เติมใบหน้าให้อ่อนเยาว์

ฟิลเลอร์ตัวช่วยคืนความอ่อนเยาว์

ฟิลเลอร์ (Filler)คือสารฮายารูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ เรียกสั้นๆว่า HA เป็นองค์ประกอบที่มีอยู่ในผิวหนังและกระดูกอ่อนของคนเรา และเป็นสารเติมเต็มที่ได้รับรองมาตรฐานความปลอดภัยทั่วโลกโดยทั่วไปทางการแพทย์จะฉีดฟิลเลอร์ในการลดและแกัไขปัญหาริ้วรอยต่างๆ เพราะ สาร Hyalurinic Acid มีหน้าที่ช่วยเพิ่ม และ ปรับโครงสร้างใต้ชั้นผิวให้อ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น ลดริ้วรอย และ จุดบกพร่องบนใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติจุดที่เป็นที่นิยมในการฉีดฟิลเลอร์ ได้แก่ บริเวณรอบดวงตา อาทิเช่น แก้ไขตาสามชั้น เบ้าตาลึก ใต้ตาลึก ดวงตาโทรม หน้าผาก บริเวณคาง บริเวณขมับ หรือใช้ในการเติมเต็มและแก้ไขปรับแต่งรูปหน้า

ประเภทของฟิลเลอร์

ประเภทของฟิลเลอร์จะสามารถแบ่งเป็น3กลุ่มใหญ่ๆดังนี้

1.แบบชั่วคราว (Temporary Filler) จะมีอายุการใช้งานโดยประมาณ 4-6 เดือน มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และยังสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ

2. ประเภทถาวร

เป็นฟิลเลอร์ประเภทที่สามารถอยู่ได้อย่างถาวร ไม่สลายไปตามธรรมชาติ แต่อาจจะมีผลข้างเคียงในระยะยาว จำพวก ซิลิโคน หรือ พาราฟิน  เป็นต้น

3.ประเภทกึ่งชั่วคราว ฟิลเลอร์ประเภทนี้จะมีอายุการใช้งานนานกว่าแบบแรก ซึ่งจะอยู่ได้นานสูงสุดประมาณ 2 ปี


 บริเวณไหนที่สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้

  • ฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นบริเวณที่นิยมมากที่สุด  เพราะเป็นบริเวณที่พอรับการแก้ไขแล้ว ภาพรวมใบหน้าจะดูสดใสขึ้นอีกทั้งการเติมฟิลเลอร์ใต้ตา ยังสามารถทำให้แต่งหน้าง่าย แก้ไขปัญหาใต้ตำดำ เมื่อฉีดฟิลเลอร์แล้วใต้ตาจะดูจางลง ทำให้ใต้ตาดูเต็มขึ้น ร่องใต้ตาหายไป และ ดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ฟิลเลอร์ร่องแก้ม ร่องแก้มเป็นจุดที่เป็นปัญหทำให้ดูมีอายุกว่าวัย และ ทำให้ใบหน้าอิดโ รยจากการมีร่องแก้ม โดยสามารถแก้ไขได้จากการฉีดฟิลเลอร์ หลังฉีดร่องแก้มก็จะดูตื้นขึ้น ดูอ่อนเยาว์ขึ้น
  • ฟิลเลอร์คาง คนที่คางตัด หรือว่าคางสั้น  ทำให้รูปหน้าดูไม่เรียวไม่ได้สัดส่วน การฉีดฟิลเลอร์คางในการปรับรูปคางจะได้คางที่ดูเป็นธรรมชาติ กว่าการศัลยกรรมเสริมคาง อีกทั้งไม่ต้องทำการผ่าตัด ไม่มีรอยแผลเป็น มีเพียงรอยเข็มเล็ก ๆ เท่านั้น และ ไม่ต้องพักฟื้น
  • ฟิลเลอร์ขมับ แก้ไขขมับตอบสำหรับท่านที่เริ่มมีอายุ การฉีดฟิลเลอร์ขมับจะทำให้ภาพรวมใบหน้าดูได้สัดส่วนมากขึ้น โดยบริเวณขมับมีเส้นเลือดที่เชื่อมเข้าสู่ดวงตาได้ การทำการรักษาโดยการฉีดฟิลเลอร์ขมับ ควรทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
  • ฟิลเลอร์หน้าผาก ฟิลเลอร์หน้าผาก จะแก้ปัญหา หน้าผากแบน หน้าผากบุ๋ม โดยไม่ต้องศัลยกรรม ไม่ต้องพักฟื้น แต่ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น เพราะ มีโอกาสไหลย้อย หรือ เป็นคลื่นได้  แนะนำทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงจะดีที่สุด
การฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน

โดยทั่วไปฟิลเลอร์จะเป็นสารฮายารูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ เรียกสั้นๆว่า HA จะมีการเลียนแบบไขกระดูกในร่างกาย จึงจะเห็นผลมากที่สุดทันทีหลังฉีดและค่อยสลายเองตามธรรมชาติประมาณ 8-12 เดือน

ดังนั้นเราสามารถยืดอายุการอยู่ของฟิลเลอร์ได้ดังนี้

  • นอนหมอนสูง ไม่ควรนอนตะแคงในช่วง    2 – 3 วันแรก
  • ล้างหน้าเบา ๆ ไม่นำมือไปกดนวด หรือ กระแทกแรง ๆ บริเวณที่ทำหัตถการ
  • เว้นการออกกำลังกายหนัก ในช่วง 2-3 วันแรก เพราะ ร่างกายจะเกิดความร้อน ทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนได้
  • หลีกเลี่ยงความร้อน ไม่ให้บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์รับความร้อน อาทิ แสงแดด ไดร์ น้ำอุ่น
  • งดเลเซอร์ ทรีทเมนต์ ซาวน่า 2 สัปดาห์หลังฉีดฟิลเลอร์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2 วันหลังฉีดฟิลเลอร์ 
  • ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆเพื่อให้ผลของฟิลเลอร์เกิดเต็มประสิทธิภาพที่สุด

แนวทางการเลือกการรับบริการฟิลเลอร์

เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์ นอกจากความสวยงามแล้ว อาจจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของการรับบริการ เพื่อให้มีประสิทธิภาพด้านควางามและความปลอดภัยสูงสุด โดยสามารถดูได้จากองค์ประกอบดังนี้

  • ฉีดฟิลเลอร์กับคลินิก และ แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง   

เนื่องจากชั้นผิวในการฉีดฟิลเลอร์มีความสำคัญมาก หากท่านได้รับการทำหัตถการกับแพทย์ที่มีความชำนาญ และ ประสบการณ์สูง จะฉีดได้ถูกชั้น ถูกจุด แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด และ สวยเนียนไม่เป็นก้อน

