Posts

ปากกาลดน้ำหนัก

ปากกาลดน้ำหนักตัวช่วยเปลี่ยนหุ่นพัง เป็นหุ่นปัง

หวังว่าทุกคนที่กำลังมองหาวิธีการ ควบคุมน้ำหนัก หรือ ควบคุมอาหาร อยู่ในตอนนี้ ทุกคนก็น่าจะเคยได้ยินวิธีนี้กันมาบ้างแล้วนั้นก็คือ วิธีการ ลดน้ำหนัก ด้วย ปากกาลดน้ำหนัก ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมใหม่ ถ้าถามว่าปลอดภัยหรือไม่ วันนี้หมอมีรีวิวจากคนไข้ที่ชื่อว่าจ๋อมแจ๋ม เธอมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องน้ำหนักตัวของเธอ หรือถ้าจะให้พูดง่ายๆก็คือ เธอมีน้ำหนักตัวที่เยอะมากนั้นเอง ตอนที่เธอเข้ามาหาหมอครั้งแรก เธอได้บอกกับหมอว่าเธอนั้นเป็นคนที่ชอบรับประทานของหวาน อีกทั้งยังเป็นคนที่รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา เมื่อเธอรู้สึกหิวเมื่อไหร่ เธอก็จะเริ่มมองหาของกินที่สามารถนำมารับประทานได้ในทันที โดยไม่คำนึงถึงสรรพคุณ หรือว่าโทษใดๆทั้งนั้น พฤติกรรมเหล่านี้มันส่งผลกระทบต่อเธอ ทำให้ในตอนนี้เธอน้ำหนักตัวที่เยอะมาก นอกจากนี้เธอก็ยังบอกกับหมออีกว่าเธอเครียด เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีแต่คนมอง มีแต่คนทักว่าเธออ้วนขึ้น จนเธอนั้นไม่มีความมั่นใจอีกแล้ว หมอก็ได้สอบถามคนไข้ก่อนที่จะมาเจอวิธีการลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ เคยได้ลองวิธีอื่นๆมาบ้างแล้วหรือยัง เช่น ออกกำลังกาย,  กินน้อยลง, ปรับพฤติกรรมการทานหรือวิธีอื่นๆที่จะช่วยให้น้ำหนักตัวที่เกินลดลงมาบ้าง เธอก็ได้ตอบกลับมาว่าเธอได้ลองมาหมดแล้ว แต่มันก็ไม่เคยประสบผลสำเร็จเลย เธอบอกว่าเธอเคยลองรับประทานยาลดน้ำหนักของยี่ห้อหนึ่ง เมื่อเธอทานไปแล้วมันช่วยให้น้ำหนักตัวของเธอลดลงจริง แต่ผลข้างเคียงของยาตัวนั้นมันทำให้เธอปวดหัว อีกทั้งยังรู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วมากอีกด้วย สำหรับผู้หญิงแล้วเรื่องหน้าตาและรูปร่างถือว่าสำคัญมาก ดังนั้นหมอก็เลยมีความตั้งใจว่าอยากจะทำให้คนไข้ท่านนี้ กลับมามี รูปร่างสมส่วน เหมือนเดิม ดังนั้นท่านใดที่กำลังสงสัยว่าวิธีการลดน้ำหนักด้วยปากกาลดน้ำหนักคืออะไร มันสามารถช่วยให้คนที่มี น้ำหนักเกิน ได้จริงหรือ หมอจะอธิบายในหัหัวข้อถัดไป


ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร

สำหรับคนที่ถามว่าวิธีการลดน้ำหนักตัวด้วย ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร หมอเข้าใจหากว่าคุณจะสงสัย เพราะน้อยคนมากที่จะรู้จักวิธีนี้กัน เหตุผลที่ผู้คนส่วนใหญ่ไม่รู้จัก ไม่ใช่เพราะว่าวิธีนี้อันตราย แต่เป็นเพราะว่ามันมีค่าใช้จ่ายที่จะต้องแรกกับผลลัพธ์ที่คุณต้องการ อย่างที่ทุกคนรู้การที่จะ ลดน้ำหนัก มันไม่ได้มีแค่วิธีนี้วิธีเดียวเท่านั้น แต่มันก็ยังมีอีกหลากหลายวิธี เช่น การ ออกกำลังกาย, การ  ควบคุมอาหาร หรือวิธีการต่างๆที่ไม่ต้องเสียเงิน แถมยังปลอดภัยอีกต่างหาก แต่ก็อย่าลืมคำนึงถึงสิ่งนี้ด้วยว่าคุณทำได้หรือไม่ คุณมีวินัยเพียงพอหรือไม่ เพราะถ้าหากว่าคุณไม่มีวินัยในตัวเอง วิธีที่กล่าวมาทั้งหมดก็ไม่ช่วยให้คุณมี รูปร่างสมส่วน ได้ สำหรับคนที่ไม่มีวินัยในตัวเอง หรือไม่มีเวลามากพอในการออกกำลังกาย ควบคุมอาหารเหมือนกับคนไข้ของหมอ แต่อยาก ควบคุมน้ำหนัก เพราะอยากจะมีรูปร่างที่ดี หมอจึงอยากจะแนะนำวิธีการลดน้ำหนักด้วยปากกาลดน้ำหนัก สำหรับคนที่ยังสงสัยอยู่ว่าวิธีการลดน้ำหนักด้วยปากกาคืออะไร การลดน้ำหนักด้วยปากกาก็คือ การฉีดตัวยาที่มีชื่อว่าลิรากูลไทด์เข้าสู่ร่างกายนั้นเอง ถ้าถามว่าตัวยาตัวนี้ส่งผลอันตรายต่อผู้ได้รับหรือไม่ หมอบอกตรงนี้เลยว่าไม่อันตรายเลยสักนิดเดียว กลับกันตัวยาลิรากูลไทด์ช่วยให้คนไข้รู้สึกอยากอาหารน้อยลง หรือ กินน้อยลง นั้นเอง วิธีนี้จะเห็นผลได้ที่ดีที่ ถ้าหากว่าคนไข้ออกกำลังกายพร้อมกับรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ 

