ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร มีวิธีแก้ไขได้อย่างไร

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาผิดตำแหน่งส่งผลให้เกิดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน ซึ่งส่วนมากจะเกิดในกรณีที่ฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญในการฉีดฟิลเลอร์ วิธีแก้ไขฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนคือ ทำการฉีดสลาย เมื่อฉีดสลายแล้วเรียบ ไม่มีปัญหา ก็ไม่จำเป็นต้องเติมฟิลเลอร์เพิ่มอีก  อีกวิธีคือการฉีดฟิลเลอร์แก้ไขทับลงไปเลย ใช้ในกรณีที่เป็นฟิลเลอร์ที่เป็นก้อนขนาดเล็กเท่านั้น แต่วิธีนี้อาจกลับมาเป็นก้อนขึ้นมาได้อีก ส่วนอีกหนึ่งวิธีใช้ในกรณีที่เป็นฟิลเลอร์ก้อนขนาดใหญ่และแข็ง เบื้องต้นคือทำการเจาะและขูดออก แต่ถ้ามีขนาดใหญ่มากต้องกรีดและตัดออก โดยทั้ง 3 วิธีนี้ต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินอีกครั้งว่าจะใช้วิธีไหน

 ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน เกิดจากสาเหตุอะไร

 แพทย์ไม่มีความเชี่ยวชาญ

 การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะต้องเลือกทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์อย่างช่ำชอง เข้าใจโครงสร้างของใบหน้าเป็นอย่างดี มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกชนิดของฟิลเลอร์ หากฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ ไม่มีความชำนาญจะทำให้เกิดปัญหาอื่นที่เป็นต้นเหตุของฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน ไม่ว่าจะเป็น หมอปลอม ฟิลเลอร์ปลอม เป็นต้น

 การเลือกชนิดฟิลเลอร์ไม่เหมาะสม 

การเลือกใช้ฟิลเลอร์ให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่ฉีดถือเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างมาก โดยการเลือกฟิลเลอร์อย่างเหมาะสมก็มีผลมาจากการเลือกคลินิกหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะหากแพทย์มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจในชนิดของฟิลเลอร์ก็จะทำให้เลือกใช้ได้เหมาะกับปัญหา เช่น ปัญหาใต้ตาคล้ำ ควรใช้ฟิลเลอร์ชนิดใด เป็นต้น โดยหากเลือกฟิลเลอร์ได้ไม่เหมาะสมกับปัญหาที่ต้องการแก้ไข เมื่อมีการขยับใบหน้าอาจทำให้ดันฟิลเลอร์ที่ฉีดออกมาจนเป็นก้อนได้

 การใช้ฟิลเลอร์ปริมาณไม่เหมาะสม 

การใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาออกมาแบบผิดปกติ โดยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาในปริมาณที่เหมาะสมคือ ประมาณ 1-2 cc หากฉีดในปริมาณที่มากกว่านี้จะทำให้เกิดปัญหาหลังฉีดที่ตามมามากมาย ไม่เพียงแต่เกิดปัญหาฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนเท่านั้น แต่ยังทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดดูไม่ธรรมชาติ บวม ย้อย อีกด้วย

 การใช้ฟิลเลอร์ปลอม 

ฟิลเลอร์ปลอมได้แก่ ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ฟิลเลอร์ที่ไม่ผ่านอย. ไม่มีประสิทธิภาพ โดยฟิลเลอร์ที่ได้กล่าวไปข้างต้น เมื่อเวลาผ่านไปจะจับตัวเป็นก้อน เกิดเป็นปัญหาฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนตามมา


 ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน แก้ไขได้อย่างไร

 การฉีดสลายฟิลเลอร์ 

ใช้ฟิลเลอร์ชนิด Hyalironic Acid  เพื่อฉีดสลาย โดยในการฉีดสลายฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนสามารถใช้ฟิลเลอร์ชนิดนี้เท่านั้น ไม่สามารถใช้ชนิดอื่นได้ โดยสารที่เข้าไปสลายได้แก่สาร Hyalase จะฉีดเข้าไปยังตำแหน่งที่มีเนื้อฟิลเลอร์อยู่ หลังจากนั้นประมาณ 3-7 วัน ฟิลเลอร์ที่เป็นก้อนจะสลายจนหมดไปในที่สุด

 การขูดฟิลเลอร์ 

ใช้ในกรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่าคนไข้ฉีดฟิลเลอร์ที่มาสามารถทำการฉีดสลายได้ เช่น ฟิลเลอร์เป็นก้อนแข็ง มีผังผืดมายึดรอบๆ โดยวิธีการคือทำการเจาะและขูดออก แต่วิธีนี้อาจจะไม่เหมาะกับการฉีดสลายฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนควรรีบพบแพทย์

หากใครฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วรู้สึกว่ามีก้อนใต้ตา และส่วนใหญ่จะมีอาการบวมแดงร่วมด้วย หากอาการไม่ดีขึ้น หรือก้อนมีขนาดใหญ่ขึ้นควรรีบไปพบแพทย์ เนื่องจากอาจเกิดการอุดตันเส้นเลือดในตา จนเกิดการตาบอดได้ ซึ่งถือเป็นอาการที่ผิดปกติที่ไม่ควรละเลย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรีบทำการรักษา เพื่อให้อาการฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนดีขึ้นได้


ฟิลเลอร์ปลอมสามารถฉีดสลายได้ไหม

ฟิลเลอร์ปลอมไม่สามารถฉีดสลายได้ โดยการแก้ไขปัญหาฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนจากการฉีดฟิลเลอร์ปลอมนั้น สามารถทำได้โดยการขูดหรือผ่าออกเท่านั้น การขูดฟิลเลอร์จะไม่สามารถขูดออกได้หมด 100% เนื่องจากจะมีบางส่วนของฟิลเลอร์ที่ผสานกับเนื้อเยื่อภายในไปแล้ว โดยการขูดหรือผ่าฟิลเลอร์ออกนั้นจะต้องทำโดยตรงกับศัลยแพทย์ในโรงพยาบาลเท่านั้น ดังนั้นก่อนเลือกฉีดฟิลเลอร์จะต้องเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีใบอนุญาตเท่านั้น เพื่อป้องกันการฉีดฟิลเลอร์ปลอม


การฉีดสลายฟิลเลอร์จะมีอาการข้างเคียงไหม

การฉีดสลายฟิลเลอร์โดยการใช้ Hyalase ถือเป็นสิ่งที่ปลอดภัยหากทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่จะมีอาการข้างเคียงอยู่บ้าง อย่างเช่น ในคนที่แพ้สาร Hyalase อาจทำให้เกิดอาการอักเสบได้ โดยวิธีการป้องกันอาการข้างเคียงนี้คือแพทย์จะมีการ test ที่ผิวหนังคนไข้ก่อนว่าแพ้สาร Hyalase หรือไม่ บวกกับการซักประวัติในกลุ่มที่แพ้เหล็กในผึ้ง เนื่องจากคนกลุ่มนี้มักมีอาการแพ้ Hyalase ด้วย


ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานไหม

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสามารถอยู่ได้นาน 6 เดือน – 1 ปี โดยระยะเวลาของความถาวรของฟิลเลอร์ที่ฉีดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ พฤติกรรมของแต่ละคนหลังทำการฉีดฟิลเลอร์ ดังนั้นหากต้องการให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น จะต้องดูแลตัวเองให้ดี หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้ฟิลเลอร์สลายเร็ว ไม่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง ทำเลเซอร์บริเวณหน้าอยู่บ่อยครั้ง การเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้จะช่วยยืดอายุของฟิลเลอร์ให้อยู่ได้นานขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

 ข้อควรปฎิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  • หากมีอาการบวมหลังการฉีดฟิลเลอร์ แนะนำให้ประคบเย็นบริเวณที่มีอาการบวม
  • ควรอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ หรืออากาศเย็น ไม่อยู่ในที่แสงแดดจ้า หรือมีความร้อนสูง หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับความร้อนบริเวณใต้ตา เนื่องจากอาจทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดมาละลายได้ง่าย
  • หลีกเลี่ยงการจับ แตะ หรือไปโดนบริเวณที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการบวมหรือช้ำได้มากกว่าปกติ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ งดอาหารหมักดอง อาหารรสจัด เนื่องจากอาจทำให้ฟิลเลอร์เข้าที่ช้าหรือเกิดอาการอักเสบได้
  • ควรดื่มน้ำให้เพียงพอหรือมากกว่าปกติ เพราะจะช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ใต้ผิวได้นานขึ้น
  • งดการทำเลเซอร์บริเวณใบหน้าอย่างน้อย 1 เดือน

