ฟิลเลอร์ฉีดแล้วอันตรายไหม ข้อควรรู้ก่อนฉีด ต้องระวังอันตรายอย่างไร
การฉีดฟิลเลอร์นั้นถือว่าเป็นรักษาริ้วรอยที่มีความเสี่ยงต่ำ อาจจะมีผลข้างเคียงบ้าง แต่ก็ถือว่าไม่อยู่ในเกณฑ์ที่เป็นอันตราย สามารถแก้ไขปัญหาริ้วรอยได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามเมื่อเป็นวิธีการที่ได้รับความนิยม ทำให้มีบางกลุ่มนำฟิลเลอร์ปลอมมาจำหน่ายในราคาต่ำกว่าฟิลเลอร์ของแท้ จึงทำให้หลายคนหลงเชื่อ ซึ่งจริง ๆ แล้วอันตรายเป็นอย่างมาก เพราะไม่ได้การรับรอง ไม่ได้มาตรฐานทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง สามารถเกิดอาการเเพ้ การอักเสบ หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้
การทำงานของฟิลเลอร์เป็นอย่างไร
ฟิลเลอร์นั้นเป็นหัตการเพื่อรักษาปัญหาริ้วรอยและปรับรูปของใบหน้าโดยจะใช้ช้สาร Hyaluronic acid ที่ผลิตขึ้นมาเลียนแบบสารที่มีตามธรรมชาติในร่างกาย ซึ่งสารตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำและความชุ่มชื้น (Hydration) เติมเต็มหรือเสริมในชั้นผิวหนังและเพิ่มความยืดหยุ่นใต้ผิวหนัง (Increase Elasticity) เต่งตึง ดูสุขภาพดี เรียบเนียนและช่วยลดริ้วรอยได้ นอกจากนั้นคุณสมบัติของฟิลเลอร์ช่วยเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกอย่าง ร่องแก้ม ใต้ตา ขมับเท่านั้น แล้วสามารถปรับแก้ไขรูปหน้าให้สวยงาม เช่น ปรับคางให้ดูยาวขึ้น แก้ปัญหาคางตัด คางถอย และช่วยปรับรูปปากกระจับ ปากสายฝอ ปากสายเกา และทรงอื่น ๆ ตามต้องการได้อีกด้วย
ซึ่งสาร HA ที่นำมาใช้ฉีดฟิลเลอร์นั้นเป็นสารตามธรรมชาติ ที่สามารถย่อยสลายได้ตัวเอง 8 – 10 เดือน จึงไม่มีการทิ้งค้างสารตกค้างไว้ในร่างกาย ถือเป็นการรักษาปัญหาผิวหน้าที่ไม่มีอันตราย
ส่วนใหญ่แล้วอันตรายที่จะเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์นั้นจะมาจากการใช้ฟิลเลอร์ปลอมหรือแพทย์ที่ฉีดไม่มีความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ในการฉีดมากพอ ไม่สามารถวิเคราะห์ปัญหาและเลือกใช้ฟิลเลอร์รวมถึงปริมาณในการฉีด ทำให้เกิดปัญหาหลังการฉีดฟิลเลอร์
ประเภทของฟิลเลอร์
สำหรับฟิลเลอร์ที่ใช้สำหรับแก้ปัญหาของริ้วรอยหรือปรับรูปใบหน้านั้น จะเป็นฟิลเลอร์ในกลุ่ม Hyaluronic Acid ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีความปลอดภัยสูง ซึ่งผลิตขึ้นเพื่อเลียนแบบสารที่มีอยู่ในร่างกายตามธรรมชาติ ใช้ทดแทนส่วนสำคัญของโครงสร้างผิว คอลลาเจนและไฮยาลูรอน ที่ร่างกายจะสูญเสียไปเมื่ออายุมากขึ้น จึงเกิดการดูดซึมโดยธรรมชาติและย่อยสลายไปเอง นอกจากฟิลเลอร์ในกลุ่ม HA แล้ว ยังมีฟิลเลอร์ประเภทอื่น ๆ อีก
ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว (Temporary filler)
เป็นฟิลเลอร์ซึ่งสามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ โดยจะมีประสิทธิภาพได้นานประมาณ 4-6 เดือนจนถึง 1 ปีครึ่ง หรืออาจถึง 2 ปี เป็นฟิลเลอร์ที่มีปลอดภัยสูง แล้วถ้าฟิลเลอร์สลายตัวก็สามารถเติมใหม่ได้เรื่อยๆ
ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร (Semi Permanent filler)
เป็นฟิลเลอร์ที่ไม่สามารถสลายได้หมด 100% โดยที่ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวรนั้นจะมีความปลอดภัยน้อยกว่าฟิลเลอร์แบบชั่วคราว จะสามารถอยู่ได้นานประมาณ 2-5 ปี แต่อาจจะเกิดผลข้างเคียงได้ เพราะไม่สามารถสลายได้หมด เมื่อฉีดไปนานๆ อาจจะเกิดปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อน หรือการอักเสบตามมา ทำให้รักษา หรือแก้ไขได้ยาก
ฟิลเลอร์แบบถาวร (Permanent filler)
เป็นฟิลเลอร์ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ จะอยู่แบบถาวร ซึ่งสารเติมเต็มในกลุ่มฟิลเลอร์แบบถาวรนี้ จะเป็นพวก ซิลิโคนเหลว พาราฟิน และ สาร PMMA (Polymethyl-methacrylate microspheres) ซึ่งหลังฉีดไปแล้วผิวจะไม่สามารถดูดซึมได้ ทำให้ตกค้างอยู่ในชั้นผิว
ฟิลเลอร์แบบถาวร จะทำให้ผลข้างเคียงในระยะยาว โดยอาการที่อาจจะพบได้คือ ฟิลเลอร์ไหล ฟิลเลอร์ย้อยผิดรูป หรือกลายเป็นพังผืด การรักษาทำได้โดยผ่าตัดออก หรือขูดออกเท่านั้น ไม่มียาฉีดสลายฟิลเลอร์ ผู้ที่จะฉีดฟิลเลอร์จึงไม่ควรฉีดสารเติมเต็มชนิดนี้
ข้อที่ควรระวังก่อนการตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์
ฟิลเลอร์ที่ฉีด จะต้องเป็นฟิลเลอร์ชนิด ยี่ห้อ และประเภทที่ได้มาตรฐาน ได้รับการรับรองจากอย. มีฉลากที่ชัดเจน ยังไม่ถูกแกะหรือหมดอายุไปแล้ว
- แพทย์ที่ทำการรักษา ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ในการวิเคราะห์ปัญหา เลือกยี่ห้อและรุ่นที่ฉีดของแพทย์เป็นสิ่งสำคัญ รวมไปถึงตำแหน่งของการฉีดฟิลเลอร์ด้วย ถ้าไม่แพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญมากพอ ก็อาจจะมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการอีกทั้งอันตรายจากผลข้างเคียงหลังฉีดด้วย
- สถานที่ฉีดฟิลเลอร์ ต้องเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต ดำเนินการแบบถูกต้องตามกฎหมาย มีเครื่องมือที่พร้อม รวมถึงระบบการดูแลถ้าหากมีกรณีฉุกเฉินเกิดขึ้น
อันตรายที่เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์
หลังจากที่ฉีดฟิลเลอร์แล้ว จะมีผลข้างเคียงหลังการฉีดในระดับทั่วไป ซึ่งจะไม่มีอันตรายและสามารถหายได้เอง โดยแพทย์จะแนะนำวิธีการดูแลตัวเองหลังการฉีดให้ปฏิบัตตาม ส่วนถ้ามีอาการผิดปกติมากกว่าหรือนอกเหนือผลข้างเคียงหลังการฉีดทั่วไปแล้ว ต้องรีบมาพบแพทย์และหาวิธีการแก้ไขโดยด่วน
อาการทั่วไปหลังฉีดฟิลเลอร์
อาจจะมีอาการบวมแดง หรือคัน ในจุดที่ฉีดได้เป็นปกติ แต่อยากให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีด เช่น การจับ นวด กดบริเวรที่ฉีดนั้น และอาการต่างๆจะค่อยๆดีขึ้น 2-3 วัน และใบบางคนอาจมีรอยเขียวช้ำ จากเข็มที่ฉีดได้เช่นกัน หรือการฉีดฟิลเลอร์แล้วไปโดตรงเส้นเลือดทำให้เกิดอาการเขียวช้ำได้เช่นกัน แต่สามารถแก้ไข หรือหายไปเองได้ ซึ่งสาเหตุเกิดจากเทคนิคของแพทย์