กลไกการออกฤทธิ์ของปากกาลดน้ำหนัก

ตัวยาลิรากูลไทด์ที่เป็นสารเปปไทด์ ฤทธิ์ที่ออกจะเหมือนกับกลูคากอนตัวยาชนิดที่1 ดังนั้นตัวยาตัวนี้จะเข้าไปช่วยลดน้ำตาลในเลือด อีกทั้งยังช่วยลดในเรื่องของการบีบตัวของกระเพาะอาหาร ทำให้คนไข้ที่ได้รับตัวยาตัวนี้เข้าไป เมื่อรับประทานอาหารมื้อใดก็ตาม ก็จะรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น หรือถ้าจะให้พูดกันง่ายๆก็คือ ไม่รู้สึกอยากจะกินจุกจิกนั้นเอง ส่วนคนที่กลัวว่าตัวเองจะรู้สึกวูบ หรือมีอาการเวียนหัว หมอขอบอกเลยว่าตัวยาลิรากูลไทด์ไม่ทำให้ทุกคนมีอาการแบบนั้นอย่างแน่นอน เนื่องจากตัวยาจะเข้าไปกระตุ้นตับอ่อนให้หลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมา ช่วยปรับสมดุลน้ำตาลในกระแสเลือด ไม่ทำให้น้ำตาลตกจนรู้สึกวิงเวียนศีรษะ   


ปากกาลดน้ำหนัก เหมาะกับใครบ้าง

ในเมื่อมันคือ  ปากกาลดน้ำหนัก ดังนั้นผู้ที่เหมาะจะใช้มากที่สุดก็คือ ผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของการมี น้ำหนักเกิน จนอยากจะมี รูปร่างสมส่วน ดูอย่างเช่นคุณจ๋อมแจ๋ม เธอเป็นผู้หญิงที่น้ำหนักตัวที่เยอะมาก อีกทั้งส่งผลให้เธอขาดความมั่นใจในตัวเองไป จนเได้มาพบกับการลดน้ำหนักด้วยปากาลดน้ำหนัก อีกหนึ่งนวัตกรรมของวงการเสริมความงาม ถ้าถามว่าวิธีการลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ปลอดภัยหรือไม่ หมอขอยืนยันตรงนี้ได้เลยว่าปลอดภัย100% เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ไม่ว่าใครก็ตามที่มีปัญหาแบบเดียวกันกับคุณจ๋อมแจ๋มคนไข้ของหมอเอง ก็สามารถเข้ามาปรึกษาหมอได้เลย หรือคนที่กำลังตกอยู่ในสภาวะโรคอ้วน, มีน้ำหนักตัวที่เกินกว่ามาตรฐาน, คนที่ต้องการจะ ควบคุมอาหาร หรือปริมาณในการรับประทานอาหารในแต่ละวัน, คนที่ต้องการจะ ควบคุมน้ำหนัก และอยากได้ตัวช่วยที่มีประสิทธิภาพ หรือคนที่  ออกกำลังกาย ก็แล้ว แต่น้ำหนักตัวยังไม่ลดลงเลย สำหรับคนที่มีปัญหาเหล่านี้ สามารถเข้ามาปรึกษาหมอได้เลย


ผู้ที่ห้ามใช้ปากกาลดน้ำหนัก  

หลายคนที่เข้ามาอ่านก็ได้ทราบกลไกในการออกฤทธิ์ของ ปากกาลดน้ำหนัก กันไปแล้ว ซึ่งก็เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ตอบโจทย์กับผู้ที่มีปัญหาในเรื่องของการ ควบคุมน้ำหนัก อย่างแท้จริง แต่ถึงอย่างนั้นหมอต้องบอกกับทุกคนก่อนเลยว่า มันก็จะมีกลุ่มคนบางประเภทที่ไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ได้ คนกลุ่มนั้นก็คือ คนที่รับประทานอาหารน้อยอยู่แล้ว เนื่องจากตัวยาลิรากูลไทด์มีฤทธิ์ช่วยในเรื่องของการ ควบคุมอาหาร ทำให้ผู้ที่ฉีดเข้าไป กินน้อยลง เพราะฉะนั้นตัวยาตัวนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่รับประทานอาหาร หรือของจุกจิกได้น้อยอยู่แล้ว ต่อไปนอกจากคนกลุ่มนี้แล้ว ก็ยังจะมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่เหมาะกับวิธีการ ลดน้ำหนัก ด้วยวิธีนี้เช่นกันนั้นก็คือ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร คนกลุ่มนี้ไม่สมควรลดน้ำหนักด้วยวิธีการนี้เป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคเบาหวาน ไม่แนะนำให้ลดน้ำหนักด้วยการใช้ปากกาลดน้ำหนัก หลายคนถามหมอว่าทำไมผู้ป่วยที่มีโรคเบาหวานถึงไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ได้ คำตอบของหมอก็คือ คนที่เป็นโรคเบาหวานเขาจะมียาที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือดโดยเฉพาะอยู่แล้ว ยาตัวนั้นมีชื่อว่า Semaglutide หรือ เซมากลูไทด์ เป็นยารักษาโรคเบาหวาน


