TheraFill คืออะไร ฉีดแล้วดีจริงไหม อยู่ได้นานแค่ไหน

เทรนด์การดูแลผิวพรรณในปัจจุบันก้าวล้ำไปไกลกว่าการบำรุงด้วยครีมทั่วไป โดยเฉพาะหัตถการในกลุ่มงานผิว (Skin Quality) และสารเติมเต็มที่กำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ล่าสุดวงการความงามได้ต้อนรับนวัตกรรมใหม่อย่าง TheraFill collagen filler ที่สร้างเสียงฮือฮาได้อย่างมากในฐานะตัวช่วยกู้ผิวโทรม เติมความยืดหยุ่น และแก้ไขปัญหาร่องลึกได้อย่างตรงจุด สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า TheraFill คือสารอะไร มีหลักการทำงานอย่างไร ปลอดภัยไหม และจะคุ้มค่ากับการลงทุนชุบชีวิตผิวใหม่หรือไม่ บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกทุกประเด็นอย่างละเอียด


ทำความรู้จัก TheraFill คืออะไร? นวัตกรรมคอลลาเจนสดเพื่อการฟื้นฟูผิว

หากถามว่า TheraFill คืออะไร คำตอบอย่างเป็นทางการคือ TheraFill® เป็นสารเติมเต็มผิวหนังชนิดฉีด (Injectable Filler) ที่จัดอยู่ในกลุ่ม TheraFill collagen filler คือคอลลาเจนบริสุทธิ์สกัดจากธรรมชาติ (Purified Porcine Collagen Type I) ซึ่งผ่านกระบวนการเทคโนโลยีขั้นสูงที่เรียกว่า High Purity Atelocollagen กลไกนี้จะช่วยตัดส่วนปลายของโมเลกุล (Telopeptide) ที่มักจะกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ออกไป ทำให้ได้คอลลาเจนสด TheraFill ที่มีความบริสุทธิ์สูง ปลอดภัย และมีโครงสร้างโมเลกุลแบบ Triple Helix ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งใกล้เคียงกับคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้ของมนุษย์มากที่สุด

หลายคนอาจตั้งคำถามว่า TheraFill ของประเทศอะไร หรือเป็นนวัตกรรม TheraFill จากประเทศอะไร ตัวนี้ถูกคิดค้นและผลิตโดยบริษัทเซลลอนเทค (CELLONTECH) ผู้นำด้านชีวการแพทย์จากประเทศเกาหลีใต้ และได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลมากมาย ทั้งผ่าน อย. ไทย (TFDA), KMFDS ของเกาหลี, GMP, CE และ NET ทำให้มั่นใจได้ว่าการเลือกใช้ TheraFill คอลลาเจนสดแบรนด์นี้มีความปลอดภัยสูง ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

กลไกการทำงานของคอลลาเจน TheraFill

เมื่อพูดถึงคุณสมบัติของ TheraFill collagen คือการเข้าไปทำหน้าที่เสมือนเป็นนั่งร้านและโครงสร้างหลักให้แก่ผิว โดยกลไกของ TheraFill คอลลาเจนจะทำงานแบ่งออกเป็น 2 ระยะหลัก ๆ คือ

1. Immediate Replacement (การเติมเต็มทันที): เมื่อแพทย์ทำการฉีด TheraFill เข้าสู่ผิวหนัง สารคอลลาเจนสดจะเข้าไปแทนที่คอลลาเจนที่สูญเสียไปในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ส่งผลให้ผิวบริเวณที่ฉีดดูอิ่มฟู เรียบเนียน และร่องลึกตื้นขึ้นทันทีหลังทำ

2. Neocollagenesis (การกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใหม่): ตัวโมเลกุล Atelocollagen จะเข้าไปส่งสัญญาณกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดในการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ให้กลับมาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอีกครั้ง ผิวจึงค่อย ๆ แข็งแรง ยืดหยุ่น และดูอ่อนเยาว์จากภายในอย่างยั่งยืน

ฉีด TheraFill ดีไหม? TheraFill ช่วยอะไรได้บ้าง?