โดยทั่วไปแล้วหลังจากที่ฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วอาจจะมีมีรอยเขียวช้ำจากเข็มเเละอาการบวมแดงบริเวณที่ฉีด กรณีเเบบนี้ใช้เวลา 2 – 3 วัน ก็จะหายเป็นปกติ ซึ่งให้เลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีด ไม่ว่าจะเป็นการจับ นวด คลึงหรือกดใด ๆ บางทีรอยช้ำนั้นอาจจะเกิดจากเทคนิคของแพทย์ที่ฉีดไปโดนเส้นเลือดจึงเกิดอาการเขียวช้ำ เราสามารถสอบถามและปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษา จะได้ทราบวิธีสังเกตและดูแลตัวเองหลังฉีด
อาการที่ผิดปกติหลังฉีดฟิลเลอร์
อันตรายจากกาารฉีดฟิลเลอร์ที่ควรสังเกตุ การฉีดฟิลเลอร์แล้วไปอุดตันในเส้นเลือด หรือเส้นประสาทต่างๆบนใบหน้า ทำให้เกิดเลือดไม่สามารถไปเลี้ยงบริเวณนั้นได้ และทำให้เกิดเนื้อตาย หรือในบางรายฟิลเลอร์อาจเข้าไปอุดตันเส้นเลือดที่ไปเลี่ยงบริเวณดวงตา ทำให้จอประสาทตาเสียหาย จะมีอาการปวดหัว ปวดกระบอกตา ทันทีหลังฉีด ทำให้ตาพร่ามัว และตาบอด เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการฉีดคือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ถ้าเป็นอาการผิดปกติที่ค่อนข้างอันตราย ที่อาจจะเกิดมาจากแพทย์ที่ทำการรักษาไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ อาจจะเกิดอาการเหล่านี้ได้
- บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์นั้นเป็นก้อน คลื่น ผิวหนังไม่เรียบ ขรุขระ
- ผิวหนังบริเวณที่ฉีดจะเปลี่ยนสี เกิดอาการไหลของฟิลเลอร์ จนรูปทรงเปลี่ยนไป
- มีอาการคันบริเวณที่ฉีด บางทีอาจจะมีลมพิษขึ้นตามมาด้วย ซึ่งอาจจะเกิดฟิลเลอร์อักเสบ
- สารฟิลเลอร์ปลอมนั้นเข้าไปอุดตันเส้นเลือดที่นำไปเลี้ยงผิวหนังทำให้ผิวหนังที่ฉีดฟิลเลอร์หรือบริเวณผิวรอบ ๆ ตาย เกิดอาการติดเชื้อขึ้น
- เมื่อฟิลเลอร์ปลอมเกิดไหลเข้าไปอุดตันภายในเส้นเลือด ทำให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงจอประสาทตาได้อย่างเพียงพอ อาจจะส่งผลให้ตาบอดได้
อาการข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์ที่ควรสังเกต
การอักเสบ
มักจะเกิดจากการติดเชื้อของผิวหนังบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ หรือแพ้ฟิลเลอร์ มีการปนเปื้อนของเชื้อในฟิลเลอร์ที่นำมาฉีด ซึ่งอาการที่พบได้นั้นในบริเวณผิวหนังที่ฉีดฟิลเลอร์จะพบ ตุ่ม ก้อนนูน ผิวแดง มีอาการปวด บวม เมื่อสัมผัสผิวบริเวณนั้นรู้สึกร้อน หรือมีฝี ตุ่มหนองร่วมด้วย
การห้อเลือด
อาการห้อเลือด บวมช้ำ เนื่องจากเนื้อเยื่อแข็งตัว ผิวหนังเปลี่ยนสี มีฝี เกิดขึ้นในบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เกินกว่า 1 สัปดาห์ ควรเข้าพบปรึกษาแพทย์
การติดเชื้อ
ให้สังเกตว่าในบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์นั้นมีอาการปวดบวม แดง ร้อน มีตุ่ม หรือก้อนหนองบริเวณที่ฉีดหรือไม่ ซึ่งจะเป็นอาการที่บ่งบอกถึงอาการติดเชื้อ
ข้อควรรู้ก่อนการเลือกฉีดฟิลเลอร์