การใช้ปากกาลดน้ำหนักจะทำให้โยโย่ไหม 

การใช้ ปากกาลดน้ำหนัก จะทำให้มีอาการโยโย่หรือไม่ คำถามนี้หมอพบเจอบ่อยมาก ขนาดคนไข้ของหมอเองคุณจ๋อมแจ๋ม ช่วงแรกๆคุณจ๋อมแจ๋มเขาก็มีความกังวลในเรื่องนี้เหมือนกัน เนื่องจากเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีมา ก่อนหน้านี้คุณจ๋อมแจ๋มคนไข้ของหมอเองเล่าว่า เคยได้ลองทานยาลดน้ำหนักยี่ห้อหนึ่งลดดี แต่พอหยุดทาน น้ำหนักเกิน มากกว่าเดิมอีก กินเยอะกว่าเดิมด้วย ดังนั้นหมอก็เลยไม่แปลกใจที่จะมีหลายคนที่จะสงสัยและเป็นกังวลในเรื่องของอาการโยโย่ ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนได้สบายใจ การ ลดน้ำหนัก ด้วยปากกาลดน้ำหนัก เป็นเรื่องดีที่วิธีนี้ไม่ทำให้เกิดอาการโยโย่หลังจากที่หยุดใช้ไปแล้ว เรื่องนี้หมอกล้าการันตีเลย เพราะตอนนี้คนไข้ของหมอคุณจ๋อมแจ๋มได้หยุดใช้ไปแล้ว ปัจจุบันนี้เธอก็ยังมีหุ่นที่สวยเหมือนเดิม ทุกคนอยากทราบไหมว่าทำไมคุณจ๋อมแจ๋มถึงยังมีหุ่นที่สวยและไม่กลับไปอ้วนอีกแล้ว ก็เพราะว่าคุณจ๋อมแจ๋มได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอ หลังจากคุณจ๋อมแจ๋มได้ใช้ปากกาลดน้ำหนักไปแล้ว ทางหมอก็ได้แนะนำคุณจ๋อมแจ๋มเพิ่มไปอีกว่าให้ลองหาวิตามินที่ช่วยเร่งเผาผลาญมาทานดู ควบคู่ไปกับการ ออกกำลังกาย ด้วยจะดีมาก เพราะมันจะทำให้เห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็วทันใจ โดยที่สุขภาพของคุณจ๋อมแจ๋มก็ยังสุขภาพดีเหมือนเดิม หลังจากที่คุณจ๋อมแจ๋มใช้ปากกาลดน้ำหนักควบคู่ไปกับการแนะนำของหมอ คุณจ๋อมแจ๋มน้ำหนักลงไปมากถึง 20 กิโลเลยทีเดียว สำหรับคนที่เข้ามาเคสตัวอย่างของหมอ ถ้าหากว่าสนใจอยากจะลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ ควรเข้ามาปรึกษาหมอก่อนจะดีกว่า คนไข้ไม่สามารถทำเองได้ที่บ้าน ทุกขั้นตอนควรอยู่ในการดูแลของหมอจะปลอดภัยที่สุด


 ผลข้างเคียงของปากกาลดน้ำหนัก ที่อาจเกิดขึ้นได้  

การใช้ ปากกาลดน้ำหนัก ช่วย ควบคุมน้ำหนัก ได้จริง ช่วย ควบคุมอาหาร ได้จริง อีกทั้งยังทำให้คนที่น้ำหนักเยอะ น้ำหนักเกิน กลับมา  รูปร่างสมส่วน รูปร่างที่ดี แต่ถ้าถามว่าผลข้างเคียงจากการใช้ยามีหรือไม่ หมออยากจะบอกกับทุกคนว่าอย่าพึ่งตกใจไปก่อน ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้ปากกาลดน้ำหนักไม่ได้ร้ายแรง ขอเพียงแค่คุณไม่ใช่คนที่ถูกห้ามไม่ให้ใช้ปากกาลดน้ำหนัก คุณก็จะไม่เป็นอันตรายใดๆอย่างแน่นอน เพียงแต่อาจจะรู้สึกถึงการบีบตัวของกระเพาะอาหารบ้างเล็กน้อย ทำให้มีอาการคลื่นไส้ อยากจะอ้วกบางเป็นบ้างครั้งบางคร่าว อีกหนึ่งอาการนั้นก็คือ อาการท้องผูกนั้นเอง อย่างที่บอกว่า กินน้อยลง ทำให้ลำไส้ทำงานช้าลงไปบ้างเล็กน้อย แต่มันมีวิธีแก้ก็คือ การรับประทานวิตามิน หรือผักผลไม้ที่มีกากใยเยอะๆ ตรงนี้จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องของอาการท้องผูกได้ดีเลย หลายๆคนที่เป็นกังวลหมออยากจะบอกว่าไม่มีเรื่องใดให้ต้องกังวล ถ้ามารักษากับหมอโดยตรง หมอจะดูแลเป็นอย่างดีเลยทีเดีย


 วิธีการใช้งานของปากกาลดน้ำหนัก   

สำหรับคนที่เข้ามาปรึกษาหมอเป็นที่เรียบร้อย วิธีการใช้ ปากกาลดน้ำหนัก ไม่ได้มีขั้นตอนการใช้ที่ยุ่งยาก ในครั้งแรกอาจจะให้หมอเป็นผู้ฉีดให้ก่อน หลังจากนั้นถ้าคนไข้อยากจะนำไปฉีดเองที่บ้านก็สามารถทำได้ แต่อย่าลืมอ่านคำแนะนำก่อนใช้ หรือถ้าจะให้ดีซื้อปากกาลดน้ำหนักจากหมอโดยตรงดีกว่า หลังจากที่อ่านรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว วิธีการฉีดก็คือ ควรฉีดก่อนอาหารกลางวัน ในส่วนของบริเวณที่ฉีดได้ก็จะมีต้นขา, หน้าท้อง และที่ไหล่ ข้อห้ามที่ไม่ควรทำเด็ดขาดเลยก็คือ ห้ามใช้บ่อยจนเกินไป หมอแนะนำให้ฉีดได้เท่าไหร่ ควรยึดคำที่หมอบอกเป็นหลัก ข้อห้ามอีกเรื่องก็คือ ห้ามใช้ปากกาลดน้ำหนักร่วมกับผู้อื่นเด็ดขาด อีกหนึ่งคำแนะนำควร ออกกำลังกาย และรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ควบคู่ไปด้วย จะทำให้รูปร่างดี สุขภาพดีมากยิ่งขึ้น  