 ข้อสรุป

หากใครที่ต้องเผชิญกับปัญหาฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน การฉีดสลายฟิลเลอร์ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดี เพราะสามารถลดอาการฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อนได้ถึง 100% ควรปรึกษาแพทย์โดยทันที เพราะปัญหานี้ต้องได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือแพทย์เฉพาะทาง เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาร้ายแรงอื่นๆ ตามมา อย่างเช่น ตาบอด ซึ่งหากใครกำลังมองหาที่รักษาก็สามารถแอดไลน์ @ayaclinic หรือโทรเบอร์  090–970-0447 เพื่อปรึกษา ขอคำแนะนำ หรือจองคิวเพื่อแก้ปัญหาฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน  กับทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ปลอดภัยและทันสมัยได้ทันที


ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แบบธรรมชาติ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สวยเป็นธรรมชาติ แก้ไขปัญหาใต้ตาคล้ำ

การมีปัญหาที่เกี่ยวกับบริเวณใบหน้า ต้องยอมรับว่าเป็นปัญหาที่ใครหลายคนไม่ชอบ และไม่อยากให้มันเกิดขึ้น เพราะใบหน้าจะเป็นจัดที่สังเกตง่ายที่สุด ถ้าหากว่าเกิดความผิดปกติขึ้นมา สำหรับปัญหาที่มักจะพบเจอบ่อยที่สุดนั้นก็คือ ปัญหาริ้วรอยใต้ตานั้นเอง ผู้หญิงบางคนไม่ได้นอนดึกเลย แต่ทำไมถึง ใต้ตาคล้ำ ได้ การที่คนเราจะเกิดอาการ ขอบตาดำ ขึ้นมามันจะต้องมีเหตุผลอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าทุกคนทราบปัญหาหนทางแก้ไขจะต้องมีอย่างแน่นอน คนที่มีปัญหาในเรื่องนี้ส่วนใหญ่ก็จะแก้ด้วยการฉีด ฟิลเลอร์ใต้ตา ที่เป็นวิธีการรักษาคนที่ปัญหาในเรื่องของขอบตาลึก ตาโหล หรือถุงใต้ตาเยอะได้ดี ปัญหาต่างๆ ที่ทำให้เกิดริ้วร้อยใต้ตา มันเกิดขึ้นได้จากสาเหตุใด และการ ฉีดฟิลเลอร์ จะช่วยรักษาได้จริงหรือไม่


 ปัญหาใต้ตาคล้ำ เกิดจากอะไร

มีหลายคนที่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดอาการ ใต้ตาคล้ำ หรือว่า ขอบตาดำ ขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้เป็นคนที่นอนดึกเลย ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกหลายสาเหตุที่จะทำให้เกิดอาการใต้ตาคล้ำ ไม่ได้มีแค่นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพออย่างเดียวเท่านั้น แต่มันก็ยังมีปัญหาอื่น ๆ อีกมาก 

พันธุกรรม

ในเรื่องของพันธุกรรมแน่นอนว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าหากว่าพ่อแม่เป็นผู้ที่ใต้ตาคล้ำ มีส่วนน้อยมากที่มันจะไม่ตกที่รุ่นลูก แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะมันสามารถรักษาได้ ฟิลเลอร์ ช่วยได้

อายุที่เพิ่มขึ้น

สำหรับคนที่มีอายุเยอะ ปัญหาที่มักจะพบเจอบ่อยที่สุดก็คือ ปัญหาร่องใต้ตา ซึ่งเกิดจากการที่ Tear Through ที่อยู่ใกล้กับร่องน้ำตา เกิดการยุบตัวลง บางคนอาจจะเป็นเพียงเล็กน้อย แต่บางคนก็เป็นมาก ดังนั้นถ้าจะรักษาด้วยการใช้ ฟิลเลอร์ใต้ตา จะต้องปรึกษาหมอก่อนจะได้รักษาได้ถูกวิธี

ใต้ตาคล้ำจากภูมิแพ้

ปัญหาส่วนนี้ เป็นปัญหาที่ทุกคนจะต้องเจอเเละหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใต้ตาคล้ำจากภูมิแพ้ เกิดจากผลข้างเคียงของร่างกายเวลาที่มันกำเริบขึ้นมา อาการที่แสดงออกมานั้นก็คือ การระคายเคืองบริเวณรอบๆดวงตา ทำให้เราต้องขยี้ตาอยู่บ่อยครั้ง เป็นเหตุทำให้เกิดขอบตาดำขึ้นมา เลือดส่วนใหญ่ที่นำไปเลี้ยงจะเป็นหลอดเลือดดำ

การพักผ่อนไม่เพียงพอ

การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งเช่นกันที่ทำให้เกิดปัญหาใต้ตาหมองคล้ำ เนื่องจากใน 1 วัน การใช้สายตาในการมองเห็นหลายชั่วโมง จะต้องรู้จักพักสายตาบ้าง ถ้าหากไม่พักก็จะเกิดการเสื่อมโทรมบริเวณรอบดวงตาได้ 

ทั้งหมดนี้ก็จะเป็นสาเหตุหลักที่จะทำให้เกิดอาการใต้ตาคล้ำขึ้นมาได้ ซึ่งวิธีการป้องกันนั้นมันจะอยู่ในหัวข้อถัดๆไป 

ใต้ตาคล้ำ

การแก้ไขปัญหาใต้ตาลึก

สำหรับคนที่มีปัญหาใต้ตาลึก ใต้ตาคล้ำ หรือริ้วรอยต่างๆบริเวณรอบดวงตา ถ้าหากว่าเข้ามาปรึกษากับทางคุณหมอ ทางคุณหมอก็จะแนะนำวิธีการรักษาให้ 2 วิธี ซึ่งเป็นวิธีการรักษาที่ได้รับความนิยม และการันตีมาแล้วว่าปลอดภัย หากเข้ารับการรักษากับหมอที่มีความเชี่ยวชาญจริง ๆ การรักษาปัญหาใต้ตาคล้ำทั้ง 2 วิธีมีดังนี้

การเติมด้วยไขมัน (Fat Tranfer)

การเติมไขมันบริเวณใต้ตาที่มีปัญหา จะเป็นการแก้ไขปัญหาเรื่องริ้วรอยและใต้ตาลึกได้ดี ซึ่งไขมันที่นำมาใช้นั้น ก็จะเป็นไขมันของตนเอง ไขมันที่นำมาใช้จะเป็นไขมันส่วนเกินบริเวณต้นขา หรือว่าหน้าท้อง เป็นต้น ถ้าถามว่าวิธีนี้ปลอดภัยไหม ตอบได้เลยว่าปลอดภัย100% ข้อดีคือ ไขมันที่นำมาใช้เป็นของเราเอง ดังนั้นไม่อันตรายและลดความเสี่ยงในการแพ้ได้ดี ข้อเสียคือ ใช้เวลาพักฟื้น 1-2 สัปดาห์

การฉีดฟิลเลอร์ (Filler)

การ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ก็จะเป็นอีกหนึ่งวิธีการรักษาที่ช่วยแก้ปัญหาได้เหมือนกัน การ ฉีดฟิลเลอร์ ก็คือ การเติมสารเข้าไปในบริเวณใต้ตาที่ยุบลงไป หลังจากที่ฉีด ฟิลเลอร์ เข้าไปแล้วสามารถรู้ผลได้ทันทีเลย จะเห็นได้ถึงความแตกต่าง ใต้ตาตื้นขึ้น ใต้ตาที่เคยคล้ำมากๆก็จะเห็นว่ามันลดลง สำหรับคนที่อยากรู้ว่าวิธีนี้อันตรายไหม ตอบเลยว่าไม่อันตราย สามารถเห็นผลได้ดีทันใจ

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

 ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร

ฟิลเลอร์ใต้ตา คือ การฉีดสารไฮยาลูรอนิค แอซิด เข้าไปในบริเวณใต้ตาที่มีปัญหา เช่น ริ้วร้อย ขอบตาดำ ร่องใต้ตาลึก หรือปัญหาต่างๆ การเติมสารตัวนี้เข้าไปสามารถช่วยได้ อีกทั้งยังทำให้ใบหน้าของคุณกลับมาสวยและสดใสอีกครั้งหนึ่ง สำหรับคนที่คิดว่า ฟิลเลอร์ หรือสารไฮยาลูรอนิค แอซิด ไม่ปลอดภัย เรากล้าบอกเลยว่ามันไม่จริง สารตัวนี้ปลอดภัย เมื่อฉีดเข้ามาแล้วมันจะสลายไปเองตามระยะเวลาของมัน ไม่มีสารตกค้างใดๆ หลงเหลืออยู่ในร่างกาย เพราะฉะนั้นสำหรับคนที่มีปัญหาริ้วร้อยใต้ตา, ใต้ตาคล้ำ และถุงใต้ตาเยอะ ย้ำอีกครั้งว่าการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะช่วยทำให้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นหายไป คุณจะกลับมามีรูปหน้าที่สวยงามและสดใสอีกครั้งแน่นอน


 ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะกับใคร

ฟิลเลอร์ใต้ตา ไม่ใช่ว่าใครก็สามารถฉีดได้ คนที่จะ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ได้นั้นจะต้องเป็นคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับใต้ดวงตาจริงๆ เช่น ปัญหาริ้วร้อยใต้ตา, ปัญหาร่องตาลึก และปัญหา ใต้ตาคล้ำ เป็นต้น นอกจากคนกลุ่มนี้แล้วก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่เหมาะเช่นกันคือ คนที่ไม่อยากรักษาด้วยการผ่าตัด และคนที่อยากจะเห็นผลแบบรวดเร็วทันใจ ไม่ต้องรอพักฟื้นนาน หรือจะเป็นคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการยุบตัวของกระดูกและเนื้อนั้นเอง กลุ่มคนเหล่านี้ ถ้าอยากจะ ฉีดฟิลเลอร์ บริเวณใต้ตาจริง ๆ สามารถทำได้ ถ้าหากว่าได้รับการตรวจจากหมอเรียบร้อยแล้ว


 ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

เมื่อคนเราเริ่มมีอายุที่มันมากขึ้น ปัญหาต่าง ๆ บนใบหน้าก็จะเริ่มตามมา สิ่งแรกที่จะเห็นได้ชัดมากที่สุดก็คือ ปัญหาใต้ตา ซึ่งแต่ละคนก็จะมีปัญหาใต้ตาที่แตกต่างกันไป ถ้าถามว่าวิธีอะไรสามารถแก้ไขได้ ก็ต้องเป็นการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา วิธีนี้จะเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด สำหรับคนที่ต้องการจะรู้ว่า ฟิลเลอร์ใต้ตา ช่วยแก้ไขปัญหาใต้ตาในรูปแบบไหนได้บ้าง 

  • ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของริ้วร้อยใต้ตา เช่น รอยตีนกา รอยเหี่ยวย่น เป็นต้น รอยพวกนี้ทำให้หน้าดูมีอายุ 
  • ช่วยแก้ปัญหา ขอบตาดำ ใต้ตาคล้ำ ซึ่งการที่มีรอยใต้ตาคล้ำจะทำให้หน้าดูไม่สดใส 
  • ช่วยแก้ปัญหาถุงใต้ตา การมีถุงใต้ตาจะทำให้เห็นริ้วร้อยและร่องใต้ตาชัดขึ้น 
  • ช่วยแก้ปัญหาเบ้าตาลึก หรือตาโหล เป็นปัญหาที่เกิดจากการยุบตัวของกระดูกใต้ตา

ข้อดี – ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ในส่วนนี้อธิบายถึงข้อดีและข้อเสียของการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คนที่ต้องการจะ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ต้องรู้

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  • เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเลย
  • ไม่ต้องผ่าตัด ดีสำหรับคนที่ไม่ต้องการที่จะผ่าตัด
  • ไม่ต้องพักฟื้น ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานถึง 4-18 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลด้วย

ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  • ผลของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ถาวร ตรงนี้เราอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าปกติแล้ว ฟิลเลอร์จะเห็นผลได้ประมาณ 8 เดือน ถึง 1 ปี หลังจากนั้นมันก็จะสลายไปเองตามธรรมชาติของมัน 
  • ต้องมีการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาซ้ำเพื่อเห็นผลระยะยาว ตรงนี้ก็เหมือนกับที่เราได้บอกไปเมื่อกี้นี้ หลังจากที่ ฉีดฟิลเลอร์ ครั้งแรกไปแล้ว ฟิลเลอร์ได้มีการสลายไปแล้ว ถ้าต้องการอยากจะให้เห็นผล อย่างต่อเนื่อง ก็ต้องฉีดฟิลเลอร์ซ้ำอีกครั้งหนึ่งตามคำแนะนำของหมอ 
  • เสี่ยงภาวะแทรกซ้อนหากผู้ฉีดไม่เชี่ยวชาญ
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

 ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอันตรายไหม

ฉีด ฟิลเลอร์ใต้ตา อันตรายไหม จากการวิจัยพบว่า การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ไม่อันตราย หากฉีดกับหมอที่มีความเชี่ยวชาญ และเลือกฉีดกับคลินิกเสริมความงามที่มีคุณภาพ ใช้ตัวยา หรือ ฟิลเลอร์ ที่ผ่านการรองรับจาก อย. แล้ว แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณไป ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา กับหมอที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ อีกทั้งยังเลือกทำกับคลินิกเสริมความงามที่ไม่มีคุณภาพ ที่ใช้ ฟิลเลอร์ปลอม มาฉีดให้ จนเกิดการ ฟิลเลอร์ไหล อาจส่งผลให้ตาบอดจากการฉีดฟิลเลอร์ได้


 ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาทำให้ตาบอดได้จริงไหม

ถ้าหากว่าได้รับ ฟิลเลอร์ปลอม ที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ผ่านการรองรับจาก อย. ถ้านำมาฉีดบริเวณใต้ตาก็อาจจะทำให้ตาบอดได้ หรือถ้าหากว่าฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีความรู้ ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าหากเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจริง ๆ จะต้องรู้ว่าถ้า ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา จะต้องฉีดที่บริเวณใด ฉีดอย่างไรถึงจะไม่อันตราย และที่สำคัญจะต้องรู้ปริมาณของ ฟิลเลอร์ ที่จะใช้ด้วย แพทย์ผู้ฉีดจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้อยู่เสมอ สำหรับต่ำแหน่งที่เสี่ยงต่อการ ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดก็คือ  ใต้ตา จมูก ร่องแก้ม ขมับ บริเวณเหล่านี้ ถ้าหากว่าฉีดไม่ดีเกิดการผิดพลาดขึ้นมา ก็อาจจะทำให้เกิดการอุดตันของเส้นเลือดในตา ทำให้เกิดสภาวะตาบอดได้


 ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาทำให้บวมได้นานไหม

หลังจากที่ฉีด ฟิลเลอร์ใต้ตา ไปแล้ว อาจมีอาการบวม แดง เขียวช้ำจากรอยเข็ม เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นทุกครั้งหลังจากการ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา สำหรับระยะเวลาในการบวมนั้นที่หลายคนถามว่าจะบวมนานไหม ถ้าหากว่า ฉีดฟิลเลอร์ แท้ พร้อมกับฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ภายใน 2-3 วัน อาการบวมก็จะทุเลาลง หลังจากนั้นหน้าก็จะเริ่มเข้ารูป รอยช้ำต่างๆมันก็จะหายไปเอง 


 ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน

เรื่องของการฉีด ฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ทุกคนจะต้องระวังและคอยใส่ใจมากๆอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นก้อน เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะสามารถเกิดขึ้นได้ ต่อให้ ฟิลเลอร์ ที่ฉีดนั้นจะเป็นของแท้ก็ตาม หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไม ในเมื่อฟิลเลอร์ที่ฉีดไปนั้นเป็นของแท้ ไม่ใช่ ฟิลเลอร์ปลอม แล้วทำไมถึงเกิดการเป็นก้อนขึ้นมาได้อีก ปัญหาตรงนี้เป็นเพราะฟิลเลอร์ที่ฉีดด้วยส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญมากกว่าก็คือ เกิดจากหมอที่ไม่มีความรู้และไม่ระมัดระวังในการฉีดนั้นเอง เป็นผลทำให้เกิดฟิลเลอร์เป็นก้อนขึ้นมา สำหรับคนที่ถามว่ามีวิธีการรักษา หรือแก้ไขหรือไม่ วิธีการแก้ไขนั้นมีแน่นอนนั้นก็คือ ฉีดสลายฟิลเลอร์ การฉีดสลายฟิลเลอร์ใต้ตาไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด แต่เป็นการแก้ในส่วนที่ผิดพลาดจากครั้งที่แล้ว เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด สามารถสลายฟิลเลอร์ได้หมด 100% ทำให้ผิวกลับคืนสู่สภาพเดิมได้อย่างรวดเร็ว สำหรับใครที่ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ไป ถ้าไม่อยากถูกกลับมาแก้ใหม่ก็ควรที่จะศึกษาและค้นหาคลินิกที่ปลอดภัยจะดีที่สุด 

ฟิลเลอร์ใต้ตา

 ข้อควรรู้ก่อนการเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ข้อควรรู้ก่อนที่จะ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา มีมากมายในปัจจุบัน อย่างที่ทุกคนรู้ว่าปัจจุบันนี้มีทั้งคลินิก และสถานพยาบาลมากมายที่ได้เปิดให้บริการ ฟิลเลอร์ใต้ตา สำหรับคนที่มีปัญหาในเรื่องของใต้ตา เช่น ริ้วร้อยใต้ตา ร่องใต้ตาลึก มีถุงใต้ตา และรวมไปถึง ใต้ตาคล้ำ ถ้าหากว่าอยากจะแก้ไขปัญหาตรงนี้ด้วยการ ฉีดฟิลเลอร์ ใต้ตาก็สามารถทำได้ แต่จะต้องคิดและตัดสินใจให้ดีเพราะนอกจากคลินิกเสริมความงามที่ได้มาตรฐานแล้ว ก็ยังมีคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐานด้วยเช่นกัน 

