รู้จักสิวอักเสบ พร้อมวิธีรักษาสิวอักเสบ แก้อย่างไรให้ตรงจุด
สิวอักเสบ บวมแดง ขึ้นทั้งบริเวณใบหน้า หลัง หน้าอก และไหล่ ใครที่กำลังมีปัญหานี้ยกมือขึ้น ทายาแต้มสิวยังไงก็ไม่หาย บีบออกไปแล้วก็ยังขึ้นมาใหม่ สาเหตุที่ใครหลายๆ คนรักษาสิวอักเสบอย่างไรก็ไม่หาย เป็นเพราะว่ารักษาผิดวิธี ใจร้อนจนเกินไป
ก่อนที่จะรักษาสิวอักเสบจะต้องรู้ก่อนว่าต้นตอของการเกิดสิวของเรานั้นคืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง สาเหตุการเกิดสิวของแต่ละบุคคลก็จะแตกต่างกันออกไป บทความนี้เรารวบรวมคำตอบมาให้แล้วค่ะ
สิวอักเสบคืออะไร?
สิวอักเสบเป็นภาวะที่ผิวหนังเกิดตุ่มแดง บวม และเจ็บ สิวอักเสบมักจะมีหนองอยู่ข้างในด้วย เป็นการสะสมของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และความมันส่วนเกินบนใบหน้า มักชอบขึ้นบริเวณใบหน้า หลัง หน้าอก และไหล่
การรักษาสิวอักเสบนั้นจะต้องแยกประเภทการรักษาจากสิวทั่วไป สิวอักเสบสามารถแยกออกจากสิวที่ไม่อักเสบได้โดยการสังเกตหัวสิวว่ามีหนองหรือไม่ ถ้าหากมีหนองและมีอาการบวมแดง สัมผัสแล้วรู้สึกเจ็บปวด นั้นคืออาการของสิวอักเสบ แต่ถ้าหากไม่มีอาการเหล่านี้นั้นคือสิวทั่วไป
สิวอักเสบเกิดจากอะไร?
สิวอักเสบเกิดจากการอักเสบ โดยจะเริ่มจากการอุดตันของรูขุมขนเล็กๆ ที่เรียกว่า “Microcomedo” การอุดตันของสิวอักเสบเป็นการอุดตันที่มีขนาดเล็ก ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า แต่จะกลายเป็นสิวอักเสบขึ้นบริเวณผิวให้เห็น
สาเหตุเกิดมาจากเซลล์ผิวที่ตายแล้วและความมันที่สะสมอยู่ในรูขุมขน สะสมรวมกันเป็นอาหารให้กับแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว สิ่งสกปรกในรูขุมขนสะสมรวมกันเป็นจำนวนมากจนปะทุออกมาบริเวณผิวหนัง เซลล์เม็ดเลือดขาวจึงทำหน้าที่เข้าไปช่วยแก้ปัญหา ทำให้เกิดรอยแดง บวม และระคายเคือง จนกลายเป็นสิวอักเสบ ที่มีเลือดคั่งและตุ่มหนอง จึงจำเป็นต้องหาวิธีรักษาสิวอักเสบให้ถูกต้อง
สิวอักเสบที่แก้ม และคางเกิดจากอะไร
บริเวณที่สิวอักเสบชอบขึ้นรักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายนั้นก็คือ บริเวณแก้มและคางแต่ถ้ามาวิเคราะห์ดีๆ ถึงสาเหตุที่สิวชอบขึ้นบริเวณนี้ มีปัจจัยต่างๆ ดังนี้
- การใส่หน้ากากอนามัยนานจนเกินไป จนทำให้ผิวอับชื้น
- ปอกหมอน ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอนไม่สะอาด เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและแบคทีเรีย
- โทรศัพท์มือถือที่มีสิ่งสกปรกสะสมอยู่ เนื่องจากการใช้งานโทรศัพท์มือถือในทุกๆ วัน
- ชอบใช้มือที่สกปรกจับใบหน้าบ่อยๆ จนเกิดเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค
- เช็ดเครื่องสำอางไม่สะอาด และทิ้งสารเคมีหรือสิ่งต่างๆ ไว้บนใบหน้า
- การมาของประจำเดือนก็ทำให้เกิดสิว เนื่องจากฮอร์โมนจะปรับระดับอย่างรวดเร็ว ทำให้หน้ามัน สิวอักเสบขึ้น
- พันธุกรรมจากคนในครอบครัว เพราะหากคนในครอบครัวเคยมีประวัติการเป็นสิวอักเสบหรือสิวชนิดต่างๆ ก็จะส่งผลให้คนอื่นๆ ในครอบครัวมีโอกาสเป็นสิวได้