  •  ฟิลเลอร์ที่ใช้ เป็นของแท้ มีมาตรฐาน   

คนไข้ต้องเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น โดยมีมาตรฐาน และ มีการรับรองที่ถูกต้อง อย่าเลือกซื้อเพียงเพราะราคาถูก เพราะผลเสียในระยะยาวมีให้เห็นมาก ทั้งเป็นก้อน และ อื่น ๆ ฉีดทั้งทีต้องศึกษาให้ละเอียดรอบคอบก่อนตัดสินใจ

  • ความสะอาดของสถานที่รับบริการ

เนื่องจากความสะอาดถือเป็นเรื่องสำคัญของการรับบริการที่ปลอดภัย หากฟิลเลอร์แท้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญมีความเชี่ยวชาญสูง แต่หากสถานที่รับบริการไม่สะอาดก็อาจเกิดอาการแพ้ติดเชื้อได้

รีวิวฟิลเลอร์ที่เป็นของแท้ ปลอดภัย

 ฟิลเลอร์เหมาะกับใครบ้าง

  • ผู้ที่มีปัญหา ต้องการเติมเต็มและแก้ไขปัญหา บริเวณต่างๆ ของใบหน้า เช่น หน้าผาก ร่องแก้ม ร่องลึกมุมปาก ใต้ตา
  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขปรับแต่งรูปหน้า เช่น เติมริมฝีปาก ร่องแก้ม และยังช่วยทำให้แก้มดูไม่ตอบได้
  • ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวหน้าให้กลับมาคงความอ่อนเยาว์ สดใส เปล่งปลั่ง
  • ผู้ที่มีปัญหากังวลเรื่องรูขุมขน หลุมสิวบนใบหน้า

 

ฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับใครบ้าง

ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้ โดยการฉีดฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัด ดังนี้

  1. ผู้ที่มีอาการแพ้ฟิลเลอร์ หรือแพ้สารไฮยาลูรอนิก แอซิด ฉีดไม่ได้เด็ดขาด
  2. สตรีมีครรภ์ ผู้ที่ให้นมบุตร
  3. ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกแล้วหยุดยาก มีแผลฟกช้ำง่าย โดยเฉพาะผู้ที่กำลังรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด 
  4. กรณีที่เป็นเริม หรืองูสวัดอยู่ ควรหลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์ เพราะอาจทำให้อาการกำเริบมากขึ้นได้

 สรุป

  • ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ต้องดูองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ประกอบกันโดยหัวข้อหลักที่ต้องพิจารณา คือ ต้องเป็นฟิลเลอร์แท้ ฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ภายใต้คลินิกที่ได้มาตฐาน
  • ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี ไม่ควรเลือกฉีดฟิลเลอร์จากราคาถูก และอย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริง เพราะอาจได้ผลไม่คุ้มค่า เสี่ยงเจอฟิลเลอร์ปลอม เสี่ยงเกิดผลเสียในอนาคต

เพื่อความมั่นใจ และปลอดภัยสูงสุด ควรศึกษาข้อมูลการฉีดฟิลเลอร์อย่างละเอียด โดยสามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ และสอบถามข้อสงสัยเพิ่มเติมจากแพทย์โดยตรง เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจอีกครั้ง

รีวิวการเติมเต็มใต้ตาด้วย Filler
รีวิวการฉีด ฟิลเลอร์เติมขมับ แก้มตอบ
วิธีเพิ่มแก้มง่ายๆ

วิธีเพิ่มแก้มง่ายๆ ทำอย่างไรให้หมดปัญหาแก้มตอบ

แก้มตอบไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่จนเกินไป เพราะในปัจจุบันมีวิธีเพิ่มแก้มมากมายที่จะช่วยแก้ปัญหาแก้มตอบให้หายไป บางคนชอบใบหน้าที่กระชับ แต่คนจำนวนมากก็ชอบที่จะมีแก้มที่อวบอิ่มเพราะทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย

โดยปกติแล้วขนาดของแก้มจะสัมพันธ์กับน้ำหนัก คนที่มีดัชนีมวลกายสูงจะมีไขมันสะสมบนใบหน้าทำให้แก้มดูอ้วน และแก้มจะตอบลงตามน้ำหนักของร่างกาย วิธีการเพิ่มแก้มที่ง่ายที่สุดคือ การรับประทานอาหารเพื่อสะสมไขมัน แต่ปริมาณน้ำหนักตัวก็จะเพิ่มขึ้นไปด้วย ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงนิยมฉีดเพิ่มแก้ม


แก้มตอบเกิดจากอะไร?

แก้มตอบเกิดจากอะไร? เป็นคำถามที่หลายคนคงสงสัย ซึ่งจริงๆ แล้วปัญหาแก้มตอบเกิดได้จากหลายสาเหตุขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ก่อนจะหาวิธีเพิ่มแก้ม ก็ควรทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงเสียก่อน ดังนี้

การลดน้ำหนักลด

แก้มตอบเกิดจากการที่ไขมันสะสมบนแก้มหายไป เกิดจากการลดน้ำหนักที่เร็วจนเกินไปทำให้ปริมาณไขมันบนแก้มลดไปตามน้ำหนักตัวด้วย โดยเฉพาะคนที่ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว

อายุเพิ่มขึ้น

เป็นปกติที่เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายหรือโครงหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ เช่นเดียวกับบริเวณใบหน้า ที่เมื่ออายุมากขึ้น ไขมันที่ช่วยให้ผิวหนังเต่งตึงจะลดตัวลง ส่งผลให้ผิวไม่เหี่ยวย่นไม่เต่งตึง เกิดรอยย่น โทรม และแก้มตอบ

บริเวณโหนกแก้มสูง

ในแต่ละบุคคลจะมีโครงหน้าแตกต่างกันออกไป โดยอาจจะเกิดจากพันธุกรรม ซึ่งผู้ที่มีโหนกแก้มสูงก็จะมีปัญหา ดึงผิวหนังบนใบหน้าบริเวณแก้มให้ยกขึ้นสูง ทำให้ใบหน้าตอบลง หรือบางคมีกระดูกที่กรามชัด ส่งผลให้ใบหน้าดูเรียวและตอบตามโครงสร้างใบหน้า

การจัดฟันและถอนฟัน

การจัดฟันและถอนฟัน ส่งผลให้โครงสร้างใบหน้าเปลี่ยนตามด้วย โดยจะทำให้ฟันแนบชิด ตลอดจนโครงสร้างของใบหน้ามีการเปลี่ยนแปลง และส่งผลให้เกิดปัญหาหน้าตอบตามมาได้

