

หลังฉีดฟิลเลอร์ควรดูแลตัวเองอย่างไร

 การดื่มน้ำ 

การดื่มน้ำมากๆ ทำให้ระบบเลือดสามารถไหลเวียนได้ดีขึ้น ส่งผลให้แผลหายเร็ว อาการบวมที่เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ก็จะหายเร็วตามไปด้วย การดื่มน้ำจึงเป็นข้อปฏิบัติที่ควรทำเป็นอย่างยิ่งหลังการฉีดฟิลเลอร์

ห้ามการบีบ นวด บริเวณที่ฉีด 

วิธีดูแลอีกข้อที่สำคัญหลังฉีดฟิลเลอร์คือห้ามบีบ นวด หรือคลึงบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เพราะการบีบนวดอาจจะทำให้เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังที่เสียหายอยู่แล้วจากการฉีดฟิลเลอร์เกิดอาการแย่ลง การนวดยังอาจทำให้ฟิลเลอร์ที่ยังไม่เซ็ตตัวไหลเข้าสู่เนื้อเยื่ออื่นๆ จนทำให้เกิดฟิลเลอร์เป็นก้อน หรือฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ได้ผลอีกด้วย

ไม่ควรประคบเย็น 

การประคบเย็น จะทำให้อาการบวมช้ำดีขึ้นได้ แต่การประคบเย็นอาจใช้ไม่ได้กับรักษาอาการบวมหลังการฉีดฟิลเลอร์ เพราะอาจจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้

เนื่องจากอุณหภูมิมีผลต่อการเซ็ตตัวของฟิลเลอร์ จึงไม่เหมาะกับการประคบเย็นหลังฉีดฟิลเลอร์ในบางจุด อีกทั้งการประคบยังเสี่ยงต่อการทำให้ฟิลเลอร์ไม่เกาะผิวอีกด้วย บางครั้งการประคบเย็นอาจจะเผลอประคบและออกแรงกดบริเวณที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์มาแรงเกินไป จนเกิดผลเสีย

หลีกเลี่ยงอาหารบางประเภท

 เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้อาการบวมหายช้า และกระตุ้นการอักเสบ ทำให้แผลแย่ลง ของหวาน เนื่องจาก อาหารที่มีน้ำตาลสูง จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบได้ อาหารที่ไม่ได้ปรุงให้สุก หรืออาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ เนื่องจากอาจมีเชื้อโรคที่มีผลกระตุ้นการอักเสบ และเสี่ยงทำให้แผลติดเชื้อได้ อาหารอุณหภูมิสูง หรืออาหารที่ต้องทานหน้าเตา เช่น กระทะร้อน เนื่องจากอาจทำให้อาการบวมแย่ลง ฟิลเลอร์ที่ฉีดไม่ได้ผลเท่าที่ควร


ข้อสรุป

หากใครกำลังมองหาคลินิกฉีดฟิลเลอร์ หรือเจอกับอาการบวมที่ตามมาหลังฉีดฟิลเลอร์ โดยไม่แน่ใจว่าเป็นอาการบวมทั่วไปหลังการฉีดฟิลเลอร์หรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์โดยทันที เพราะปัญหาเหล่านี้ต้องได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือแพทย์เฉพาะทาง เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาร้ายแรงอื่นๆ ตามมา อย่างเช่น ตาบอด ซึ่งหากใครกำลังมองหาที่รักษาก็สามารถแอดไลน์ @ayaclinic หรือโทรเบอร์  090–970-0447 เพื่อปรึกษา ขอคำแนะนำ หรือจองคิวเพื่อแก้ปัญหาอาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์  กับทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่ปลอดภัยและทันสมัยได้ทันที