ข้อสรุป   

จากภาพทุกคนที่เข้ามาอ่านก็คงจะเห็นแล้วว่า ปากกาลดน้ำหนัก ช่วย  ลดน้ำหนัก ได้จริง แถมยังเป็นวิธีที่ไม่อันตรายอีกด้วย การลดน้ำหนักด้วยปากกาลดน้ำหนัก ไม่ใช่ว่าจะเห็นผลได้ผ่านใน 3 วัน 7 วัน กว่าที่มันจะเห็นผลก็ใช้เวลาเป็นเดือนๆเช่นเดียวกัน เพียงแต่มันดีกว่าการที่ทุกคนจะต้องไปซื้อยาลดน้ำหนักมากิน โดยที่ไม่แน่ใจว่าเมื่อหยุดกินมันจะมีอาการโยโย่หรือไม่ แต่การลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ของหมอ ทางหมอขอยืนยันเอาไว้ตรงนี้เลยว่าไม่มีอาการโยโย่อย่างแน่นอน นอกจากนี้การลดน้ำหนักด้วยปากกาลดน้ำหนัก ไม่ได้มีข้อดีเพียงแค่ทำให้คุณกลับมา รูปร่างสมส่วน เท่านั้น แต่ยังจะช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้การกินของทุกคนได้อีกด้วย ดูอย่างคนไข้ของหมอเป็นตัวอย่างคุณจ๋อมแจ๋ม ตอนนี้เธอสามารถ ควบคุมอาหาร และ ควบคุมน้ำหนัก ได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ตอนนี้คุณจ๋อมแจ๋มไม่เพียงแต่รูปร่างดีเท่านั้น สุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจของเธอก็ดีมากอีกด้วย ด้วยเหตุนี้การที่หมอได้ออกมารีวิวเคสของคุณจ๋อมแจ๋มในวันนี้ ก็เพราะหมอรู้ดีว่ายังมีอีกหลายคนที่มีปัญหาแบบเดียวกับคุณจ๋อมแจ๋ม หมออยากให้ทุกคนเปิดใจ กล้าที่จะบอกเล่าถึงปัญหาของคุณ เมื่อหมอทราบแล้วหมอจะรักษาให้อย่างดีที่สุด อย่าลืมว่าการลดน้ำหนักที่ดีและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ต้องปากกาลดน้ำหนักเท่านั้น ตอบโจทย์ทุกคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับรูปร่างและ น้ำหนักเกิน กว่ามาตรฐาน  


ปากกาลดน้ำหนัก

ปากกาลดน้ำหนัก ทางเลือกใหม่สำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก

ปัจจุบันหลายคนควบคุมน้ำหนักแบบผิดวิธี รวมถึงพฤติกรรมที่ส่งผลเสีย เช่น การกินไม่ตรงเวลา ความเครียด เพราะอดอาหารปล่อยให้หิวมากๆ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง ก็ทำให้เกิดความโหย หิว และอาจทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดัน เป็นต้น ดังนั้นจึงมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆ เข้ามาเพื่อช่วยให้การลดน้ำหนักเห็นผลดี ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย หนึ่งในนั้นคือ ปากกาลดน้ำหนัก

 สำรวจตัวเองว่าแบบไหนที่เรียกว่า อ้วน

การสำรวจตัวเองว่าอ้วนหรือไม่ เบื้องต้นให้ดูความสมส่วนของร่างกาย เปรียบเทียบน้ำหนักและส่วนสูง และสามารถคำนวณได้จากค่าดัชนีมวลกายหรือ BMI โดยคำนวณจากน้ำหนักตัว(กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง(เมตร) ยกกำลังสอง หากวัดค่า BMI ได้ที่ 18.5 หมายถึง น้ำหนักน้อย หรือผอมมากว่าปกติ 18.50-24.90 อยู่ในเกณฑ์ปกติ 25.00-29.90 อยู่ในช่วงน้ำหนักเกิน และหักคำนวณได้ 30 ขึ้นไปจะเข้าข่ายโรคอ้วนนั่นเอง

 สาเหตุของน้ำหนักเกิน หรืออ้วน

สาเหตุที่ทำให้น้ำหนักเกินหรืออ้วนเกิดจากการที่มีปริมาณไขมันในร่างกายมากเกินไป อันเกิดจากหลากหลายปัจจัย เช่น การเลือกรับประทานอาหาร การลดน้ำหนักที่ผิดวิธี การพักผ่อนที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งเมื่อร่างกายมีไขมันในปริมาณที่มากเกินไปก็จะส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา หลักๆคือโรคอ้วน และโรคอื่นๆอย่าง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น

 ควบคุมน้ำหนักด้วยวิธีไหนดี

ปัจจุบันมีวิธีควบคุมน้ำหนักหลากหลายวิธี ทั้งวิธีธรรมชาติ วิธีทางเลือกที่ใช่นวัตกรรมเข้ามาช่วย ตัวอย่างเช่น

  • ทำ IF คุมอาหาร วิธีลดน้ำหนักที่เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องอดอาหาร และเห็นผลจริง โดยเป็นการควบคุมอาหารและอดอาหาร มีหลากหลายสูตให้เลือก แต่ที่เป็นที่นิยมจะเป็นสูตร IF 16/8 คือการทานอาหารในช่วงเวลา 8 ขั่วโมง และอดอาหารในช่วงเวลา 16 ชั่วโมง
  • ดูดไขมัน การศัลยกรรมที่จะช่วยกำจัดปัญหาไขมันส่วนเกิน โดยสามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด เช่น ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง เอว ต้นขา เป็นต้น เป็นวิธีที่ได้ผลจริงเห็นผลชัดหลังทำ และปลอดภัย
  • ตัดกระเพาะ การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนัก เป็นการช่วยให้กระเพาะอาหารเล็กลง ทำให้กินน้อยลง ไม่รู้สึกหิวบ่อย และจะรู้สึกอิ่มนานขึ้น เป็นวิธีที่ช่วยจำกัดการทานอาหาร นำไปสู่การลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
  • ปากกาลดน้ำหนัก การลดน้ำหนักแบบใหม่ เป็นวิธีทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักแบบปลอดภัย ไม่เจ็บตัว 

 ปากกาลดน้ำหนัก คืออะไร

ปากกาลดน้ำหนัก เป็นตัวยาที่ได้รับการรับรองจากองค์กรอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาว่าสามารถช่วยลดหรือควบคุมน้ำหนักได้ ตัวยาดังกล่าวจะช่วยลดความอยากอาหาร เป็นวิธีที่ปลอดภัย ส่วนใหญ่มักจะใช้ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายและการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

อะไรที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหิวบ่อย

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการหิวมีหลายปัจจัย ตัวอย่างเช่น