อย่างไรก็ดี วิธีแก้ปัญหาหน้าตอบเหล่านี้ สามารถใช้วิธีเพิ่มแก้มง่ายๆ ได้

ปัญหาแก้มตอบ

วิธีการเพิ่มแก้มให้ดูเอิบอิ่ม วิธีเพิ่มแก้มง่ายๆ

วิธีเพิ่มแก้มให้เป็นธรรมชาติทำอย่างไร หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าต้องทำอย่างไรให้ไขมันบนแก้มเพิ่มมากขึ้น ไขมันในร่างกายและใบหน้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แก้มดูเอิบอิ่ม ทั้งนี้ ก็มีวิธีเพิ่มแก้มง่ายๆ ดังนี้

1. การออกกำลังกายบนใบหน้า

การออกกำลังกายบนใบหน้าทำให้ผิวของคุณดูเต่งตึงและเต่งตึง โดยสามารถเริ่มต้นด้วยการทำให้ใบหน้าเป็นรูปตัวโอโดยการสูบลมเข้าไปและค้างไว้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ คล้ายๆ กับการอมของไว้ในปาก เพื่อทำให้แก้มของคุณดูบวม

2. นวดหน้า

นอกจากการออกกำลังกายใบหน้าแล้ว ยังสามารถลองนวดหน้าด้วยอะโวคาโด น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันมะพร้าว เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังใบหน้า ซึ่งจะทำให้ใบหน้าดูอวบอิ่มขึ้น เป็นวิธีเพิ่มแก้มตามธรรมชาติที่ไม่มีผลข้างเคียง

3. กินไขมันดี

วิธีเพิ่มแก้มที่ดีที่สุดวิธีหนึ่งคือ การบริโภคอาหารที่มีไขมันดี คุณสามารถเพิ่มเมล็ดพืชและถั่วต่างๆ เช่น เม็ดมะม่วงหิมพานต์และพิสตาชิโอ ลงในอาหารที่มีแคลอรีสูงและอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ สามารถช่วยเพิ่มไขมันสะสมบนใบหน้าและทำให้แก้มอวบอิ่มอย่างเป็นธรรมชาติ

4. รักษาผิวหน้าให้ชุ่มชื้น

ผิวที่ขาดน้ำจะดูซีดและยังดูหย่อนคล้อยตามริ้วรอยได้อีกด้วย ดังนั้นควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้วหรือเดิมน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อให้ผิวชุ่มชื้นและอิ่มน้ำ อาจช่วยให้มีแก้มที่เต็มอิ่ม

5. ฉีดเพิ่มแก้ม

วิธีเพิ่มแก้มที่ง่ายที่สุดและเห็นผลไวที่สุด คือ การฉีดไขมันเพิ่มแก้ม เป็นทางลัดของการเพิ่มแก้มโดยใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง ก็สามารถเพิ่มแก้มให้ดูเอิบอิ่มทันใจ โดยไม่ต้องเสียเวลาตามขั้นตอนข้างต้น วิธีนี้ปลอดภัย เพียงแต่นำไขมันส่วนเกินบริเวณต่างๆ ในร่างกายมาเติมบริเวณแก้มที่ตอบ ดังนันจึงไม่ต้องกังวลถึงผลข้างเคียงหรืออาการแพ้ต่างๆ   

ตลอดจนบางครั้งก็มีการฉีด Hyaluronic Acid ฟิลเลอร์เพิ่มความเต่งตึง ลดริ้วรอบ ทำให้ผิวเรียบเนียน และแก้มเต่งตึง

วิธีเพิ่มแก้มง่ายๆ ทำอย่างไร

ฉีดเพิ่มแก้ม คืออะไร ฉีดเพิ่มแก้ม มีกี่แบบ

หลายคนคงสงสัยว่าการฉีดเพิ่มแก้มคืออะไร มีวิธีเพิ่มแก้มโดยการฉีดแบบไหนบ้าง คำตอบคือ การฉีดเพิ่มแก้มเป็นวิธีเพิ่มแก้มที่เห็นผลไวที่สุดและปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง การฉีดมี 2 แบบ ดังนี้

  1. การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในแก้ม

การฉีดฟิลเลอร์เพิ่มแก้ม เป็นการเติมสารเติมเต็มกลุ่ม ไฮยาลูรอนิคแอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าไปในบริเวณแก้มที่ตอบให้ดูเอิบอิ่มมากยิ่งขึ้น เป็นการฉีดที่ไม่ต้องพักฟื้น มีแผลน้อยและเห็นผลไว ได้รับความนิยมเป็นจำนวนมากสำหรับสาวๆ ที่ต้องการให้แก้มดูเอิบอิ่ม

  1. การฉีดไขมันเพิ่มแก้ม

การฉีดไขมันเพิ่มแก้ม เป็นวิธีเพิ่มแก้มที่ปลอดภัย นิยมใช้ไขมันส่วนเกินบริเวณต่างๆ เช่น ต้นขา ต้นแขน หรือพุง ในร่างกายมาเติมบริเวณแก้มที่ตอบ เพียงแค่นี้แก้มก็จะเต่งตึงและอวบอิ่ม


ข้อดีของการฉีดเพิ่มแก้มคืออะไร 

การฉีดเพิ่มแก้มทั้งการฉีดไขมันและฟีลเลอร์เป็นวิธีเพิ่มแก้มง่ายๆ ที่มีข้อดี ดังนี้

  • ใบหน้าหรือบริเวณแก้มเป็นธรรมชาติ 
  • ใบหน้าหรือดหนกแก้มยกกระชับ
  • ใบหน้าหรือโครงสร้างเรียวเล็กลง
  • ร่องมุมปากตื้นขึ้น ลดปัญหาโหนกแก้ม
  • ใบหน้าของคุณดูอ่อนเยาว์ อวบอิ่ม สดใสอย่างเป็นธรรมชาติ
  • ปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียง
  • ผลลัพธ์คงอยู่ในระยะยาว
  • สามารถได้ไขมันในปริมาณมากเพื่อมาใช้ในการเติมเต็มให้ดูอวบอิ่มขึ้น
ฉีดเพิ่มแก้มที่ไหน
แก้มตอบเกิดจากอะไร

ฉีดเพิ่มแก้ม ผลข้างเคียงคืออะไร

วิธีเพิ่มแก้มนั้นปลอดภัยและไม่อันตราย แต่ในบางคนพบว่าหลังจากการฉีดเพิ่มแก้มจะมีอาการดังต่อไปนี้

  • บวมแดงช้ำ จากรอยเข็มซึ่งเป็นปกติ อาการเหล่านี้จะหายไปภายใน 2-3 วัน โดยงดการเกาะ เกาบริเวณที่ฉีด
  • ปวดบริเวณที่ฉีดเล็กน้อย ซึ่งถ้าหากมีอาการบวมหรือปวดมาก สามารถรับประทานยาแก้ปวดสามัญประจำบ้านตามอาการได้