  • แพทย์มีความเชี่ยวชาญ ก่อนที่จะฉีดฟิลเลอร์ทุกครั้ง จะต้องเป็นแพทย์ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในเรื่องการฉีดเป็นอย่างดี
  • คลินิกจดทะเบียนถูกต้อง ตรงนี้ทุกคนสามารถสังเกตได้จากป้ายชื่อ, เลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก และได้มีการแสดงใบอนุญาตแล้วเรียบร้อย ถึงจะเชื่อถือได้ 
  • คลินิกสะอาดได้มาตรฐาน ข้อนี้สำคัญเพราะมันแสดงออกได้ถึงภาพลักษณ์ที่ดี ถ้าหากว่าคลินิกไม่สะอาด ก็เท่ากับว่าตัวยา ฟิลเลอร์ หรืออุปกรณ์ต่างๆก็ไม่สะอาดด้วยเช่นกัน 
  • ตัวยาแท้ตรวจสอบได้ ฟิลเลอร์ที่นำมาฉีดให้กับคนไข้จะต้องเป็นตัวฟิลเลอร์ที่ผ่านการตรวจสอบจาก อย.และคนไข้สามารถตรวจสอบจากกล่อง หรือสแกนกล่อง ตรงนี้คนไข้ หรือตัวผู้เข้ารับการบริการสามารถตรวจสอบได้ 
  • พนักงานบริการใส่ใจ ทั้งพนักงานและทีมแพทย์จะต้องมีการให้บริการที่ดี ดูแลทั้งก่อนฉีดและหลังฉีด 

ข้อสรุป

สรุปความรู้มากมายที่เกี่ยวกับ ฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ทุกคนได้รับในวันนี้ สำหรับคนที่มีปัญหา ขอบตาดำ มีรอย ใต้ตาคล้ำ มีถุงใต้ตาและริ้วรอยบริเวณใต้ตาที่มากจนเกินไป จนทำให้หน้าดูอ่อนกว่าวัย ไม่สดใส ดูแล้วไม่น่ามอง สำหรับปัญหาตรงนี้สามารถแก้ได้ ซึ่งวิธีการแก้ไขก็คือ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา วิธีนี้จะเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ตรงจุดที่สุด ถ้าถามว่าอันตรายไหม จากการวิจัยพบว่าไม่อันตราย ฉีดไปแล้วจะมีผลข้างเคียงตามมาหรือไม่ ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นนั้นก็อาจจะมีมาก เช่น อาการบวมหลัง ฉีดฟิลเลอร์ หรือรอยเขียวช้ำจากเข็มที่ฉีด แต่ไม่นานก็หาย 1-2 วันก็หายไป การฉีดฟิลเลอร์จะไม่ส่งผลอันตรายใดๆทั้งสิ้น ถ้าหากว่าเราฉีดกับหมอที่มีความเชี่ยวชาญ และตัวฟิลเลอร์ที่เป็นของแท้ ไม่ใช่ ฟิลเลอร์ปลอม ซึ่งในส่วนนี้ ทุกคนควรที่จะต้องเลือกใช้บริการคลินิกที่ปลอดภัย ได้รับรองมาตฐานที่ถูกต้อง


ฟิลเลอร์ใต้ตา
ฟิลเลอร์ใต้ตา
ฟิลเลอร์ใต้ตา
เติมเต็มใต้ตาด้วย Filler
ฉีดฟิลเลอร์เป็นก้อน เกิดจากอะไร

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร มีวิธีแก้ไขได้อย่างไร

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และเมื่อเกิดขึ้นแล้วเราควรที่จะต้องมีการรักษาด้วยวิธีอะไรบ้าง สำหรับคนที่ไป ฉีดฟิลเลอร์ มาแล้วเกิดปัญหา ถ้าหากว่าคุณจะมีความกังวลก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกเลย แต่เราอยากให้คุณสบายใจตรงที่ว่าปัจจุบันนี้มันมีวิธีการรักษา หรือแก้ไขที่ปลอดภัย เช่น การ ขูดฟิลเลอร์ หรือ ฉีดสลายฟิลเลอร์ เป็นต้น นอกจากวิธีเหล่านี้ก็ยังมีวิธีอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งเดี๋ยวในวันนี้เราก็จะมาดูกันว่ามีวิธีอะไรบ้าง การฉีด ฟิลเลอร์ มีทั้งข้อดีและข้อเสียมันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราเอง สำหรับคนที่อยากรู้ว่าสาเหตุของการฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน สาเหตุที่แท้จริงมันเกิดจากอะไรกันแน่ สำหรับคนที่อยากจะรู้เพื่อป้องกัน และค้นหาวิธีการรักษาก็สามารถเข้ามาอ่านได้ที่นี่ได้เลย

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนเกิดจากสาเหตุอะไร

การ ฉีดฟิลเลอร์ เป็นวิธีการรักษาริ้วรอยบนใบหน้าได้ดีที่สุด สำหรับคนที่ไม่เคยฉีด ฟิลเลอร์ ต้องบอกก่อนว่าสารที่ฉีดเข้าไปเรียกว่า Hyaluronic Acid ตัวยาตัวนี้มีฤทธิ์ช่วยให้ชั้นผิวบนใบหน้าที่เริ่มเสื่อมสภาพ สำหรับคนที่เริ่มมีอายุมากขึ้น ตัวยาฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปจะช่วยทำให้ผิวหน้ากลับมาดูเรียบเนียนเต่งตึง ใบหน้าอ่อนเยาว์ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น เราจึงไม่แปลกใจเลยว่าผู้หญิงและผู้ชายสมัยนี้ ทำไมถึงได้นิยมฉีดฟิลเลอร์มากมายขนาดนี้ เป็นเพราะว่ามันมีคุณสมบัติที่ดีซ้อนอยู่ไว้มากมายจริง ๆ แต่ถ้าถามว่าข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์มีหรือไม่ ถ้าเราบอกว่าไม่มีอันนี้มันก็ดูเหมือนว่าเรากำลังหลอกลวงทุกคนที่เข้ามาอ่าน เพราะฉะนั้นเราจะไม่โกหกทุกคนในที่นี้ ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์นั้นก็คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังการฉีด ซึ่งสามารถพบได้กับทุกคน สำหรับปัญหาที่มักจะพบบ่อยที่สุดในผู้ที่มาฉีดก็คือ เมื่อฉีดแล้วพบว่า ฟิลเลอร์เป็นก้อน ซึ่งการเป็นก้อนในที่นี้ไม่ได้เกิดจากอาการบวม เพราะถ้าหากว่าบวมจริง ๆ ภายใน 2-3 วัน มันก็ต้องยุบลงได้แล้ว ดังนั้นเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่าสาเหตุของการฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง เพื่อที่ทุกคนที่อยากจะไปฉีดฟิลเลอร์จะได้ป้องกันปัญหานี้ได้ทันเวลา 

ประสบการณ์ของแพทย์

สำหรับปัญหาของการฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน ถ้าหากว่าไม่เกี่ยวกับชนิดของฟิลเลอร์ อีกหนึ่งข้อสามารถสันนิษฐานได้เลยนั้นก็คือ ประสบการณ์ของแพทย์เฉพาะทาง แพทย์ผู้ที่จะมาทำหน้าที่ตรงนี้จะต้องมีความรู้ในเรื่องนี้โดยตรง แพทย์จะต้องรู้ว่ายาฟิลเลอร์ชนิดใดเมื่อนำมาฉีดแล้วสามารถเห็นผลได้ดี และทำให้คนไข้เกิดความพึงพอใจได้ รวมไปถึงลดความเสี่ยงของการฉีดแล้วเกิดปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อนได้มากที่สุด ตรงนี้คือหน้าที่ของแพทย์

การเลือกชนิดของฟิลเลอร์

การเลือกชนิดของฟิลเลอร์ข้อนี้จริงที่สุด เพราะปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่ามีตัวยาฟิลเลอร์ออกมาหลากหลายยี่ห้อ สาเหตุที่ต้องผลิตออกมาหลากหลายยี่ห้อก็เพราะว่าผิวหน้าของแต่ละคนที่มาฉีดไม่เหมือนกัน บางคนมีผิวหน้าที่บาง บางคนก็มีผิวหน้าที่หนา ดังนั้น ถ้าหากว่าเลือกชนิดของฟิลเลอร์ผิดไปมันก็จะเป็นเหตุ ทำให้เกิดปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อนได้