เพื่อให้การฉีดฟิลเลอร์ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์แบบที่ตั้งใจ การหาข้อมูลก่อนจะฉีดฟิลเลอร์ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าเราตัดสินใจฉีดไปแล้ว เกิดผลข้างเคียงที่อันตราย อาจจะไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้นการป้องกันด้วยการศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ให้มั่นใจก่อนฉีดจึงดีกับตัวเราเอง
การเลือกสถานพยาบาล หรือคลินิคที่ได้มาตราฐาน
เป็นสิ่งสำคัญมาก ทั้งความสะอาด มาตรฐานในการดูแล ทั้งในก่อน ขณะรักษาและหลังการรักษา เครื่องมือที่พร้อม แผนการดูแลถ้าหากเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้เรามั่นใจมากขึ้นในการใช้บริการ
การเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์การฉีด
องค์ประกอบที่สำคัญในการรักษา แพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญ จะสามารถวิเคราะห์ปัญหา โครงสร้างใบหน้า ให้คำแนะนำ รวมไปถึงแผนการรักษาที่ถูกต้อง เทคนิคในการฉีดฟิลเลอร์ ปริมาณที่ใช้ ประเภทของฟิลเลอร์ ล้วนต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของแพทย์
การเลือกตัวยาของแท้ ที่ได้มาตราฐาน
ถ้าฟิลเลอร์ที่ใช้เป็นของปลอมโอกาสที่จะได้รับผลข้างเคียงอันตรายถึงชีวิตนั้นมีสูงมาก ดังนั้นให้เลือกฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐาน ได้การรับรองอย. อย่างถูกต้อง ก็จะไม่ได้รับอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์
วิธีตรวจเช็คฟิลเลอร์ของแท้
- แหล่งที่มา ควรจะมีแหล่งที่มาที่ชัดเจน ในสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง ควรจะเลี่ยงสั่งซื้อฟิลเลอร์จากอินเตอร์เน็ตเอง เพราะอาจมีคุณสมบัติไม่ได้มาตรฐาน และไม่ผ่านการรับรอง อย.
- กล่องฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์แท้นั้นจะต้องมีฉลากภาษาไทยติดอยู่บนกล่อง มีราคา และข้อมูลเลข Lot เลขที่อ้างอิง, วันผลิต, หมดอายุ
- ฟิลเลอร์แท้ จะต้องสามารถฉีดสลายได้ด้วยตัวยาไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) โดยที่จะสลายได้ 100 % ซึ่งจะค่อย ๆ สลายไม่เหลือสารตกค้างใด ๆ บนใบหน้า
การเตรียมตัวก่อนการฉีดฟิลเลอร์
- ให้งดใช้ยาแอสไพริน ยากลุ่มแก้ปวด ยากลุ่มต้านการอักเสบ NSAIDS ไม่ว่าจะเป็น Ibruprofen, Naproxen อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการฉีด เพื่อช่วยป้องการอาการฟกช้ำ
- ไม่ควรรับประทานวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยาก วิตามินอี น้ำมันปลา น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส สารสกัดจากโสม ขิง กระเทียม ใบแปะก๊วย เป็นเวลา 2 สัปดาห์
- ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 1-3 วัน ก่อนการฉีด
- รักษาสุขภาพร่างกายอยู่ในสภาพปกติดี ผู้ที่จะรับการฉีดฟิลเลอร์ต้องไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง ไม่ได้ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่
- ล้างเครื่องสำอาง ทำความสะอาดใบหน้าให้เรียบร้อยก่อนที่จะเข้าพบแพทย์
การดูแลปฎิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์