ฉีดเพิ่มแก้มที่ไหน ราคากี่บาท

มีหลายคลินิกที่ให้บริการฉีดเพิ่มแก้มซึ่งเป็นวิธีเพิ่มแก้มง่ายๆ ได้ผลเร็ว แต่ฉีดเพิ่มแก้มที่ไหนดี คำตอบคือ ควรเลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือและสามารถไว้ใจได้ โดยอาจจะต้องคำนึงถึงมาตรฐานที่ได้รับรอง ความสะอาด ความปลอดภัย และคำนึงถึงความเหมาะสมของราคา ที่หากราคาต่ำเกินไปตัวฟีลเลอร์อาจจะไม่ได้มาตรฐาน

ทั้งนี้ วิธีเพิ่มแก้มง่ายๆ ด้วยการฉีดแก้ม จะฉีดครั้งละ 1 CC ราคาประมาณ 10,000-30,000 บาท แม้ว่าราคาจะสูง แต่ผลลัพธ์นั้นจะคงอยู่นานถึง 1-2 ปี


ข้อสรุป

วิธีเพิ่มแก้มง่ายๆ ที่เห็นผล รวดเร็ว และปลอดภัย สามารถใช้การฉีดเพิ่มแก้มจากสถาบันความงามที่ได้มาตรฐานได้ทันที โดยจะช่วยเพิ่มแก้มให้เต่งตึงและดูอวบอิ่ม อ่อนวัย

ทั้งนี้ ใครที่ต้องการฉีดเพิ่มแก้ม ซึ่งเป็นวิธีเพิ่มแก้มง่ายๆ ช่วยเสริมความมั่นใจ ทำให้ใบหน้าดูเล็กลงแล้ว ยังเป็นวิธีการที่เห็นผลไวที่สุดแล้ว สามารถเข้ามาใช้บริการฉีดเพิ่มแก้มกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Aya clinic โดยการแอดไลน์ @ayaclinic หรือโทร 090–970-0447 มาปรึกษา ขอคำแนะนำเบื้องต้นก่อนได้ หรือสามารถสอบถามจองคิวใช้บริการได้ทันที


เอกสารอ้างอิง

Adrija Chakraborty. (2022). How to Get Chubby Cheeks Naturally ~ An Expert’s Opinion. Retrieve from https://bebodywise.com/blog/how-to-get-chubby-cheeks/

ฉีดโบท็อก กี่วันเห็นผล

ฉีดโบ กี่วันเห็นผล

ระยะเวลาในการเห็นผล และการอยู่ได้นานของโบท็อกนั้น มีปัจจัยหลายปัจจัย เช่น ความบริสุทธิ์ของตัวยา  และความเหมาะสมของโดสยาที่ฉีดหรือการผสมยา การดื้อยา รวมไปถึงการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละตำแหน่งที่ฉีด ขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการรักษาแต่ละบุคคลโดยระยะเวลาการเห็นผลโดยประมาณดังนี้

  • การฉีดเพื่อลิฟท์หน้าจะเริ่มเห็นผลเต็มที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ หลังฉีด.
  • การฉีดลดริ้วรอย จะเริ่มเห็นผลหลังฉีดประมาณ 3-7 วัน และจะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์หลังฉีด.
  • การฉีดเพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อกราม โดยจะเริ่มเห็นผลเต็มที่ประมาณ 4-6 สัปดาห์หลังฉีด ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะค่อยๆเล็กลง
  • การฉีดเพื่อลดเหงื่อ จะเห็นผลประมาณ 2-4 สัปดาห์ หลังฉีด .
  • เนื่องจากการฉีดรักษาตำแหน่งที่ต่างกันและมี ขนาดกล้ามเนื้อที่ต่างกัน จึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาที่ต่างกัน

ปัจจัยที่มีผลต่อระยะเวลาในการเห็นผลลัพธ์ของโบท็อก

1.ตำแหน่งที่ฉีด

ขนาดของกล้ามเนื้อแต่ละบริเวณที่ไม่เท่ากันเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อระยะเวลาในการเห็นผลหลังฉีดได้ และในแต่ละบุคคลก็มีปัญหาขนาดกล้ามเนื้อที่แตกต่างกันออกไป

  • การฉีดโบท็อกซ์ริ้วรอย บริเวณหน้าผาก รอยขมวดคิ้ว รอยตีนกาที่เกิดจากการแสดงสีหน้า จะเริ่มเห็นผลประมาณ 3-7 วันหลังฉีด การฉีดลดริ้วรอยเห็นผลไวเนื่องจากมัดกล้ามเนื้อตรงนี้มีขนาดที่เล็ก ส่งผลให้กลไกออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์เห็นผลได้ไว
  • การฉีดโบท็อกซ์กราม เพื่อลดกล้ามเนื้อกราม จะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 4สัปดาห์หลังฉีด บริเวณกราม เกิดจากการเคี้ยวอาหาร บางคนมีขนาดที่เล็กใหญ่ไม่เท่ากัน จึงทำให้ระยะเวลาที่เห็นผลในละคนต่างกันออกไป
  • การฉีดโบท็อกซ์ลดเหงื่อ จะเริ่มเห็นผลที่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ หลังฉีด ระยะเวลาจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฉีด และ การทำงานของต่อมเหงื่อในแต่ละบุคคล บริเวณการฉีดลด
  • เหงื่อที่นิยม คือ รักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ซึ่งการทำงานของโบท็อกซ์จะไปลดการทำงานของต่อมเหงื่อ
ตัวยาโบท็อกซ์

2. โดสยา

จำนวนโดสยาหรือยูนิตของโบท็อกซ์ที่ใช้ในแต่ละบริเวณนั้นมีข้อจำกัด เนื่องจากหากใช้จำนวนโดสยาที่มากเกินไปอาจจะเกิดการกระจายไปกล้ามเนื้ออื่นที่ไม่ต้องการและผลลัพธ์ที่ได้จะแข็งไม่เป็นธรรมชาติได้ หากน้อยเกินไปจะทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจน ในการใช้โดสยานี้แพทย์จึงจะประเมินในแต่ละบริเวณของคนไข้แต่ละคน  

3. โบท็อกซ์ได้มาตรฐาน หรือไม่ ?