ปริมาณที่ใช้ในการฉีด

ความจริงแล้วสาเหตุตรงข้อนี้ มันจะสอดคล้องกับข้อที่ผ่านมา ฟิลเลอร์แต่ละชนิด แต่ละยี่ห้อนั้นมีคุณสมบัติ หรือสรรพคุณในการรักษาชั้นผิวของใบหน้าที่ต่างกัน ทำให้ปริมาณของยาที่ใช้สำหรับการฉีดแตกต่างกัน ดังนั้นฟิลเลอร์ที่มีขนาดของโมเลกุลที่มีความเข้มข้นสูง ควรที่จะต้องฉีดในชั้นผิวลึก ถ้าหากว่านำมาฉีดในบริเวณชั้นผิวบาง หรือตื้นเกินไปก็อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาฟิลเลอร์เป็นก้อนได้ 

ฟิลเลอร์ปลอม

ข้อนี้คือแน่นอนอยู่แล้ว ถ้าหากว่าผู้ที่ไปฉีดฟิลเลอร์ ได้รับ ฟิลเลอร์ปลอม ที่ไม่ใช้ของแท้เข้าไป นอกจากจะไม่เห็นผลใด ๆ แล้ว โอกาสที่จะเกิดฟิลเลอร์เป็นก้อนมีสูงมาก คนไข้ส่วนใหญ่ที่ถูกหลอกแบบนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนไข้ที่ไม่ได้หาข้อมูลมาก่อน หรือรับข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ดังนั้นต้องระวังให้ดี

ฉีดฟิลเลอร์ปลอดภัย

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน มีอาการเป็นอย่างไร

สำหรับอาการของ ฟิลเลอร์ ที่ไปฉีดมาแล้วพบว่ามันเป็นก้อน หลายคนในที่นี้ก็คงอยากจะทราบว่าหลังจากที่ไปฉีดมาแล้วมันจะมีอาการอย่างไร สำหรับตรงนี้ทุกคนที่เข้ามาอ่านต้องรู้ก่อนว่าอาการของการ ฉีดฟิลเลอร์ แล้วเป็นก้อน มันถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ ก้อนฟิลเลอร์ปกติกับก้อนฟิลเลอร์ที่ติดเชื้อ ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่าอาการของทั้ง 2 ประเภทนี้แตกต่างกันอย่างไร แต่ถ้าถามว่าประเภทใดอันตรายที่สุด ก็คงเป็นประเภทที่สองอย่างแน่นอน ฟิลเลอร์อักเสบ หรือฟิลเลอร์ติดเชื้อนั้นเอง 

 ก้อนฟิลเลอร์ที่เป็นปกติ

สำหรับอาการของก้อนฟิลเลอร์ที่เป็นปกติ อาการจะไม่ร้ายแรงเท่ากับฟิลเลอร์ที่ติดเชื้อแล้ว อาการที่แสดงออกมานั้นก็คือ บริเวณที่ไปฉีดจะดูเรียบเนียน สมูทไปกับผิว สวยงาม จะมีอาการบวมได้หลังฉีดเพียง 1-2 วันเท่านั้น และจะค่อย ๆ ยุบลงได้เอง

 ก้อนฟิลเลอร์ที่เกิดการติดเชื้อ

สำหรับอาการของก้อนฟิลเลอร์ที่เกิดจากการติดเชื้อตรงนี้ สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ เลยคือ อาการห้อเลือด หรืออาการอักเสบตรงบริเวณที่ฉีด อาการบวมแดง ซึ่งอาการที่จะแสดงออกมาให้คนไข้ได้เห็นชัดเจนเลยนั้นก็คือ จะมีอาการผิวหนังเปลี่ยนสี เกิดอาการบวมช้ำ หรือมีหนองเกิดขึ้นตรงบริเวณที่ฉีด ถ้าหากว่ามีอาการเหล่านี้ อย่านิ่งเฉยเป็นอันขาด ควรที่จะต้องไปพบแพทย์เพื่อรักษาโดยทันที 

ฉีดฟิลเลอร์

อาการหลังฉีดฟิลเลอร์ที่เป็นก้อนปกติ

ในส่วนของตรงนี้ ก็อย่างที่เราได้บอกอาการไป สำหรับคนที่ไป ฉีดฟิลเลอร์ แล้วพบว่ามีอาการผิดปกติอย่างเช่น ฟิลเลอร์เป็นก้อน ซึ่งเราก็ได้บอกไปแล้วว่าอาการจะถูกแบ่งได้ 2 ประเภท ถ้าหากว่าเป็นแบบประเภทแรกคือ เป็นก้อนปกติที่ยังไม่ได้ติดเชื้อใด ๆ ก้อนฟิลเลอร์ตรงนี้บางคนอาจจะมองด้วยตาเปล่าแล้วไม่เห็นความผิดปกติ ดังนั้นวิธีการสังเกตง่าย ๆ นั้นก็คือ ให้สัมผัสเบา ๆ ตรงบริเวณที่ไปฉีดมา ถ้าหากว่าจับแล้วรู้สึกเพียงแค่มันเป็นก้อน แต่ไม่ได้มีอาการเจ็บ หรือปวดอื่น ๆ ตามมา แสดงว่าเป็นแค่ก้อนฟิลเลอร์ธรรมดาไม่อันตราย แต่มันก็จะมีก้อนฟิลเลอร์อีกหนึ่งประเภทที่อันตรายมาก ซึ่งถ้าหากว่าได้ลองสัมผัส หรือสังเกตด้วยตาเปล่าดูแล้ว เกิดความผิดปกติอย่างเช่น มีอาการบวมแดง เจ็บปวดทุกครั้งที่สัมผัส ถ้าหากว่ามีอาการแบบนี้ สันนิษฐานได้เลยว่าอาจจะเป็นก้อนฟิลเลอร์ประเภทที่สองคือ ก้อนฟิลเลอร์ที่ติดเชื้อแล้วนั้นเอง สำหรับคนที่เป็นควรที่จะต้องพบแพทย์โดยด่วน เพราะไม่อย่างนั้นก็อาจจะเกิดจากลุกลามได้ อันตรายมาก ๆ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน

ถ้าถามว่าอาการข้างเคียงของการที่ไป ฉีดฟิลเลอร์ มีหรือไม่ แน่นอนว่าจะต้องมีอาการข้างเคียงอยู่แล้ว แต่ขึ้นอยู่กับว่าจะป็นผลข้างเคียงที่ดี หรือว่าไม่ดีเท่านั้น สำหรับผลข้างเคียงตรงนี้เกิดขึ้นได้ในหลายกรณี ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่ไม่เกิดการเป็นก้อน ผลข้างเคียงของอาการก็อาจจะมีรอยแดงจากเข็มบ้างเล็กน้อย แต่ภายใน 2-3 วัน รอยแดงเหล่านี้ก็จะจางหายไป และนอกจากอาการรอยแดงจากเข็มแล้ว ก็อาจจะมีอาการบวมเข้ามาด้วย ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องปกติ เมื่อผ่านไป 7-14 วัน ฟิลเลอร์ ที่ฉีดเข้าไปก็จะเข้าที่และเห็นผลที่ชัดขึ้น ถ้าหากว่าเป็นในกรณีแบบนี้ทุกคนสามารถวางใจได้เลย แต่ถ้าหากว่าเป็นในกรณีที่ไปฉีดมาแล้ว กลับมามีอาการปกติ เช่น ฟิลเลอร์เป็นก้อน, ฟิลเลอร์อักเสบ หรือติดเชื้อ โดยที่ไม่ได้เกิดจากตัวยา ตรงนี้สามารถสันนิษฐานได้หลายสาเหตุเลย สำหรับสาเหตุหลักๆก็เกิดจากแพทย์เฉพาะทางที่ไม่มีความชำนาญในการฉีด ทำให้ใช้ยาผิดชนิด หรือฉีดฟิลเลอร์ผิดชั้นผิว เป็นต้น ถ้าหากว่าเป็นในกรณีแบบนี้ สิ่งที่ทุกคนจะต้องทำนั้นก็คือ การศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่จะไปทำให้ดี เพราะอันตรายจากการฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน ถึงแม้ว่าจะแก้ไขด้วยการ ฉีดสลายฟิลเลอร์ หรือ ขูดฟิลเลอร์ ออกไปได้ แต่มันก็ไม่คุ้มกันอยู่ดี ถ้าหากว่าไปฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ  

วิธีการรักษาการฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน

สำหรับคนที่ไป ฉีดฟิลเลอร์ ผลปรากฏว่า ฟิลเลอร์เป็นก้อน ถ้าถามว่ามีวิธีการรักษาหรือไม่ อย่างที่บอกวิธีการรักษานั้นจะต้องมีอย่างแน่นอน ซึ่งวิธีการรักษา ฟิลเลอร์ ที่เป็นก้อนตรงนี้ การรักษาจะมีทั้งหมด 3 วิธีที่เราอยากจะแนะนำ และออกมาให้ความรู้ในเรื่องนี้ สำหรับทั้ง 3 วิธีตรงนี้จะมีวิธีอะไรบ้างนั้น เดี๋ยวเรามาดูกันเลย 