- การบีบสิวก็เป็นอีกหนึุ่งปัจจัยสำคัญ เพราะหากใครที่มีสิวอุดตัน และบีบสิวบ่อยๆ จะทำให้สิวขึ้นมากกว่าเดิม โดยเฉพาะกรณีที่เป็นสิวธรรมดา แต่เมื่อไปจับ บีบ แดก ก็มีโอกาสจะทำให้สิวนั้นกลายเป็นสิวอักเสบได้ทันที
วิธีรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเอง
สิวอักเสบเป็นสิวที่เกิดจากการสิวอุดตัน เพราะฉะนั้นจะต้องรักษาสิวอักเสบ โดยเริ่มจากต้นตอการอุดตันของผิวเพื่อไม่ให้เป็นสิวอุดตันจนลุกลามมาเป็นสิวอักเสบ แต่ถ้าหากเป็นสิวอักเสบแล้ว ก็สามารถรักษาสิวอักเสบให้หายได้ด้วยตัวเอง ตามขั้นตอนดังนี้
1. ห้ามบีบสิว
สิวอักเสบเป็นสิวที่ห้ามบีบด้วยตัวเอง เพราะจะทำให้ยิ่งอักเสบมากยิ่งขึ้น ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลรักษา ถ้าหากต้องการจะรักษาสิวอักเสบแบบเร่งด่วน เพราะฉะนั้นระหว่างที่เป็นสิวอักเสบควรงดบีบ แคะ แกะ และเกา
2. พักผ่อนให้เพียงพอ
ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนดึกจะทำให้ร่างกายของเรานั้นเกิดความเครียด มีเวลาฟื้นฟูสภาพผิวน้อยลง การรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเองของระบบผิวหนังจึงจะช้าลงกว่าเดิม นอกจากนี้ยังทำให้ร่างกายมีการหลั่งของฮอร์โมนความเครียด ส่งผลให้หน้ามัน รูขุมขนขยายกว้าง ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวเห่อ สิวอักเสบอีกด้วย
3. งดทานของทอดของมัน
ช่วงที่กำลังรักษาสิวอักเสบควรงดรับประทานของทอด ของมัน เพราะความมันจากอาหารจะไปสะสมในร่างกายและปะทุออกมาตามผิวหนัง ทำให้ใบหน้ามันและไปอุดตันรูขุมขนซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิวอักเสบ
4. ล้างหน้าให้สะอาด
ควรล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้งตั้งแต่การเช็ดเครื่องสำอางออกจากใบหน้า ถึงแม้จะไม่แต่งหน้าก็ควรเช็คเพื่อเอาครีมกันแดด สิ่งสกปรกและมลพิษที่เจอมาทั้งวันออกจากรูขุมขน จากนั้นก็ล้างหน้าให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีความอ่อนโยนต่อผิว ล้างแล้วหน้าไม่แห้งตึงจนเกินไปเพื่อรักษาสมดุลความมันบนใบหน้า
5. งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
การสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีผลต่อการรักษาสิวเป็นอย่างมากเพราะจะทำให้ผิวอ่อนแอ ยากต่อการฟื้นฟู รักษาสิวอักเสบยังไงก็ไม่หายจนกลายเป็นสิวเรื้อรัง
6. ใช้ยาแต้มสิวที่เหมาะสม
ยาแต้มสิวเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่สำคัญในการรักษาสิวอักเสบ ซึ่งสามารถปรึกษากับเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ เพื่อที่จะได้ทราบชนิดของยา วิธีการใช้ และปริมาณที่ใช้ได้อย่างเหมาะสม
จากวิธีการข้างต้นเป็นวิธีการรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเอง แต่ถ้าหากใครลองแล้วยังไม่หายควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยด่วน เพราะถ้าหากทิ้งไว้นานเกินไป จะเกิดเป็นสิวอักเสบเรื้อรัง รักษายากและหายยากอีกด้วย
การรักษาสิวอักเสบทางการแพทย์