โบท็อกซ์ คือ โปรตีนชนิดหนึ่งได้จากการสร้างของแบคทีเรีย คลอสตริเดียม โบทูลินัม(Clostridium botulinum)ที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหา ข้อดีของการใช้โบท็อกซ์ที่ได้รับมาตรฐาน โบท็อกซ์ของแท้ ทำให้อยู่ได้นาน ปลอดภัย ไม่เสี่ยงดื้อยาและเห็นผลด้วย

โบท็อกซ์อยู่ได้นานไหม

4. ความเข้มข้นของตัวยาที่ผสม

ตัวยาโบท็อกซ์นี้จะมาในรูปแบบของผง ดังนั้นจะต้องมีการเจือจางกับน้ำเกลือ NSS ก่อนที่ฉีดรักษาบริเวณต่างๆ ซึ่งการผสมยาจะมีสัดส่วนที่เหมาะสมเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของแต่ละหัตถการ แต่ถ้าหากเจือจางในน้ำเกลือที่มากไป จะทำให้ตัวยากระจายมากเกินไปผลลัพธ์ที่ได้จะไม่แม่นยำ ทำให้เกิดยิ้มแข็ง หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยวได้·        

5. การดื้อยา

โดยสาเหตุของการดื้อยาอาจเป็นได้หลายเหตุผล เช่น เคยฉีดโบท็อกซ์ปลอม โบท็อกซ์ที่ไม่ได้การรับรองมาตรฐาน เพราะในโบท็อกซ์เหล่านี้จะมีสารปนเปื้อนสูง และจำนวนไม่แม่นยำตามที่ระบุในฉลากหรือไม่ได้คุณภาพ หรือการฉีดโบท็อกซ์บ่อยเกินไป อาการของการดื้อยาจะเริ่มสังเกตได้ว่า เมื่อฉีดไปแล้วเห็นผลช้าลงๆ หรือฉีดไปแล้วผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน หรือเลวร้ายสุดคือไม่เห็นผลเลย


โบท็อกซ์อยู่ได้นานไหม?

ปกติแล้วหลังฉีดโบท็อกซ์ไปจะอยู่ได้นานเฉลี่ยประมาณ 4-6 เดือนตัวยาโบท็อกซ์จะสลายได้ไวเมื่อโดนความร้อน หรือ กล้ามเนื้อที่โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ถูกบริหารบ่อยๆ เช่น การแสดงสีหน้า การเคี้ยวอาหาร ก็จำทำให้ฤิทธฺ์ของโบท็อกซ์คลายเร็วขึ้นอีกด้วย

ผลลัพธ์ของโบท็อกซ์
ฉีดโบท็อก

การปรับรูปหน้าคืออะไร

การปรับรูปหน้า คืออะไร ผลลัพธ์หลังทำ

การปรับรูปหน้านั้นปัจจุบันมีหลากหลายวิธี ตั้งแต่ การฉีดโบท็อกซ์ลดกราม การฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มตลอดจนการศัลยกรรมบนใบหน้า ซึ่งการเลือกการปรับรูปหน้านั้นต้องอาศัยการวิเคราะห์ พื้นฐานโครงหน้าแต่ละบุคคลซึ่งโครงหน้าจะแบ่งออกเป็นสามประเภทได้แก่

  •  ใบหน้าทรงกลม
  •  ใบหน้าเหลี่ยม
  • ใบหน้ารูปไข่

รูปร่างหน้าตาที่พบบ่อยที่สุดคือทรงกลมและใบหน้ารูปไข่และนอกจากปัญหาการปรับรูปหน้าจากพื้นฐานโครงหน้าตั้งแต่กำเนิดแล้วก็ยังมีการปรับรูปหน้าจากการเสียความสมดุลบนใบหน้าด้วย เช่นหน้าตอบ กระดูกโหนกแก้มสูง สัดส่วนหน้าไม่สมส่วน เช่น คางสั้น จมูกสั้น หน้าผากแคบ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายองค์ประกอบอื่น เช่น แก้มห้อย คางสั้น หรือ มีขนาดแก้มและเหนียงขนาดใหญ่ หรือบางคนรูปหน้าไม่เท่ากัน  เป็นต้นการปรับใบหน้าจึงต้องเป็นการปรับแบบองค์รวม เพื่อความสวยงามและสมดุล


ใครบ้างที่ควรปรับรูปหน้า

ผู้ที่ปรับรูปหน้ามักมีปัญหา หน้าไม่สมส่วน ใบหน้าใหญ่ หน้าไม่เรียว ใบหน้าไม่เท่ากัน หรือมีไขมันสะสม ซึ่งปัจจุบันมีนวัตกรรมการปรับรูปหน้ามีความหลากหลาย ที่ช่วยแก้ไขได้ รวดเร็ว และปลอดภัย หากได้รับการดูแลโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ ด้านการปรับรูปหน้าโดยตรง

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า

สาเหตุที่ทำให้ใบหน้าไม่สมส่วน

  • ไขมันบริเวณแก้มและเหนียง:  คือการมีไขมันสะสมบริเวณใบหน้าหรือกระพุ้งแก้ม ไม่ต่างไปจากไขมันส่วนเกินในจุดอื่น ๆ ของร่างกาย เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โครงหน้าไม่เรียว แก้มห้อย แก้มใหญ่
  •  ไขมันที่เหนียง ทำให้ใบหน้าไม่เข้ารูป และกรอบหน้าไม่ชัด วิธีแก้ไขมีหลายแบบ ทั้งการฉีดสลายไขมันด้วยเมโสแฟต การใช้เครื่องยกกระชับสลายไขมัน ไปจนถึงการผ่าตัด
  • กล้ามเนื้อกราม : มีกล้ามเนื้อที่กราม หรือมีขนาดกรามใหญ่ ทำให้ใบหน้าโดยรวมดูเป็นสี่เหลี่ยม วิธีแก้ไขที่เห็นผลคือการ ฉีดโบท็อกลดกราม เพื่อช่วยลดการทำงานของกรามเนื้อ ส่งผลให้กล้ามเนื้อกรามเล็กลง ใบหน้าจึงเรียวขึ้น
  • กระดูก : กระดูกสัมพันธ์กับโครงหน้าโดยรวม ซึ่งวิธีแก้ไขเพื่อให้ใบหน้าเรียวลงได้ จำเป็นต้องปรับโครงหน้าทั้งหมด ซึ่งวิธีแก้มีตั้งแต่การผ่าตัดศัลยกรรม ทุบหน้า เหลากราม ตัดกราม ทุบโหนกแก้ม หรือสามารถใช้ ฟิลเลอร์ ปรับรูปหน้า ลบมุมกระดูก เติมในส่วนที่ลึกเพื่อให้ ได้สัดส่วน เช่น ฉีดฟิลเลอร์คาง เพื่อเพิ่มความยาวของโครงหน้า และฉีด ฟิลเลอร์ขมับ เพื่อลดโหนกแก้มลง หลังฉีดจะช่วยให้ใบหน้าดูเรียวมากขึ้น
  • • อายุ : อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้คอลลาเจนผิวหายไป ผิวจึงมีความหย่อนคล้อย ไม่กระชับ ทำให้เห็นแก้มหย่อน เหนียงย้อย รวมถึงเกิดการทรุดตัวของกระดูก วิธีแก้มีหลายวิธี เช่น การใช้เครื่องมือยกระชับผิวในกลุ่มhifu เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน แก้ปัญหาความหย่อนคล้อย

วิธีปรับรูปหน้ามีอะไรบ้างวิธีปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องศัลยกรรม