เหากคุณกำลังพิจารณาว่าการเลือกทำโปรแกรม TheraFill หรือการฉีด TheraFill ดีไหม ลองมาดูคุณประโยชน์เด่น ๆ ของ TheraFill ว่าสามารถตอบโจทย์ปัญหาผิวของคุณได้มากน้อยแค่ไหน ดังนี้

  • ปรับสีผิวให้สว่างกระจ่างใส: คอลลาเจนสดจะช่วยฟื้นฟูผิวจากความหมองคล้ำ ทำให้ผิวดูสดใส มีออร่า และแลดูหน้าเด็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ
  • เติมเต็มร่องลึกได้อย่างเป็นธรรมชาติ: เหมาะสำหรับปัญหาร่องน้ำตา ใต้ตาหมองคล้ำ ร่องแก้ม หรือรอยย่นบาง ๆ บนใบหน้า โดยไม่ดูเป็นก้อนหรือแข็งตึงเหมือนฟิลเลอร์บางประเภท
  • ปรับปรุงคุณภาพผิว (Skin Quality): ช่วยให้ผิวพรรณเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น รูขุมขนกระชับ ผิวดูฉ่ำวาว สะท้อนแสงได้ดี
  • รักษาหลุมสิวและรอยแผลเป็น: TheraFill ช่วยได้ดีมากในเรื่องการเติมเต็มช่องว่างของชั้นผิวที่บุ๋มลงไป ช่วยให้หลุมสิวตื้นขึ้นและเรียบเนียนขึ้นอย่างชัดเจน

TheraFill เหมาะกับใครบ้าง?

เนื่องจาก TheraFill คอลลาเจนมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูผิวอย่างรอบด้าน หากถามว่า TheraFill เหมาะกับใครนั้นจึงค่อนข้างกว้าง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวเหล่านี้

  • ผู้ที่ต้องการป้องกันและชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยตั้งแต่อายุยังน้อย
  • ผู้ที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำ ผิวใต้ตาฝ่อตัว หรือมีริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา
  • ผู้ที่มีปัญหาร่องแก้ม ร่องมุมปากตื้น ๆ ที่ต้องการเติมเต็มให้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งเกร็ง
  • ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น คล้ายผิวขาดน้ำ และต้องการงานผิวที่อิ่มฟูเร่งด่วน
  • ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว ผิวไม่เรียบเนียน หรือมีรอยแผลเป็นขนาดเล็กบนใบหน้า

เจาะลึกข้อมูลการใช้ TheraFill มีกี่ cc? ฉีดยังไง? ต้องฉีดกี่ครั้ง?

ก่อนเข้ารับบริการ หลายคนอาจสงสัยเกี่ยวกับปริมาณและวิธีการรักษา เพื่อให้วางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง มาดูคำถามยอดฮิตกัน

  • TheraFill 1 กล่อง มีกี่ cc / TheraFill มีกี่ cc: คำตอบคือ ผลิตภัณฑ์จะบรรจุมาในไซริงค์สำเร็จรูปปริมาณ 1 cc ต่อ 1 กล่องพอดี
  • TheraFill ฉีดกี่ cc: สำหรับปริมาณในการรักษานั้น ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปหากเป็นการเติมเต็มบริเวณใต้ตาหรือร่องแก้มตื้น ๆ อาจใช้ประมาณ 1-2 cc แต่ถ้าต้องการกระจายทั่วใบหน้าเพื่อเน้นงานผิว แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมอีกครั้ง
  • TheraFill ฉีดยังไง: สำหรับเทคนิคการฉีด TheraFill นั้น แพทย์จะทำการเคลียร์ผิว แปะยาชา และใช้เข็มขนาดเล็กพิเศษฉีดเข้าไปในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) เพื่อให้ตัวคอลลาเจนกระจายตัวได้อย่างสม่ำเสมอและทำหน้าที่กระตุ้นผิวได้อย่างตรงจุด
  • TheraFill ฉีดกี่ครั้ง: แม้จะเห็นผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังฉีด แต่เพื่อผลลัพธ์ในการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ที่สมบูรณ์แบบ แนะนำให้ฉีดต่อเนื่องซ้ำประมาณ 2-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกันทุก ๆ 2-4 สัปดาห์ เพื่อผลลัพธ์ที่แน่นฟูและอยู่ได้ยาวนานที่สุด

TheraFill อยู่ได้นานแค่ไหน? TheraFill อยู่ได้กี่เดือน?

คำถามที่ว่า TheraFill อยู่ได้นานแค่ไหน หรือผลลัพธ์ของ TheraFill อยู่ได้กี่เดือน เป็นเรื่องที่หลายคนให้ความสำคัญ เนื่องจากคอลลาเจนสดตัวนี้เป็น Atelocollagen บริสุทธิ์ที่มีความใกล้เคียงกับผิวมนุษย์ ร่างกายจึงสามารถดูดซึมและค่อย ๆ สลายตัวไปตามธรรมชาติ โดยทั่วไปผลลัพธ์ของการเติมเต็มผิวจะคงอยู่ได้นานประมาณ 6-12 เดือน (หรือประมาณ 1 ปี) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง สภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคล รวมถึงจำนวนครั้งที่เข้ารับการรักษาด้วย หากมีการฉีดซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์ ก็จะช่วยยืดอายุของคอลลาเจนในผิวให้ยาวนานยิ่งขึ้น