- 2 สัปดาห์หลังการฉีดให้งดการออกกำลังกายหนักๆ งดการอบซาวน่า, แช่น้ำอุ่น การนวดหน้าด้วยความร้อน
- ไม่บีบ นวด กด ใบหน้าแรงๆ บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เพราะอาจจะทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ ผิดรูปได้
- งดการดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ เป็นเวลา 3-7 วัน
- แนะนำให้น้ำเปล่าให้มาก ๆ จะส่งผลดีต่อการฉีดฟิลเลอร์
เลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี
ปัจจุบันมีคลินิคสถานเสริมความงาม ที่เปิดให้บริการหลายแห่ง มีโฆษณาให้เห็นอยู่มากมาย แล้วเราจะเลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ : ควรเลือกคลีนิคที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการฉีดฟิลเลอร์ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง และได้รับการรักษาแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด จะไม่เกิดปัญหาหลังจากการฉีด
ยี่ห้อฟิลเลอร์ : ที่ได้รับการรับรองจากอย. อย่างถูกต้อง มีชื่อยี่ห้อ วันเดือนปีที่ผลิต เป็นภาษาไทยอย่างชัดเจน
ความน่าเชื่อถือของคลินิก : มีสถานที่ชัดเจน สามารถติดต่อได้ตามเวลาทำการ เครื่องมือสำหรับการดูแลคนไข้ ได้มาตรฐาน สะอาดและปลอดภัย
รีวิวจากผู้รับบริการ : นอกจากรีวิวที่เป็นภาพถ่าย Before-After ที่จะเห็นเป็นรูปสวย ๆ เพียงอย่างเดียว ด้วยภาพถ่ายนั้นสามารถแต่งภาพได้อาจจะขอ Before-After ที่เป็น VDO รีวิวเป็นหลักจะสามารถเชื่อถือได้มากกว่าภาพถ่าย อาจจะดูรีวิวในแหล่งที่เป็นกลางเพิ่มเติ่ม นอกจากรีวิวของทางคลีนิคด้วย
คลินิกมีการนัด ดูแลอย่างต่อเนื่อง : โดยจะต้องมีการนัดติดตามผล ให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัว ก่อนทำ-หลังทำอย่างใกล้ชิด สอบถามข้อสงสัยกับหมอที่ทำการรักษาได้โดยตรงตลอดเวลา เมื่อมีการปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ผลการรักษาออกมาดีที่สุด และอยู่ได้นาน
เดินทางง่าย สะดวก : สถานที่สถานเสริมความงามนั้น ควรจะเดินทาง สะดวก เพื่อจะเข้ามาพบแพทย์โดยสามารถวางแผนการเดินทางได้ง่าย เพราะจะต้องมาติดตามผลหรือเข้ารับการรักษาที่อาจจะต้องเข้ามาที่คลีนิคหลายครั้ง
ข้อสรุป
อันตรายที่จะพบหลังจากการฉีดฟิลเลอร์นั้น เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ ขอให้การเลือกการฉีดฟิลเลอร์ที่เป็นของแท้ ได้มาตรฐาน มีการรับรองจาก อย. มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์ เพื่อจะสามารถรักษาปัญหาที่จะได้รับการแก้ไขจากการฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างแม่นยำ นอกจากนั้นสถานที่ฉีดฟิลเลอร์ จะต้องเป็นสถานที่มีมาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย มีการดูแลที่ดีตั้งแต่ก่อน ขณะการรักษา รวมไปถึงหลังการรักษาแล้ว เพราะจริง ๆ แล้ว การฉีดฟิลเลอร์นั้น เป็นสารตามธรรมชาติและสามารถย่อยสลายได้ 100% โดยไม่ทิ้งสารตกค้างไว้
