  • ฮอร์โมน เมื่อกระเพาะอาหารว่าง จะทำให้มันหลั่งฮอร์โมนความหิวออกมา ส่งผลให้เกิดความอยากอาหาร
  • ความต้องการสารอาหาร เมื่อเราทานอาหารเข้าไปร่างกายจะย่อยให้กลายเป็นคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน จากนั้นก็จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด สมองก็จะส่งสัญญานให้เกิดความรู้สึกอิ่ม กลับกันเมื่อสารอาหารดังกล่าวถูกร่างกายใช้งานจนหมดก็จะทำให้เกิดความหิว หรือต้องการสารอาหารขึ้นอีกครั้ง
  • ระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อเราไม่ได้ทานอาหารเป็นเวลานาน จะทให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ จนเกิดความรู้สึกหิว 
  • อารมณ์และความรู้สึก อารมณ์โกรธ เหงา เบื่อ หรือแม้แต่อารมณ์ดีมีความสุข สามารถกระตุ้นให้ร่างกายเกิดความรู้สึกหิวได้

 หลักการทำงานของปากกาลดน้ำหนัก

ปากการลดน้ำหนักคือการฉีดตัวยาที่ชื่อ Semaglutide เข้นไปในร่างกาย หลักการทำงานของปากกาลดน้ำหนัก คือ ใช้ฮอร์โมนคุมหิวไปกระตุ้น GLP-1 ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สั่งร่างกายว่าอิ่มแล้ว ไปสั่งสมองให้รู้สึกอิ่ม และไม่อยากทานอาหาร ทำให้เมื่อใช้ปากกาลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่องก็จะทำให้เกิดความอิ่มขึ้น และความอยากอาหารลดลง จนทำให้สามารถทานอาหารได้น้อยลง 

ตัวยาสำหรับการควบคุมน้ำหนักมีกี่แบบ

รูปแบบปากกา 

คือใช้การฉีดยาเพื่อควบคุมน้ำหนัก โดยจะออกฤทธิ์ที่สมอง มีผลต่อการควบคุมการรับประทานอาหาร และความอยากอาหาร

รูปแบบการรับประทาน 

เป็นยากลุ่มที่ออกฤทธิ์นอกสมอง ซึ่งจะออกฤทธิ์ที่ระบบลำไส้ เพื่อยับยั้งการดูดซึมของสารอาหาร

ปากกาลดน้ำหนัก มีอันตรายมั้ย ลดน้ำหนักได้จริงหรือไม่

ปากกาลดน้ำหนักเป็นวิธีที่สามารถลดน้ำหนักได้จริง ไม่มีอันตรายต่อร่างกาย และค่อนข้างปลอดภัย เนื่องจากเป็นวิธีที่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ แต่จะต้องทำควบคู่กับการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายด้วย แต่อาจมีผลข้างเคียงได้บ้าง โดยเฉพาะกับผู้ที่ทานหวานเป็นประจำ เนื่องจาก ปากกาลดน้ำหนักจะเข้าไปช่วยตับอ่อนในการควบคุมและลดน้ำตาล หากทานของหวาน ก็จะทำให้น้ำตาลสูงในเลือด เกิดอาการคลื่นไส้ อยากอาเจียน เนื่องด้วยตับอ่อนพยายามตอบสนองในการจำกัดน้ำตาล ดังนั้นช่วงที่ใช้ปากกาลดน้ำหนักไม่ควรทานหวาน หรือควรลดน้ำตาล นอกจากจะไม่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้แล้ว ยังช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีในการใช้ปากกาลดน้ำหนักอีกด้วย อย่างไรก็ตามปากกาลดน้ำหนักไม่ได้ส่งผลอันตรายถึงชีวิตหากใช้อย่างถูกวิธี และไม่ใช้ในคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงห้ามใช้ปากกาลดน้ำหนัก

ปากกาลดน้ำหนัก จะทำให้เกิดอาการโยโย่หรือไม่

ปากกาลดน้ำหนักเป็นวิธีที่สามารถลดน้ำหนักได้จริง แต่จะต้องทำควบคู่กับการควบคุมอาหาร และการออกกำลังกายด้วย หากไม่สามารถควบคุมอาหารได้อาจทำให้เสี่ยงโยโย่ เนื่องจากปากกาลดน้ำหนักช่วยควบคุมปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายได้รับให้น้อยกว่าเดิม เมื่อแคลอรี่น้อยลงร่างกายจะใช้พลังงานจากกล้ามเนื้อก่อน ทำให้กล้ามเนื้อสลายไปก่อนไขมัน น้ำหนักที่หายไปจึงอาจไม่ใช่การลดปริมาณไขมันในร่างกายแต่เป็นกล้ามเนื้อ ซึ่งการลดลงของกล้ามเนื้อเป็นสาเหตุหลักที่หากหยุดใช้ปากกาลดน้ำหนัก จะทำให้ร่างกายเกิดการโยโย่ได้

การใช้ปากกาลดน้ำหนักเหมาะกับใครบ้าง

 ปากกาลดน้ำหนักเหมาะสำหรับคนที่มีปัญหา ดังต่อไปนี้

  • คนที่มีภาวะน้ำหนักเข้าเกณฑ์โรคอ้วน คือ มีดัชนีมวลกาย คือค่า BMI เกิน 30 kg/m2
  • คนที่มีภาวะน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานดัชนีมวลกาย คือค่า BMI เกิน 27 kg/m2 หรือมีปัญหาสุขภาพ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น
  • คนที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักและต้องการตัวช่วยที่จะทำให้การลดน้ำหนักเห็นผลไวและมีประสิทธิภาพ
  • คนที่ต้องการปรับพฤติกรรมการกิน เช่น กินมากเกินความต้องการ เป็นต้น
  • คนที่ต้องอยากลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ปลอดภัย อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
  • คนที่ลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นๆ แต่ยังไม่เห็นผล

ข้อควรรู้ในการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

ข้อควรรู้ในการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

  • อ่านคําแนะนําอย่างละเอียดก่อนใช้
  • ฉีดยาก่อนหรือหลังอาหารวันละครั้งที่บริเวณต้นขา ท้อง หรือไหล่
  • ไม่ใช้ปากกาลดน้ำหนักบ่อยกว่าที่กำหนด ควรใช้ตามคำแนะนำ หรือคำสั่งแพทย์
  • ไม่ควรใช้ปากกาลดน้ำหนักร่วมกับผู้อื่น
  • หากต้องใช้ปากกาลดน้ำหนักในเด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี ผู้ปกครองควรพูดคุยกับแพทย์เพื่อทำความเข้าใจวิธีการใช้อย่างถูกต้อง