 การฉีดสลายฟิลเลอร์

ในกรณีนี้ ฉีดสลายฟิลเลอร์ หากฟิลเลอร์ที่ฉีดไปเป็นของแท้ โดยใช้สาร HA สามารถรักษาด้วยวิธีการฉีดตัวยาเอ็นไซม์ไฮยาลูโรนิเดส ซึ่งเป็นตัวยาที่มีฤทธิ์ช่วยสลายฟิลเลอร์ แต่ข้อควรระวังนั้นก็คือ แพทย์จะต้องคำนวณปริมาณของตัวยาที่จะใช้ให้อยู่ในปริมาณที่เหมาะสม หลังจากที่ฉีดยาสลายไปแล้วในบางบริเวณจะเห็นผลในทันที ในกรณีบางรายอาจจะอยู่ที่การประเมิณของแพทย์ อาจจะทำการรักษาด้วยการสลายฟิลเลอร์ 2-3 ครั้งตัวฟิลลเอร์ถึงจะหมดไป เรื่องที่อยากจะเตือนอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อฉีดตัวยาสลายฟิลเลอร์ไปแล้ว ควรเว้นระยะเวลาในการฉีดอย่างน้อย 1 สัปดาห์  

 การขูดฟิลเลอร์

การรักษาด้วยวิธีนี้ สามารถรักษาได้ในกรณีที่ผู้ฉีดไม่ได้ใช้สาร HA ในการฉีด แต่ใช้ได้กับผู้ที่ฉีดสาร Polyamine หรือ Hydrofilic Gel เป็นต้น แต่มีเรื่องหนึ่งที่ทุกคนจะรู้ด้วยเช่นกัน วิธีการรักษาด้วยการ ขูดฟิลเลอร์ รักษาได้เพียงแค่ 60-70% เท่านั้น และหลายคนที่รักษาด้วยวิธีนี้บอกว่ามันเจ็บมาก 

 การผ่าตัด

สำหรับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด จะต้องเป็นผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ประเภทซิลิโคน และอาจจะเกิดการเหลวของฟิลเลอร์ ทำให้เป็นก้อนได้ สาเหตุที่ต้องผ่าตัดเพราะมันมีขนาดที่ใหญ่และแข็งเกินไป และในอีกกรณีหนึ่งก็คือ เกิดพังผืด ตรงนี้ก็ต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเช่นกัน 

การรักษาตรงนี้ เราอยากจะย้ำว่าจะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยต่อตัวคนไข้มากที่สุด 

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน

บริเวณที่สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้

อีกหนึ่งเรื่องที่ทุกคนจะต้องรู้เกี่ยวกับการ ฉีดสลายฟิลเลอร์ คือ ไม่ใช่ทุกบริเวณที่สามารถฉีดได้ เนื่องจากชั้นผิวของใบหน้ามีความละเอียดอ่อนมาก ถ้าหากว่าเราใช้ตัวยาที่เกิดขนาด หรือฉีดในบริเวณที่ตัวยาไม่สามารถรับได้ มันก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบ หรือผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมาอีกได้ ดังนั้นบริเวณที่สามารถฉีดตัวยาสลายฟิลเลอร์ได้มีดังต่อไปนี้ 

 ฉีดสลายฟิลเลอร์หน้าผาก

เกิดจากการฉีด ฟิลเลอร์ ผิดชั้นผิว ทำให้เกิดเป็นก้อนดูไม่เรียบเนียน สามารถฉีดตัวยาสลายฟิวเลอร์เข้าไปรักษาได้ 

 ฉีดสลายฟิลเลอร์ใต้ตา

การเกิด ฟิลเลอร์เป็นก้อน ตรงบริเวณใต้ตา เกิดจากการฉีดในบริเวณชั้นผิวที่ตื้นจนเกินไป ทำให้ฟิลเลอร์นูนขึ้นมา รักษาด้วยวิธีฉีดสลายฟิลเลอร์ได้

 ฉีดสลายฟิลเลอร์ปาก

เกิดจากการ ฉีดฟิลเลอร์ ในปริมาณที่มากจนเกินไป ทำให้ปากดูบวมใหญ่ไม่สวย ดูไม่เป็นธรรมชาติ ถ้าหากว่าผู้ฉีดไม่พอใจ สามารถแก้ไขด้วยการฉีดสลายฟิลเลอร์ออกได้ หลังจากนั้นเว้นไว้สักระยะแล้วค่อยฉีดใหม่ 

 ฉีดสลายฟิลเลอร์คาง

เกิดขึ้นได้จากการที่ฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณชั้นผิวที่ตื้นเกินไปเช่นกัน ทำให้ฟิลเลอร์มาอยู่รวมกันเป็นก้อน ดูไม่สวยงาม ดูคางย้อย 

วิธีป้องกันการฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน

สำหรับการป้องกันการฉีด ฟิลเลอร์เป็นก้อน สามารถป้องกันได้ ปัจจุบันนี้มีคนออกมาให้ความรู้มากมายเกี่ยวกับวิธีการป้องกัน คนที่ออกมาให้ความรู้มีทั้งแพทย์เฉพาะทาง และคนที่มีประสบการณ์โดยตรง เพราะฉะนั้นวิธีการป้องกันที่ดีและสามารถเห็นผลได้ชัดเจนที่สุดนั้นก็คือ การเลือกเข้าไปใช้บริการกับคลินิกที่ใช้ ฟิลเลอร์ ที่ได้มาตรฐาน ผ่านการรับรอง อย. มาเรียบร้อยแล้ว หรืออาจจะเป็นคลินิกที่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ เช่น มีการออกมาเผยแพร่รีวิวจากผู้ใช้บริการจริง หรือข้อมูลของแพทย์ที่จะเข้ามา ฉีดฟิลเลอร์ ให้กับผู้เข้าใช้บริการ วิธีการป้องกันโดยรวมนั้นก็คือ การเลือกเข้าใช้บริการกับคลิลิกที่ปลอดภัยและสะอาดนั้นเอง

อาการอื่นๆ ที่ควรสังเกตุหลังจากฉีดฟิลเลอร์เป็นก้อน

ในบรรดากลุ่มคนที่ไป ฉีดฟิลเลอร์ หลังจากที่ไปฉีดมาแล้วอย่าพึ่งนิ่งนอนใจไป สิ่งที่ผู้ฉีดจะต้องทำนั้นก็คือ การเฝ้าสังเกตอาการหลังฉีด ฟิลเลอร์ เพราะนอกจากอาการของฉีด ฟิลเลอร์เป็นก้อน ก็ยังมีอาการอื่น ๆอีกเช่นกัน ซึ่งมันร้ายแรงกว่าฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนอีก สำหรับอาการอื่น ๆ ที่เราอยากให้เฝ้าระวังและสังเกตให้ดีก็มีดังนี้ 

อาการอักเสบ

สำหรับอาการอักเสบ ถ้าหากว่ามีอาการบวมแดง หรือมีอาการปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่หายสักที ให้รีบพบแพทย์เพื่อเข้ารับคำปรึกษา และรักษาอาการในลำดับถัดไป 

อาการติดเชื้อ

สำหรับอาการติดเชื้อตรงนี้ ลักษณะของอาการคือ บวมช้ำและมีหนองควบคู่มาด้วย วิธีการรักษาจะให้ทานยาปฏิชีวนะ และยาลดบวม เพื่อลดโอกาสที่จะติดเชื้อที่มากไปกว่านี้ 

อาการห้อเลือด

สำหรับอาการห้อเลือด อาการเบื้องต้นคือ ผิวหนังจะเริ่มมีการเปลี่ยนสี เนื้อเยื้อเริ่มมีการแข็งตัว อาการนี้สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า เพราะมีการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดมาก

ทั้ง 3 อาการตรงนี้ บอกตามตรงเลยก็คือ เป็นอาการที่อันตราย สำหรับใครที่ไปฉีดฟิลเลอร์มา แล้วพบว่ามีอาการคล้ายๆกับ ฟิลเลอร์อักเสบ ให้รีบไปพบแพทย์เฉพาะทางในทันที ห้ามรักษาด้วยตนเอง หรือปล่อยไว้โดยเด็ดขาด 