หลัก ๆ จะมี วิธีดังนี้

โบท็อกปรับรูปหน้า

การปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับ ด้วยการโบท็อกลดกราม มักจะเป็นหัตถการแรกที่หมอแนะนำให้คนไข้ที่ต้องการปรับรูปหน้าทำ เนื่องจากเห็นผลชัดเจน โดยเฉพาะในคนที่กล้ามเนื้อกรามใหญ่ (Masseter)

ซึ่งมีสาเหตุจากบดเคี้ยวอาหาร ยิ่งบางคนชอบเคี้ยวข้างเดียว ทำให้โครงหน้าของเราไม่เท่ากัน

วิธีการปรับรูปหน้าด้วย Botulinum toxin หรือ โบท็อก จะช่วยปรับลดการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยโบท็อกซ์จะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อขยับน้อยลง กล้ามเนื้อจะมีขนาดเล็กลง

button

Hifu ยกกระชับปรับรูปหน้า

ฉีดเมโสแฟตปรับรูปหน้า

การฉีดเมโสแฟตเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการปรับรูปหน้าให้เล็ก และเรียวขึ้นได้ ด้วยหลักการทำงานของตัวยา เมโสแฟต ซึ่งเป็นตัวยาที่ออกฤทธิ์ช่วยสลายไขมัน เข้าไปบริเวณแก้มที่ใหญ่หรือมีไขมันสะสม ทำให้ไขมันลดลง แก้มเล็กลง การฉีดเมโสแฟตแก้มเพื่อปรับรูปหน้า เป็นหัตถการที่ทำได้ง่าย หลังฉีดไขมันจะสลาย 10-15%

Hifu ยกรูปหน้า

ร้อยไหมปรับรูปหน้า

ในเคสที่มีลักษณะใบหน้าอ้วนกลม หน้าไม่เรียวเข้ารูป ประกอบกับมีความหย่อนคล้อยของชั้นผิว การปรับรูปหน้าด้วยการร้อยไหม สามารถช่วยยกหน้าและกระชับผิวได้

โดยไหมที่ใช้เป็นไหมละลายทำหน้าที่เกาะเกี่ยวเนื้อเยื่อดึงขึ้น มีความปลอดภัย และยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวทำให้ดูเต่งตึงกระชับขึ้น รวมถึงช่วยลดริ้วรอย โดยไม่ต้องผ่าตัด

ร้อยไหมปรับรูปหน้า

Hifu  ยกกระชับประรูปหน้า

การปรับรูปหน้าด้วย  Hifu ยกกระชับปรับรูปหน้า

โดย hifu เป็นเทคโนโลยียกกระชับ มีหลักการทำงานด้วยการส่งผ่านพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง เปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ลงลึกไปถึงบริเวณเนื้อเยื่อชั้น SMAS (Superfical Muscular Aponeurotic System) ทำให้มีการหดตัวเหมือนเป็นการเย็บชั้นเนื้อเยื่อ กระตุ้นให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจนใหม่ ปรับให้ผิวกระชับ แน่นขึ้น และยังสลายไขมันได้บางส่วน ใบหน้าจะเข้ารูป ดูเรียว เห็นกรอบหน้าได้ชัดขึ้น

HIFUปรับรูปหน้า

ฟิลเลอร์ปรับรูปหน้า

“ฟิลเลอร์” หรือ Hyaluronic Acid (HA) ที่สังเคราะห์ขึ้นเพื่อเลียนแบบ HA ที่ชั้นผิวหนังขมีไว้เพื่อเติมเต็มส่วนต่าง ๆ ของใบหน้าที่ขาดหาย รวมถึงปรับโครงสร้างใบหน้า โดยโครงหน้าของคนเอเชีย โดยเฉพาะผู้หญิงไทย จะมีโครงหน้าลักษณะกลม หรือเหลี่ยม มีปัญหาคางสั้น คางตัด คางบุ๋ม ทำให้ใบหน้าดูสั้น สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์คาง ซึ่งจะทำให้หน้าดูละมุนขึ้น หน้าวีและเรียวยาว

การปรับรูปหน้า

บทสรุป

หากใครทีมีปัญหารูปหน้าสามารถให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางให้คำปรึกษา และควรมองหาการรับบริการของคลินิกที่ได้มาตราฐาน ทั้งสถานที่ และตัวยา เพื่อความสวยงามและปลอดภัย

ทั้งนี้ แนะนำให้สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่ Ayaclinic ก่อนการตัดสินใจ รับรองว่าแพทย์ของเราจะให้คำแนะนำอย่างเต็มที่และราคาไม่แพงอย่างที่คิด โดยสามารถแอดไลน์ @ayaclinic หรือโทร 090–970-0447 มาสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสามารถจองคิวใช้บริการได้ทันที

การสลายไขมันเฉพาะส่วน

การสลายไขมันเฉพาะส่วน

การฉีดสลายไขมัน โดยเมโสแฟต (Mesofat) เป็นการฉีดตัวยามีคุณสมบัติในการสลายตัวของไขมันเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง มีหลักการทำงานคือทำให้ไขมันให้แตกตัวกลายเป็นของเหลวและถูกขับออกทางปัสสาวะ

บริเวณที่สามารถฉีดเมโสแฟต(Mesofat)  ได้แก่ แก้ม เหนียง ต้นแขน ต้นขา สะโพก หรือหน้าท้อง การฉีดเมโสแฟตจะช่วยในการเร่งการเผาผลาญไขมันในบริเวณที่ฉีด และสามารถกระชับผิวใต้ผิวหนังหลังสลายไขมันจึงทำให้ บริเวณที่ฉีดเมโสแฟตมีขนาดเล็กลง ตัวยาที่ใช่การฉีดสลายไขมัน

ยาสำหรับการฉีดเมโสแฟต ยาสำหรับการออกฤทธิ์ที่ใช้ในการฉีดสลายไขมันไม่ได้ระบุว่าเป็นสารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่สารออกฤทธิ์หลักที่ใช้ในการฉีดสลายไขมันนั้นมี 3 ชนิด ได้แก่

  • Artichoke Extract (Cynara Scolymus) – มีหน้าที่กระตุ้นการสังเคราะห์ Coenzyme  ในกระบวนการแอแนบอลิซึม (Anabolism) ช่วยในการลดการสร้างกรดไขมันและเนื้อเยื่อไขมัน
  • Mesostabyl – เป็นสารที่ใช้ในการกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ลิเพส (Lipase) ช่วยลดการสร้างไขมันไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) และยับยั้งการสร้างคอเลสเตอรอล (Cholesterol)
  • L-carnitine – กระตุ้นให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานจึงทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันมากขึ้น
การสลายไขมัน