อาการข้างเคียงของการใช้ปากกาลดน้ำหนักที่อาจะเกิดขึ้นได้

อาการข้างเคียงของการใช้ปากกาลดน้ำหนักที่อาจจะเกิดขึ้นได้

  • รู้สึกคลื่นไส้ เนื่องจากตัวยาส่งผลต่อการบีบตัวของกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้ช่วงเริ่มใช้ยาอาจจะรู้สึกคลื่นไส้ พะอืดพะอมได้ง่าย
  • ปวดท้อง มีอาการแน่นท้อง ท้องเสียเล็กน้อย
  • ท้องผูกตัวยาที่ฉีดเข้าไปจะลดอัตราการบีบตัวของลำไส้ ทำให้ลำไส้ทำงานได้ช้าลง จนเกิดอาการท้องผูกได้

การใช้ปากกาลดน้ำหนักห้ามใช้กับผู้ใครบ้าง

การใช้ปากกาลดน้ำหนักห้ามใช้กับคนบางกลุ่ม ดังนี้

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร 
  • เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี 
  • ผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 75 ปี 
  • ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1  
  • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์
  • ผู้ที่มีภาวะตับอ่อนอักเสบ

ข้อบ่งชี้ในการใช้ปากกาลดน้ำหนักทางการแพทย์

ข้อบ่งชี้ในการใช้ปากกาลดน้ำหนักทางการแพทย์ มีดังนี้

  • ผู้ที่เป็นไทรอยด์แนะนำให้อาการไทยรอยด์อยู่ในภาวะ Stable ก่อน จึงจะใช้ปากกาลดน้ำหนักได้
  • ปากกาลดน้ำหนัก สามารถใช้รักษาร่วมกับยาในกลุ่มโรคความดัน โรคหัวใจ และเบาหวาน นอกจากนี้ตัวยายังช่วยลดความดันเลือด น้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย

อันตรายจากยาลดน้ำหนักที่มีจำหน่ายในอินเทอร์เน็ต

อันตรายจากยาลดน้ำหนักที่มีจำหน่ายในอินเทอร์เน็ต

  • เกิดอาการปากแห้ง คอแห้ง การดื่มน้ำก็ไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น
  • กินอาหารไม่อร่อย ลิ้นไม่รับรู้รสชาติ หรือลิ้นรับรสชาติแปลก ๆ ไปจากปกติ
  • ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว โดยเฉพาะบริเวณแขน ขา และข้อ
  • เวียนศีรษะ มึนงง เบลอ
  • ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
  • รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน อยากจะอาเจียนตลอดเวลา
  • ท้องผูก ระบบขับถ่ายแปรปรวน
  • นอนไม่หลับ ไม่สบายตัว หรือสะดุ้งตื่นบ่อย 
  • มีอาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ

คำถามที่พบบ่อย

ปากกาและยาลดน้ำ สามารถลดน้ำหนักลงได้กี่โล 

ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายคนเราไม่เท่ากัน การทำปฏิกิริยากับตัวยาก็แตกต่างกันไป รวมถึงพฤติกรรมระหว่างการใช้ตัวยา เช่น การออกกำลังกายร่วมกับการควบคุมอาหาร เป็นต้น แต่โดยทั่วไปแล้วภายใน 1 เดือน สามารถลดได้ถึง 5 กิโล อ้างอิงจากคำกล่าวจากกลุ่มคนที่มีประสบการณ์ในการใช้ปากกาลดน้ำหนัก

ความแตกต่างระหว่างปากกาดน้ำหนัก และยาควบคุมน้ำหนักแบบรับประทาน

ปากกาลดน้ำหนัก คือใช้การฉีดยาเพื่อควบคุมน้ำหนัก โดยจะออกฤทธิ์ที่สมอง มีผลต่อการควบคุมการรับประทานอาหาร และความอยากอาหาร

ส่วนยาควบคุมน้ำหนักแบบรับประทาน เป็นยากลุ่มที่ออกฤทธิ์นอกสมอง ซึ่งจะออกฤทธิ์ที่ระบบลำไส้ เพื่อยับยั้งการดูดซึมของสารอาหาร

ลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก ลดไขมัน ด้วยการทำ IF ฉบับมือใหม่

ลดน้ำหนัก ลดไขมัน ด้วยการทำ IF ฉบับมือใหม่ วิธีควบคุมอาหารที่ไม่ต้องทรมานร่างกายจนเกินไป เห็นผลดี เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มควบคุมอาหาร สามารถทำควบคู่กับการออกกำลังกายและนวัตกรรมอื่นๆ เพื่อให้ได้ผลดีขึ้น

การทำ IF คืออะไร ?

Intermittent Fasting หรือ การทำ IF เป็นวิธีการลดน้ำหนักอีกวิธีหนึ่งที่เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากเห็นผลจริงและเป็นวิธีที่ปลอดภัย ไม่อันตราย เป็นวิธีลดน้ำหนักโดยการควบคุมอาหาร แคลอรี และการจำกัดเวลาในการทานอาหาร โดยมีหลากหลายวิธีในการปฏิบัติ แต่วิธีที่ได้รับความนิยมก็คือจำกัดเวลาทานอาหาร 8 ชั่วโมง และอดอาหาร 16 ชั่วโมง กล่าวคือ ทานอาหารช่วงเวลา 6:00น.-14:00น. และหลังจาก 14:00น. เป็นต้นไปจะเป็นช่วงงดอาหาร ทานได้เพียงแต่น้ำเปล่า หรือกาแฟ ชา ที่ไม่ใส่น้ำตาล

ทำไมต้องทำ IF

ทำไมต้องทำ IF คำตอบคือ IF เป็นวิธีการลดน้ำหนักที่ค่อนข้างปลอดภัยและเห็นผลจริง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักในช่วงเวลาสั้นๆ ประโยชน์ของการทำ IF ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ คือ เมื่อน้ำหนักลดลง ปริมาณไขมันในร่างกายก็จะลดลงด้วย IF จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังแบบไม่ติดต่อต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน ไขมันสูง เป็นต้น