ข้อสรุป

สรุปก็คือ การฉีด ฟิลเลอร์เป็นก้อน สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ซึ่งปัญหาที่เกิดนั้นก็คือ การฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของ ฟิลเลอร์ หรืออาจจะเข้าไปใช้บริการกับคลินิกที่ใช้ ฟิลเลอร์ปลอม ไม่สะอาด และไม่มี อย. ดังนั้นสำหรับคนที่อยากจะไป ฉีดฟิลเลอร์ ควรจะต้องเลือกคลิลิกให้ดีเสียก่อน นอกจากนี้ อาการของการฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อนมี 2 ประเภทด้วยกันคือ เป็นก้อนแบบปกติที่ไม่มีการติดเชื้อกับเป็นก้อนที่มีการติดเชื้อแล้ว ซึ่งในประเภทที่ติดเชื้อแล้วควรที่จะต้องรีบรักษาในทันที แต่สำหรับประเภทที่เป็นก้อนธรรมดาสามารถรักษาด้วยการ ฉีดสลายฟิลเลอร์ ได้ ที่นอกเหนือจากการฉีดสลายฟิลเลอร์ก็ยังมีวิธีอื่น ๆอีกมากมาย ซึ่งเราก็ได้บอกไปแล้ว ดังนั้น สำหรับใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับริ้วรอยบนใบหน้า ถ้าสนใจอยากจะลองฉีดฟิลเลอร์ สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทำมาก ๆ นั้นก็คือ อยากให้เลือกฉีดกับคลินิกที่ปลอดภัย และฉีดกับแพทย์ที่มีความรู้ในเรื่องนี้จริง ๆ เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน

อาการแพ้ฟิลเลอร์ อันตรายไหม

อาการแพ้ฟิลเลอร์เป็นอย่างไร อันตรายไหม มีวิธีแก้ไขได้อย่างไร

ฟิลเลอร์เป็นการทำหัตการที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง รวมไปถึงการเลือกชนิดของฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองนั้น จะเป็นสารที่มีอยู่ในธรรมชาติบนใบหน้าของเราอยู่แล้ว แต่เกิดการเสื่อมถอยตามอายุ เราจะเติมให้เข้าไปเพื่อให้สารนั้นที่เสื่อมไปกลับมามีมากขึ้น อาการแพ้ฟิลเลอร์อาจจะเกิดได้ซึ่งจริง ๆ แล้วนั้นโอกาสเกิดนั้นน้อยมาก แต่อาจจะมีถ้าเราเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน แพทย์ผู้ฉีดไม่ใช่แพทย์ผิวหนังเฉพาะทาง


ฟิลเลอร์ คืออะไร

ฟิลเลอร์ ก็คือ สารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนิค แอซิด Hyaluronic Acid หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า HA โดยปกติแล้วโครงสร้างของผิวเราจะมีคอลลาเจน และไฮยาลูรอนตามธรรมชาติ เมื่ออายุมากขึ้นสิ่งเหล่านี้จะมีการเสื่อมสภาพและเติมเข้ามาใหม่ได้ช้าลง จึงได้ผลิต  HA ซึ่งเป็นสารที่เลียนแบบธรรมชาติขึ้น เพื่อจะใช้ทดแทนสารธรรมชาติที่อยู่ใต้ผิวหนัง

คอลลาเจนนั้นถือว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญ ที่จะทำให้ผิวนั้นแข็งแรง มีความยืดหยุ่นและเต่งตึง หากว่าคอลลาเจนใต้ผิวลดลง ผิวจะบาง แล้วเกิดริ้วรอย เหี่ยวย่นได้ง่าย

เมื่อเราฉีดฟิลเลอร์ เข้าไปในบริเวณที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย ใต้ตา ร่องแก้ม ผลที่ได้คือริ้วรอยนั้นจะตื้นขึ้น ผิวจะเรียบเนียน เต่งตึง จึงถือฟิลเลอร์นั้นใช้แก้ไขปัญหาเรื่องริ้วรอยโดยตรง

ฟิลเลอร์แท้

อาการแพ้ฟิลเลอร์เป็นอย่างไร

ในส่วนนี้อาการอาจเกิดได้จากภูมิคุ้มกันของร่างกายที่มีปฎิกริยาต่อฟิลเลอร์ ทำให้เกิดการอักเสบได้

การฉีดฟิลเลอร์นั้น ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหลายประเทศ เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาริ้วรอยที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติมาก เพราะสารที่เราเลือกและได้รับการรับรองนั้น เป็นสารที่ใกล้เคียงธรรมชาติและเกิดการสลายฟิลเลอร์ไปได้เองในที่สุด ไม่ตกค้างอยู่ใต้ผิวของใบหน้า โอกาสที่จะเกิดอาการแพ้ได้น้อย แต่ก็อาจมีบางกรณีที่เกิดอาการแพ้ฟิลเลอร์ โดยมีอาการฟิลเลอร์เป็นก้อน บวม แดง ร้อนบริเวณที่ฉีดโดยอาจจะเกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายที่จะมีปฏิกิริยาต่อฟิลเลอร์ อาจจะเป็นช่วงที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอจึงเกิดการอักเสบได้

ฉีดฟิลเลอร์

อาการแพ้ฟิลเลอร์ และผลข้างเคียงหลังจากฉีดฟิลเลอร์

สำหรับใครที่ไม่เคยฉีดฟิลเลอร์มาก่อน อาจจะมีความกังวลว่าจะมีอาการแพ้ฟิลเลอร์หรือไม่ เราจะมาให้ข้อสังเกตอาการแพ้ของฟิลเลอร์ ซึ่งเราต้องแยกกับอาการข้างเคียงหลังฉีดที่อาจจะเกิดและหายไปในเวลาไม่นาน

 อาการแพ้ฟิลเลอร์

  • ถ้าหลังจากการฉีดฟิลเลอร์แล้วพบว่ามีอาการบวมแดงระยะเวลานานกว่า 2 สัปดาห์
  • พบอาการคัน เจ็บ พบฟิลเลอร์เป็นก้อนบริเวณผิวหนังที่มีฉีดฟิลเลอร์ไป
  • อาจจะพบอาการเป็นผื่นคัน ผื่นแดงหลังจากฉีดฟิลเลอร์ ก็อาจมีการแพ้ฟิลเลอร์ได้
  • ถ้ามีอาการเป็นผื่นแดงรุนแรงก็จะถือว่ามีอาการลมพิษแบบรุนแรง (Angioedema) ได้
  • ถ้าไปฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่ไม่ได้รับการรับรองหรือมีความเชี่ยวชาญหรือบุคคลที่ไมได้เป็นแพทย์จริง ๆ รวมไปถึงคลีนิกที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจจะเกิดการติดเชื้อจากการฉีด สังเกตได้จากอาการปวด แดง บวมและมีอาการเป็นหนองร่วมด้วย
  • ถ้าพบจุดสีดำเล็ก ๆ บริเวณที่ฉีดอาจจะเกิดอาการหลอดเลือดอุดตัน และส่งผลทำให้ตาบอดได้ เพราะนั่นคือเนื้อตายชั่วคราว

 อาการข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์

อาการที่มักจะพบได้ตามปกติหลังทำการฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งจะหายไปหลังจากฉีดภายในไม่กี่วัน

  • หลังฉีดฟิลเลอร์มีอาการบวม แดง นูน ซึ่งอาการเหล่านี้จะ หายไปเองภายใน 2-3 วัน แต่บางรายอาจจะเป็นรอยช้ำได้นานถึง 2 สัปดาห์
  • ถ้าพบอาการเป็นก้อนแข็ง ๆ ในบริเวณที่ฉีดอาจจะนวดเบา ๆ บริเวณที่เป็นก้อน ภายใน 2 สัปดาห์จะดีขึ้นเอง

 ทำอย่างไรเมื่อเกิดอาการแพ้ฟิลเลอร์

ในบางรายนั้นเมื่อหลังฉีดฟิลเลอร์พบอาการผื่นนูนแดง รู้สึกคัน ผื่นลมพิษ หรือหนังตาบวม มีฟิลเลอร์เป็นก้อน ต้องรีบแจ้งแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยทันที ซึ่งแพทย์จะซักประวัติ และทำการตรวจลักษณะความผิดปกติที่เกิดขึ้น

การรักษานั้นแพทย์อาจจะให้ยาแก้แพ้ ยาฆ่าเชื้อ (ขึ้นอยู่การวินิจฉัยของแพทย์) หรือฉีดสลายฟิลเลอร์ออก รวมไปถึงขูดฟิลเลอร์ออกสำหรับถ้าฟิลเลอร์ที่ใช้นั้นพบว่าเป็นฟิลเลอร์ปลอม การฉีดสลายฟิลเลอร์นั้น จะทำได้เฉพาะสารที่ใช้เป็น Hyaluronic acid หากเป็นสารในกลุ่มฟิลเลอร์กึ่งถาวรหรือถาวรนั้นจะไม่สามารถสลายออกไปได้