การฉีดสลายไขมันมีข้อดีอย่างไร

1. เห็นผลรวดเร็ว

 การฉีดสลายไขมันเห็นผลลัพธ์ได้ 10 – 15% ตั้งแต่ช่วงแรก และจะเห็นผลชัดเจนภายใน

2. สัปดาห์หลังจากการฉีด

 ผลลัพธ์ของการฉีดสลายไขมันนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันในร่างกายของแต่ละบุคคล ซึ่งอาจมีไม่เท่ากันจึงเห็นการเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนกัน รวมถึงพฤติกรรมการดูแลตนเองหลังจากการฉีดด้วย

3. ใช้เวลาไม่นาน

การฉีดสลายไขมันใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น

4. ไม่ต้องพักฟื้น

การทำเมโสแฟตเป็นการฉีดตัวยาเข้าไปยังชั้นใต้ผิวหนัง ไม่อาศัยการผ่าตัดหรือการดูด ไม่ต้องการทำศัลยกรรม

5. ลดไขมันเฉพาะจุด

เช่น แก้ม เหนียง ต้นแขน ต้นขา และหน้าท้อง เพราะไขมันบางจุดไม่สามารถลดได้โดยการคุมอาหารหรือออกกำลังกาย

สลายไขมันเฉพาะส่วน
รีวิวการสลายไขมันเฉพาะส่วน

ฉีดสลายไขมันมีข้อเสียอย่างไร

1. อาการบวมหลังจากฉีดเมโสแฟต

ในบางรายอาจเกิดอาการบวมเล็กน้อยเนื่องจากปริมาณสารที่ฉีดเข้าอาการบวมนี้จะสามารถยุบลงได้เองภายใน 2 ชั่วโมง หลังจากตัวยาซึมเข้าไปสลายไขมัน

2. ไม่สามารถทำครั้งเดียวจบได้

ควรทำการฉีดสลายไขมันตามจำนวนครั้งที่แพทย์แนะนำจนจบคอร์สเพื่อผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจที่สุด โดยในการฉีดแต่ละครั้งจะมีระยะเวลาห่างกันประมาณ 2 สัปดาห์


ฉีดสลายไขมันกับ AYA Clinic ดีอย่างไร

AYA Clinic มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับรูปและดูแลในทุกขั้นตอนของการฉีดสลายไขมัน มั่นใจได้ว่าจะได้รับบริการที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน พร้อมกับผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ

AYA CLINIC โปรแกรมฉีดสลายไขมัน 2 สูตรคือ

1. BYE BYE FAT

โปรแกรมฉีดสลายไขมันสูตรมาตรฐาน ใช้ตัวยาเข้มข้นและปลอดภัย มีการรับรองจาก อย.สามารถเห็นผลในการฉีดภายใน14วัน

2. SLIM FAST

โปรแกรมฉีดสลายไขมันสูตรพรีเมียม ใช้ตัวยาที่เข้มข้นกว่าสูตรมาตรฐานถึง 3 เท่า จึงทำให้เห็นผลได้ไว โดยออกฤทธิ์ผ่าน 3 กลไก คือ Burn, Block และ Lift และเห็นผลภายใน3วัน

โบท็อก คืออะไร?

ฉีดโบท็อกคืออะไร ฉีดโบท็อกที่ไหนดี รวมข้อควรรู้ก่อนฉีด

ริ้วรอยที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงสัญญาณจากอายุที่มากขึ้น ไม่ว่าจะวัยไหนการดูแลผิวหน้าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะชีวิตประจำวันเจอทั้งแสงแดด ลมแรง ฝุ่นควัน ความเครียด และสิ่งเร้าอื่น ๆ ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าผาก ระหว่างคิ้ว หางตา หรือบริเวณรอบปากหดตัวจนเกิดรอยย่นได้ การฉีดโบท็อกหรือการฉีดโบหน้าเรียวจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก

เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับคนรักผิวหน้า วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า โบท็อกคืออะไร ข้อดีของการฉีดโบท็อก ฉีดโบท็อกห้ามกินอะไร ผลข้างเคียงของการฉีดโบท็อก ฉีดโบลดกรามที่ไหนดี ข้อควรปฏิบัติก่อนฉีดโบท็อก รวมถึงฉีดโบท็อกที่ไหนดี


โบท็อก คืออะไร?

โบท็อก (Botox) เป็นชื่อทางการค้าของ โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A) สารสกัดโปรตีนจากแบคทีเรียที่ชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) โดยการทำงานของสารสกัดชนิดนี้จะออกฤทธิ์จับกับปลายประสาท เพื่อยับยั้งเซลล์หลั่งสารสื่อประสาท เป็นผลให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดไม่สามารถหดตัวได้ จึงมีส่วนช่วยลดเลือนริ้วรอยความเหี่ยวย่นอันเกิดจากกล้ามเนื้อให้จางลง

โบท็อกได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาทั้งของไทยและสหรัฐอเมริกา จึงมีความปลอดภัย และสะดวกต่อการรักษา เนื่องจากการฉีดโบท็อกใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ก็สามารถลดเรือนริ้วรอยบนใบหน้าได้ ทั้งยังสามารถคงสภาพอยู่ได้นานถึง 4 – 6 เดือน นอกจากนี้ยังสามารถฉีดได้กับคนทุกวัยตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป 


ข้อดีของการฉีดโบท็อก

ข้อดีของการฉีดโบท็อก

การฉีดโบท็อกเกิดขึ้นเพื่อรักษาอาการผิดปกติของโรคทางกล้ามเนื้อ เช่น ตาเหล่หรือตาเข หนังตากระตุก และกล้ามเนื้อบิดเกร็ง เป็นต้น 

ต่อมาพบว่าสารตัวนี้สามารถลดเลือนริ้วรอยและความหย่อนคล้อยบนผิวหนังที่ฉีดได้ จึงนำมาประยุกต์ใช้กับวงการความสวยความงาม อย่างการฉีดโบท็อกริ้วรอย ฉีดโบหน้าเรียว เพื่อกระชับรอยย่นบนใบหน้าและรูขมขน การฉีดโบท็อกกรามเพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กเป็น V-Shape ได้ นอกจากนี้ยังสามารถฉีดโบท็อกเพื่อรักษาปัญหาไมเกรนเรื้อรังอีกด้วย 

โดยข้อดีของการฉีดโบท็อกสำหรับใช้เพื่อความงาม มีดังนี้

ลดเลือนริ้วรอยให้ดูจางลง

การฉีดโบท็อกช่วยลดเลือนริ้วรอยให้ดูจางลง หมดปัญหารอยตีนกาก่อนวัย อันเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน หรือแม้จะถึงวัยที่มีรอยตีนกาแล้วก็ตาม การฉีดโบท็อกจะช่วยให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์อยู่เสมอ