การปฏิบัติตัวหลังฉีด TheraFill เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

เพื่อให้ตัวคอลลาเจนสดทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและลดผลข้างเคียงหลังฉีด TheraFill ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

1. หลีกเลี่ยงการจับ กด นวด หรือเกา บริเวณที่ทำหัตถการอย่างรุนแรงในช่วง 24 ชั่วโมงแรกเพื่อป้องกันการเคลื่อนตัวของยา

2. อาจมีรอยแดง รอยเข็ม หรืออาการบวมเล็กน้อยหลังฉีด TheraFill ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติและจะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 2-3 วัน

3. หลีกเลี่ยงการเผชิญความร้อนจัด เช่น การเข้าซาวน่า การอาบน้ำอุ่นจัด หรือการทำเลเซอร์ร้อนบริเวณใบหน้าในช่วง 2 สัปดาห์แรก เนื่องจากความร้อนอาจส่งผลต่อการคงตัวของคอลลาเจนสด

4. ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่เพียงพอ (ประมาณ 2-3 ลิตรต่อวัน) เพื่อช่วยให้เซลล์ผิวอิ่มน้ำและส่งเสริมการสร้างคอลลาเจนใหม่

5. งดการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ในช่วง 48 ชั่วโมงแรก เพราะอาจทำให้แผลเข็มหายช้าลงและกระตุ้นการอักเสบได้

แนะนำโปรแกรม TheraFill ฟื้นฟูผิวอ่อนเยาว์ที่ เอยาคลินิก AYA Clinic

หากคุณสนใจอยากลองสัมผัสผลลัพธ์ผิวสวย ฉ่ำวาว อิ่มฟูดูเป็นธรรมชาติด้วยคอลลาเจนสดแท้ การเลือกเข้ารับบริการกับคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ขอแนะนำโปรแกรม TheraFill ที่ เอยาคลินิก AYA Clinic คลินิกความงามชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจอย่างยาวนาน

ที่เอยาคลินิก AYA Clinic เราเลือกใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ TheraFill ของแท้ 100% ที่ส่งตรงจากบริษัทผู้จัดจำหน่ายอย่างถูกต้อง สามารถตรวจสอบเลข Batch และผ่านการรับรองจาก อย. ไทยอย่างปลอดภัย ทีมแพทย์ของ AYA Clinic มีความเชี่ยวชาญสูงในเรื่องอนาโตมีใบหน้าและเทคนิคการฉีดสารเติมเต็มอย่างแม่นยำ พร้อมประเมินปัญหาผิวหน้าของคนไข้แบบ Case-by-case เพื่อคำนวณปริมาณ cc ที่เหมาะสม มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับการดูแลอย่างละเอียด ประณีต และได้ผลลัพธ์ผิวที่เรียบเนียน อ่อนเยาว์ ไร้ริ้วรอยร่องลึกอย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัยสูงสุด สามารถเข้าไปปรึกษาคุณหมอหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการของ เอยาคลินิก เพื่อเปลี่ยนผิวพังให้กลับมาปังและเปล่งประกายกว่าที่เคย!


คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

หลังฉีด TheraFill จะเห็นผลทันทีเลยไหม? 

เห็นผลการเติมเต็มร่องลึกและผิวอิ่มฟูขึ้นทันทีหลังทำ จากนั้นตัวคอลลาเจนสดจะเริ่มเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้สภาพผิวโดยรวมดูเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น และกระจ่างใสขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเต็มที่ใน 2-4 สัปดาห์

ฉีด TheraFill แตกต่างจากฟิลเลอร์ (HA) ทั่วไปอย่างไร?

ฟิลเลอร์ทั่วไป (Hyaluronic Acid) เน้นการปั้นขึ้นรูปและเติมวอลลุ่มในชั้นลึก แต่ TheraFill คือคอลลาเจนสดบริสุทธิ์ที่ฉีดเข้าชั้นผิวตื้นเพื่อเน้นงานผิวโดยเฉพาะ เติมเต็มร่องริ้วรอยเล็ก ๆ ได้เรียบเนียนเป็นธรรมชาติ ไม่เป็นก้อนไหลย้อย

มีผลข้างเคียงหรืออาการแพ้คอลลาเจนสดตัวนี้ไหม?

ปลอดภัยสูงมากและโอกาสแพ้ต่ำกว่า 1% เนื่องจากผ่านเทคโนโลยีตัดส่วนปลายโมเลกุลที่กระตุ้นอาการแพ้ออกไปแล้ว หลังทำอาจพบเพียงรอยแดงหรือรอยเข็มเล็ก ๆ ซึ่งจะบวมช้ำน้อยกว่าฟิลเลอร์ทั่วไปและสามารถหายได้เองใน 2-3 วัน