นอกจากวิธีรักษาสิวอักเสบในเบื้องต้นแล้ว ยังสามารถรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างดีที่สุดได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
ยาทาเฉพาะจุด
บริเวณที่เกิดสิวจะแตกต่างกันออกไป บางบุคคลพบว่ามีสิวบริเวณแก้ม คาง หรือหน้าผาก ดังนั้นหนึ่งในวิธีที่รักษาสิวอาจจะต้องใช้ยาทาเฉพาะจุด โดยตัวยาอาจจะเป็นยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย
วิธีง่ายๆ คือ ทาทิ้งไว้ 5-10 นาที จะช่วยรักษาสิวอุดตันและลดการอักเสบของสิวได้ เพียงแต่เมื่อเริ่มทายาแล้วจะต้องทาในยาทาในปริมาณที่น้อยกว่าปกติและทาบางๆ ก่อน
การกินยารักษาสิว
หากทายาเฉพาะจุดแล้วอาการไม่ดีขึ้น อาจจะต้องทานยาร่วมด้วย โดยอาจจะทานกลุ่มยาปฏิชีวนะหรือยาในกลุ่มวิตามินเอ โดยปริมาณยา จำนวน หรือลักษระการทานนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากตัวยาอาจจะส่งผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย
การกดสิว
วิธีนี้จะใช้สำหรับการขจัดสิวอุดตันเป็นส่วนใหญ่ แต่หากเป็นสิวอักเสบมาก แพทย์อาจพิจารณาฉีดยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ร่วมด้วย เพื่อให้สิวที่อักเสบยุบลงก่อน
การรักษาสิวด้วยเลเซอร์
หากรักษาสิวอักเสบด้วยวิธีปกติและอาการเร่ิมดีขึ้นแล้ว อาจจะใช้วิธีการเลเซอร์เพื่อลดริ้วรอย และรอยดำ โดยใช้เครื่องเลเซอร์ที่มีความถี่ในการทำลายเม็ดสัเมลานิน บริเวณชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ ก่อนจะทำปฏิกิริยาตามกลไกการทำงานของร่างกาย รอยสิวจึงจะจางลง โดยผลลัพธ์จะเริ่มชัดเจนยิ่งขึ้นหากทำไปแล้ว 3 ครั้ง
เป็นสิวอักเสบแค่ไหนถึงต้องไปหาหมอ
วิธีการประเมินตัวเองเบื้องต้นว่าเป็นสิวอักเสบแค่ไหนถึงจะควรไปหาหมอ ถ้าหากเป็นสิวอักเสบ 1-4 เม็ดในเวลาเดียวกันสามารถรักษาได้ด้วยตัวเองตามวิธีข้างต้น แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้นสามารถไปพบแพทย์ได้ แต่ถ้าหากมีสิวอักเสบบนใบหน้าตั้งแต่ 4 เม็ดขึ้นไป ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันการที่จะเกิดเป็นสิวอักเสบเรื้อรังในอนาคต
สรุป
สิวอักเสบเป็นปัญหาทุกข์ร้อนใจที่ใครๆ ก็ไม่อยากเจอ เพียงแค่ลองรักษาสิวอักเสบด้วยวิเบื้องต้น แต่หากลองรักษาทุกทางแล้วก็ยังไม่หายสักที เพราะไม่รู้ว่าสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบของตัวเองนั้นคืออะไร ก็อาจจะลองปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาตนตอของสิว
โดยสามารถปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ Aya Clinic ได้ทันที เพราะที่นี่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำวิธีการรักษาสิวอักเสบและบอกถึงต้นตอสาเหตุของการเกิดสิวของแต่ละบุคคล พร้อมช่วยรักษาสิวอักเสบให้หายได้อย่างเร่งด่วน โดยการแอดไลน์ @ayaclinic หรือโทร 090–970-0447 จองคิวล่วงหน้าได้ทันที
เอกสารอ้างอิง
Cleveland Clinic. (2022). Inflammatory Acne. Retrieve from https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/22765-inflammatory-acne