ฉีดโบหน้าเรียว

โบท็อกกรามช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวสวยขึ้น เนื่องจากในชีวิตประจำวันของเรากรามทำงานหนัก อันเกิดจากการเคี้ยวข้าว หรือแม้แต่ไขมันสะสม ทำให้กรามใหญ่กรามเหลี่ยม การโบท็อกกรามจึงเป็นวิธีปรับรูปหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรม เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวมีด

ป้องกันริ้วรอยในอนาคต

โบท็อกริ้วรอยสามารถป้องกันริ้วรอยในอนาคตได้ เนื่องจากโบท็อกป้องกันการหดตัวของกล้ามเนื้อ เมื่อฉีดแล้วจึงไม่มีการขยับหรือหดเกร็งของกล้ามเนื้อ ริ้วรอยบนใบหน้าจึงไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นได้ช้า ถึงแม้จะหยุดฉีดไปแล้วก็ตาม

ประหยัดเวลา

ฉีดโบท็อกสะดวกรวดเร็ว และได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ เพราะใช้เวลาฉีดเพียง 10-20 นาที โดยไม่ต้องพักฟื้น ผู้รักษาสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพียงแต่หลังการฉีดงดนอนราบเป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง และห้ามบีบนวดบนตำแหน่งที่ฉีด ซึ่งการฉีดโบท็อกจะเห็นผลอันน่าพอใจภายใน 1-2 สัปดาห์

ผลข้างเคียงน้อย 

การฉีดโบท็อกเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาในวงการความงามที่ส่งผลข้างเคียงน้อย สำหรับใครกำลังคิดว่าฉีดโบท็อกไหนดี ฉีดโบหน้าเรียวมีผลข้างเคียงเยอะหรือไม่ ข้อนี้ก็อาจจะเป็นหนึ่งคำตอบ


ลดเลือนริ้วรอยให้ดูจางลง

ฉีดโบท็อกส่วนไหนในร่างกายได้บ้าง?

การฉีดโบหน้าเรียวเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ทั้งนี้คนส่วนใหญ่จึงนิยมฉีดโบท็อกริ้วรอยในบริเวณต่าง ๆ เช่น

  • หน้าผากระหว่างคิ้ว 
  • บริเวณหางตา 
  • ปีกจมูก 
  • ด้านล่างของปาก 
  • บริเวณลำคอ 
  • กราม 
  • กล้ามเนื้อน่อง
  • รักแร้

อย่างไรก็ตาม การฉีดโบท็อกช่วยลดริ้วรอยที่เกิดจากล้ามเนื้อเท่านั้น ถ้าเป็นริ้วรอยจากร่องใต้ตา ร่องแก้ม หรือแก้มที่หย่อนคล้อย การฉีดโบท็อกอาจจะเป็นการแก้ไขที่ไม่ตรงจุดนัก


ผลข้างเคียงของการฉีดโบท็อกคืออะไร

ไม่ว่าจะเป็นการฉีดโบท็อกริ้วรอยหรือโบท็อกลดกราม อาจมีผลข้างเคียงเพียงชั่วคราวในบริเวณที่ฉีด ดังต่อไปนี้

  • อาการบวม แดง ช้ำบริเวณที่ฉีด
  • มีจุดรอยช้ำหรือรอยนูนจากเข็ม 
  • มีอาการแพ้ พื้นแดงขึ้น
  • หน้าแข็งตึง ไม่สามารถขยับใบหน้าได้อย่างอิสระ
  • หางคิ้วกระดก คิ้วยกสูง
  • หนังตาตก 

ทั้งนี้ อาการดังที่กล่าวมาในข้างต้นไม่ร้ายแรง สามารถประคบได้ด้วยน้ำแข็งในช่วง 1-2 วันแรกหลังฉีด อาการเหล่านี้ก็จะบรรเทาและหายไปเอง อย่างไรก็ดี ผลข้างเคียงยังขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ฉีดและคุณภาพของตัวโบท็อก ดังนั้นการมองหาว่าฉีดโบท็อกที่ไหนดีหรือฉีดโบลดกรามที่ไหนดี จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม


ข้อควรปฏิบัติก่อนฉีดโบท็อกมีอะไรบ้าง

เพื่อความปลอดภัยและให้การฉีดโบท็อกเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผู้รักษาควรตรวจร่างกายก่อนว่ามีความพร้อมหรือไม่ ถ้ามีโรคประจำตัวและทานยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการฉีด และแม้ว่ายังไม่มีผลวิจัยที่แน่ชัดว่าสตรีมีครรภ์สามารถฉีดโบท็อกได้หรือไม่ แต่เพื่อความปลอดภัยของแม่และเด็ก สตรีมีครรภ์ให้นมบุตรจึงไม่ควรฉีด

ส่วนคำถามยอดฮิตว่าก่อนฉีดโบท็อกห้ามกินอะไร ซึ่งคำตอบมีดังนี้

  • ห้ามกินอาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของวิตามินอี น้ำมันปลา หรือสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน 2-3 วันก่อนฉีด 
  • ห้ามกินยาแก้อักเสบและยาแก้ปวดแอสไพรินก่อนเข้ารับการฉีดโบท็อก 1 อาทิตย์ เพื่อลดโอกาสการห้อเลือดที่อาจเกิดขึ้นได้หลังฉีด
ฉีดโบหน้าเรียว

การฉีดโบท็อกช่วยลดเลือนริ้วรอย

สรุป

จากที่กล่าวมาในข้างต้นจะเห็นได้ว่าการฉีดโบท็อกมีส่วนช่วยในการลดริ้วรอย ตลอดจนการปรับรูปหน้าให้เรียว โดยใช้เวลาสั้น ๆ แต่ผลลัพธ์คงอยู่ยาวนาน อีกทั้งผลข้างเคียงไม่ร้ายแรง ทำให้หลาย ๆ เลือกรักษาริ้วรอยและปรับรูปหน้าด้วยวิธีฉีดโบหน้าเรียว

อย่างไรก็ดี การจะเลือกฉีดโบท็อกที่ไหนดีจึงควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นสำคัญ โดยเลือกคลินิกหรือสถาบันความงามที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรอง สะอาดปลอดภัย และที่สำคัญการฉีดโบท็อกต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งหากใครกำลังมองหาว่า ฉีดโบท็อกที่ไหนดีหรือฉีดโบลดกรามที่ไหนดี Aya clinic ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เพียงแอดไลน์ @ayaclinic หรือโทร 090–970-0447 ก็เข้ารับการปรึกษาและนัดวันได้ง่าย ๆ 


เอกสารอ้างอิง

Hannah Nichols. (2020). Botox: Cosmetic and medical uses. Retrieve from https://www.medicalnewstoday.com/articles/158647Lucie Wisco. (2018). Botox: The Cosmetic Use of Botulinum Toxin. Retrieve from https://www.healthline.com/health/botox