 สูตรของการทำ IF 

สูตรวิธีลดน้ำหนัก 5:2 

การทานอาหารตามปกติ 5 วัน และทานอาหารแบบ Fasting 2 วัน อาจจะเลือกทำติดกัน 2 วัน หรือห่างกันก็ได้ แล้วแต่ความสะดวก วิธีนี้ไม่ใช่การอดอาหารทั้งวัน เพียงแต่เป็นการลดปริมาณอาหารให้น้อยลงแทน โดยสามารถทานได้ประมาณ 1/4 ของแคลอรี่ที่ได้รับต่อวัน

สูตรวิธีลดน้ำหนัก 16/8 หรือ Lean Gains 

วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยจะเป็นการจำกัดเวลาทานอาหาร 8 ชั่วโมง และอดอาหาร 16 ชั่วโมง โดยเป็นสูตรที่แนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มทำ IF เนื่องจากเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยาก สามารถทำได้ง่ายๆ สำหรับมือใหม่

สูตรวิธีลดน้ำหนัก 19/5 หรือ Fast Five 

สูตรนี้แบ่งออกเป็นการทานอาหารเพียง 5 ชั่วโมงและอดอาหาร 19 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง

สูตรลดน้ำหนักแบบ Warrior Diet 

เป็นการอดอาหาร 20 ชั่วโมง และทานอาหาร 4 ชั่วโมง หรือในแต่ละวันอาจจะทานมื้อใหญ่มื้อเดียว และไม่ทานอาหารอื่นๆ อีกเลย ซึ่งจะต้องเป็นมื้อที่เน้นอาหารที่มีโปรตีนสูงและผักสด 

สูตรลดน้ำหนักแบบ Eat Stop Eat 

สูตรการอดอาหาร 24 ชั่วโมง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ ส่วนวันอื่นๆ ก็สามารถทานได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องเลือกทานอย่างเหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

สูตรลดน้ำหนักแบบ ADS หรือ Alternate Day Fasting 

เป็นสูตรที่มีความคล้ายสูตร IF 5:2 โดยจะเป็นการอดอาหารแบบวันเว้นวัน อดอาหาร 1 วัน กินอาหาร 1 วัน แล้วกลับมาอดอีก 1 วัน วนแบบนั้นไปเรื่อยๆ เป็นสูตรที่เรียกว่าค่อนข้างหักโหม ไม่เหมาะสำหรับคนที่เพิ่งเริ่ม แต่ทั้งนี้ในวันที่ Fast สามารถเลือกทานอาหารที่มีแคลอรีต่ำได้ เพียงแต่ต้องทานให้น้อยที่สุด  

 การทำ IF 16/8 คืออะไร 

หนึ่งในสูตรลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting เป็นการลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน โดยจะเป็นการจำกัดเวลาทานอาหาร 8 ชั่วโมง และอดอาหาร 16 ชั่วโมง ตัวอย่างเช่น ทานอาหารช่วงเวลา 6:00น.-14:00น. และหลังจาก 14:00น. เป็นต้นไป จะเป็นช่วงงดอาหาร ทานได้เพียงแต่น้ำเปล่า หรือกาแฟ ชา ที่ไม่ใส่น้ำตาล เป็นสูตรที่แนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มทำ IF เนื่องจากเป็นวิธีที่ไม่ยุ่งยาก สามารถทำได้ง่ายๆ สำหรับมือใหม่ 

 ปัจจัยที่ทำให้การทำ IF 16/8 ไม่ได้ผล

1.อดอาหารมากเกินไป โดยใน 8 ชั่วโมงที่สามารถทานอาหารได้นั้น มีการควบคุมอาหารมากจนเกินไป ไม่ทานอาหารที่มีประโยชน์หรือไม่ทานอาหารครบ 5 หมู่ จนทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ทำให้การเผาผลาญในร่างกายลดลง และเก็บสะสมพลังงานมากขึ้นเป็นไขมัน 

2.ทานมากเกินไป เป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นบ่อยสำหรับการทำ IF คือในช่วงที่สามารถทานอาหารได้นั้นมีการทานที่มากเกินไปเผื่อในช่วงเวลาที่อด เพื่อไม่ให้รู้สึกหิว อย่างไรก็ตามการลดความอ้วนนั้นจะต้องมีความรู้สึกหิวเป็นปกติอยู่แล้ว ดังนั้นแนะนำว่าให้ทานปกติ แต่เน้นอาหารที่ช่วยให้อิ่มท้องได้นาน

3.ติดหวาน ลดหวานไม่ได้ ในช่วงที่ทำ IF หากยังมีการทานหวานจะเกิด Sugar Addict หรืออาการติดหวาน ส่งผลให้ช่วงที่ต้องอดอาหารไม่สามารถอดได้ จะมีอาการหิวจนทนไม่ได้ ต้องหาอาหารทานในที่สุด

4.พักผ่อนไม่เพียงพอหรือนอนดึก ปัจจัยข้อนี้อยู่ในปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคอ้วน เนื่องจากเมื่อนอนดึกจะทำให้ร่างกายรวน ทำให้คนนอนดึกไม่สามารถอดอาหารได้ จะต้องทานอาหารที่มีความหวาน จนเกิดความอ้วนตามมาในที่สุด เช่นเดียวกันหากเรานอนดึกในช่วงทำ IF ส่งผลให้การทำ IF ไม่ได้ผล

5.ไม่ออกกำลังกาย การลดน้ำหนักควรไม่ใช่แค่การควบคุมอาหารเท่านั้น แต่ต้องทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เพื่อสร้างระบบเผาผลาญที่มีประสิทธิภาพ สร้างกล้ามเนื้อ เพื่อไม่ให้เกิดอาการโยโย่ภายหลัง ที่สำคัญคือการออกกำลังกายยังช่วยให้การทำ IF 16/8 เห็นผลไวขึ้นอีกด้วย

  ผู้ที่ไม่เหมาะกับการทำ IF

ผู้ที่ขาดสารอาหาร เนื่องจากผู้ที่ขาดสารอาหารจำเป็นจะต้องได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และต้องทานอาหาร 5 หมู่ ให้ครบใน 3 มื้อ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อร่างกายไม่ควรมีช่วงที่ร่างกายต้องอดอาหาร

  • เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เด็กควรได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการ เพื่อให้กลไกในการทำงานของร่างกายเป็นปกติและการเจริญเติบโตที่เหมาะสม
  • หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร แม่ลูกอ่อนหรือคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน เนื่องจากหากมีการอดอาหารก็จะส่งผลเสียต่อสารอาหารที่เด็กควรได้รับจากการทานนมแม่และอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ 

ไม่เพียงแต่การควบคุมอาหารแบบทำ IF เท่านั้นที่ผู้คนเหล่านี้ไม่ควรทำแต่ไม่ควรควบคุมอาหารด้วยวิธีอื่นเลย

 ประโยชน์ของการทำ IF

ประโยชน์ของการทำ IF นอกจากจะเป็นการควบคุมอาหารที่เห็นผลมากแล้ว ยังส่งผลดีต่อสุขภาพอีกด้วยคือ เมื่อน้ำหนักลดลง ปริมาณไขมันในร่างกายก็จะลดลงด้วย IF จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังแบบไม่ติดต่อต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน ไขมันสูง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น

  • เปลี่ยนการทำงานของเซลล์ ยีนส์ และฮอร์โมนให้ดีขึ้น
  • ช่วยลดน้ำหนัก ลดหน้าท้อง 
  • ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ ช่วยลดอาการอักเสบ
  • ลดอาการดื้ออินซูลิน อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน
  • ช่วยซ่อมแซมเซลล์ภายใน
  • ช่วยลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์
  • ช่วยให้สมองทำงานได้ดีขึ้น

 สามารถออกกำลังกายได้ไหมช่วงที่อดอาหาร

สามารถออกกำลังกายได้ แต่ในช่วงที่เริ่มอดอาหารแนะนำให้เริ่มออกกำลังกายแบบเบาๆก่อน หลังจากนั้นก็ค่อยๆให้ร่างกายปรับสมดุลได้ก่อนจึงออกกำลังกายอย่างหนัก โดยเฉพาะกับคนที่ชอบทานหวานเป็นชีวิตจิตใจ การทานอาหารที่มีน้ำตาลสูง แล้วมาลดน้ำหนักโดยการอดอาหาร จะทำให้ร่างกายของปรับสมดุลไม่ทัน สำหรับคนที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย หรือไม่ชอบออกกำลังกาย ในปัจจุบันได้มีนวัตกรรมการกระตุ้นกล้ามเนื้อ สร้างกล้ามเนื้อ ทำซิคแพคด้วยการทำ HIFEM High Intensity Focused Electro Magnetic โดยการทำงานของนวัตกรรมนี้จะใช้เทคโนโลยีของการยิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เข้าไปในชั้นของกล้ามเนื้อ เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อให้หดตัว ที่สำคัญคือกล้ามเนื้อหดตัวมากกว่าการออกกำลังกายแบบปกติ และเวลาเดียวกันยังช่วยให้เผาผลาญไขมันได้อีกด้วย ช่วยให้กล้ามเนื้อหน้าท้องชัด บั้นท้ายกระชับ มีความปลอดภัยสูง ไม่เจ็บขณะทำ ไม่ต้องผ่าตัดให้เจ็บตัว

 ทำ IF ควบคู่การฉีดเมโสแฟต น้ำหนักลดไว

การทำ IF ให้เห็นผลเร็วนอกจากจะทำควบคู่การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายแล้ว ยังสามารถฉีดสลายไขมันด้วย MESO FAT ได้อีกด้วย ซึ่งเป็นตัวช่วยในการสลายไขมันได้เร็วมากขึ้น MESO FAT ฉีดลดไขมัน คือตัวยาที่ช่วยสลายไขมันลงในชั้นไขมัน โดยตัวยาที่ฉีดเข้าไปจะช่วยให้ไขมันสลายตัว ไขมันก็จะถูกขับออกทางระบบขับถ่าย ทำให้ไขมันบริเวณที่ฉีดลดลง สามารถฉีดได้เฉพาะจุดโดยไม่ต้องผ่าตัด ช่วยกระชับสัดส่วนได้ตามที่ต้องการ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดสัดส่วนต่างๆ บนร่างกาย ตั้งแต่บริเวณใบหน้าไปจนถึงส่วนล่างของร่างกายอย่าง สะโพก ต้นขา น่อง ลดไขมันในบางจุดที่การออกกำลังกายไม่สามารถช่วยให้ลดได้มากนัก โดย MESO FAT จะช่วยลดสัดส่วนให้ไวขึ้น 

 การทำ IF ควบคู่แบบไหนที่จะได้ผลดี

หากพูดถึงการทำ IF ควบคู่วิธีธรรมชาติอย่างการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เนื่องจากการทำ IF ควบคู่การออกกำลังกาย ช่วยสร้างระบบเผาผลาญที่มีประสิทธิภาพ สร้างกล้ามเนื้อ เพื่อไม่ให้เกิดอาการโยโย่ภายหลัง ที่สำคัญคือการออกกำลังกายยังช่วยให้การทำ IF เห็นผลไวขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตามหากใครไม่มีเวลาออกกำลังกายหรือไม่สะดวกที่จะออกกำลังกาย การทำ IF ควบคู่นวัตกรรมใหม่ๆ อย่าง HIFEM และ MESO FAT ก็เป็นวิธีที่ทำให้การทำ IF เห็นผลดีและปลอดภัยเช่นเดียวกัน

การทำ IF เป็นวิธีที่ปลอดภัยไหม

หากถามว่าการทำ IF เป็นวิธีที่ปลอดภัยไหม ก็คงจะต้องตอบว่า การทำ IF จะปลอดภัยรึป่าวนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีการปฏิบัติตัวระหว่างการทำ IF หากปฏิบัติตามวิธีการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัดก็จะทำให้ได้ผลดี ปลอดภัย ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย อีกทั้งยังส่งผลให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานดีขึ้นอีกด้วย

ข้อสรุป

IF เป็นทางเลือกในการลดน้ำหนักที่เหมาะสม ปลอดภัย ได้ผลดี สามารถทำได้เรื่อยๆ ไม่ต้องหักโหมจนเกินไป อย่างไรก็ตามการทำ IF ให้ได้ผลดีควรทำควบคู่กับการออกกำลังกาย หรือการทำ HIFEM และ MESO FAT เพื่อให้การลดสัดส่วน กล้ามเนื้อ และไขมัน เป็นไปได้ตามต้องการ