ฟิลเลอร์เป็นก้อน

ฟิลเลอร์อักเสบเกิดจากสาเหตุอะไร

ฟิลเลอร์อักเสบนั้น จะเกิดจากการติดเชื้อหลังฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งส่งผลให้เกิดการอักเสบ ฟิลเลอร์เป็นก้อน นูนแดง บวม บางคนอาจจะมีอาการร้อน ตุ่มคัน หรือมีหนองบริเวณที่ฉีด การเกิดอาการอักเสบที่รุนแรงเหล่านี้มักจะเกิดเพราะสารที่นำมาฉีดฟิลเลอร์เป็นของไม่ได้คุณภาพ การเก็บฟิลเลอร์ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานของการรักษาตัวสารนั้น ฟิลเลอร์เป็นของปลอม อาจจะรวมไปถึงแพทย์ที่ฉีดให้ไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอ

ซึ่งถ้าเกิดอาการเหล่านี้ แนะนำให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา หมอจะทำการฉีดสลายฟิลเลอร์ให้ถ้าเกิดการอักเสบรุนแรงแต่การสลายฟิลเลอร์นั้นจะทำได้เฉพาะการใช้ฟิลเลอร์แท้เท่านั้น สำหรับฟิลเลอร์ปลอมนั้นอาจจะต้องใช้การขูดฟิลเลอร์หรือถ้าแข็งขูดไม่ออกอาจจะต้องผ่าตัด ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและให้คำแนะนำ


ทำอย่างไรเมื่อเกิดฟิลเลอร์อักเสบเกิดขึ้น

เมื่อหลังฉีดฟิลเลอร์แล้วพบว่ามีอาการเป็นก้อน นูน แดง ปวด บวม ร้อน มีตุ่ม หรือมีก้อนหนองตรงบริเวณที่ฉีด อาจจะเป็นอาการของฟิลเลอร์อักเสบ ซึ่งถ้าภายใน 1 – 2 สัปดาห์อาการเหล่านี้ไม่บรรเทาลงหรือหายไป กลับพบว่า มีอาการบวม ปวด แดง ร้อนบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์มากขึ้น ให้รีบไปแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย หากอาการอักเสบนั้นรุนแรงมากแพทย์จะทำการฉีดสลายฟิลเลอร์ให้


การเตรียมตัวก่อนการฉีดฟิลเลอร์

ข้อแนะนำสำหรับผู้จะเข้าฉีดฟิลเลอร์นั้นควรจะเตรียมตัวด้วยการงดยาแอสไพริน วิตามินอี รวมไปทั้งอาหารเสริมบางชนิด สารสกัดจากใบแปะก๊วย เป็นต้น อาหารหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ สูบบุหรี่ ดูแลร่างกายให้แข็งแรง ไม่มีอาการป่วยใดๆ ซึ่งจะส่งผล กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เลือดแข็งตัวช้า ในระหว่างฉีดฟิลเลอร์อาจจะเลือดไหลไม่หยุดได้และเสี่ยงต่ออาการช้ำหลังฉีดอีกด้วย


 ฟิลเลอร์เหมาะสำหรับใคร

สำหรับคนที่ต้องการผลลัพธ์ของการแก้ปัญหาผิวอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้น

  • สำหรับคนที่กังวลในการผ่าตัด กลัวเจ็บ และต้องพักฟื้นนาน
  • สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยร่องลึกบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้า ต้องการแก้ไขปรับแต่งรูปหน้า ให้ดูสมดุลและอ่อนวัยลงตามธรรมชาติ
  • สำหรับคนผู้ที่ต้องการให้ผิวพรรณมีความชุ่มชื้น กระชับ ยืดหยุ่นและเต่งตึง เรียบเนียนมากขึ้น
  • สำหรับคนที่ต้องการแก้ไขปัญหารูขุมขน และหลุ่มสิวบนใบหน้าให้หายไป

บุคคลที่มีโอกาสแพ้ฟิลเลอร์

สำหรับบางคนแล้ว การฉีดฟิลเลอร์อาจจะไม่เหมาะสม ด้วยมีลักษณะบางอย่างที่อาจจะไม่เข้ากับสารที่ต้องฉีดเข้าไป ควรจะระมัดระวังและปรึกษาแพทย์ก่อนเข้ารับการฉีด

  1. ผู้ที่มีประวัติการแพ้หรือทดสอบแล้วว่าแพ้ฟิลเลอร์ หรือแพ้สารไฮยาลูรอนิก แอซิด จะไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์โดยเด็ดขาด
  2. สำหรับสตรีมีครรภ์ ผู้ที่ให้นมบุตร ควรงดการฉีดฟิลเลอร์ไปก่อน
  3. ผู้ที่เคยมีปัญหาเลือดออกแล้วหยุดยาก มีประวัติแผลฟกช้ำง่าย หรือผู้ที่กำลังรับประทานยา แอสไพริน (ASA), ยาแก้อักเสบปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (NSAIDS), ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Warfarin), วิตามินอี (Vitamin E), สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Gingko biloba) เป็นต้น ที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ก็ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์
  4. ในกรณีที่เป็นกำลังป่วยเป็นเริม หรืองูสวัดอยู่ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์ เพราะอาจทำให้อาการกำเริบมากขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ฉีดแล้วอันตรายไหม

การฉีดฟิลเลอร์นั้นจะไม่อันตรายเลย ถ้าเราเลือกที่จะฉีดกับคลีนิกหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญ เฉพาะทางด้านผิวหนัง และมีประสบการณ์มากพอในการฉีด รวมไปถึงการเลือกสารที่จะฉีดเป็นฟิลเลอร์ของแท้ แบบชั่วคราวที่ได้รับการยอมรับ และรับรองจาก อย. รวมไปถึงการดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังฉีด ตามคำแนะนำของแพทย์เป็นอย่างดี

เพราะฟิลเลอร์นั้นเป็นสารเลียนแบบธรรมชาติ ที่มีอยู่แล้วใต้ผิวหนังของเรา การเติมเข้าไปนั้นจะเป็นการเติมเต็มให้เกิดความสมดุลขึ้น และฟิลเลอร์แท้นั้น จะสามารถสลายไปเองในระยะเวลา 1-2 ปี ไม่ตกค้างอยู่ใต้ผิวหนัง 


การตรวจเช็คฟิลเลอร์ของแท้ หรือปลอม

เพื่อลดความเสี่ยงในการที่จะเจอฟิลเลอร์ของปลอมซึ่งอันตรายมาก ถ้าเราไม่ดูให้ดีแล้วประมาทฉีดเข้าใบหน้า เรามาดูข้อสังเกตว่าฟิลเลอร์ของแท้หรือของปลอมกัน

  1. ราคาและแหล่งจำหน่าย ถ้าราคาของฟิลเลอร์ถูกเกิดไปและบวกกับมาจากแหล่งจำหน่ายที่ไม่ความน่าเชื่อถือ หิ้วมา มาจากอินเตอร์เน็ต ที่ไม่ได้บอกแหล่งที่มาที่ไปชัดเจนให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นของปลอม
  2. มีฉลากภาษาไทยและได้รับการรับรองจากอย. ฟิลเลอร์ที่สามารถใช้งานในประเทศไทยได้อย่างถูกต้องนั้น จะต้องส่งให้อย.พิจารณาและรับรองก่อน ซึ่งจะต้องมีฉลากภาษาไทยที่ชัดเจน ระบุวันผลิต วันหมดอายุ รายละเอียดของสารฟิลเลอร์ที่ข้างกล่องไว้ด้วย

ข้อสรุป

 การฉีดฟิลเลอร์เป็นวิธีแก้ไขปัญหาผิวหน้า ริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้าที่เกิดขึ้นมาตามวัย ซึ่งฟิลเลอร์จะเติมสารเลียนแบบธรรมชาติเข้าไปและมีการสลายออกจากใบหน้าตามธรรมชาติ โดยทั่วไปแล้วจึงเกิดอันตรายหรืออาการอักเสบน้อยมาก ยิ่งถ้าเราเลือกฟิลเลอร์ของแท้ คลีนิคที่ได้มาตรฐานในการจัดเก็บฟิลเลอร์ให้ถูกวิธี รวมไปถึงแพทย์ผู้ฉีดที่เป็นแพทย์ผิวหนังมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการรักษา ก็ยิ่งมีความปลอดภัยจากการฉีดฟิลเลอร์มากยิ่งขึ้น


ฟิลเลอร์ใต้ตา
ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
ฟิลเลอร์คืออะไร

ฟิลเลอร์คืออะไร รวมสิ่งที่ต้องรู้ก่อนการเตรียมตัวฉีด

ปัญหาของผิวหน้าเมื่อมีอายุมากขึ้น ก็จะเห็นริ้วรอยบนใบหน้าชัดขึ้น ร่องลึก หน้าตอบ ริ้วรอยใต้ตา หรือสำหรับคนที่มีปัญหาต้องการปรับรูปหน้า การแก้ไขปัญหาบนใบหน้าด้วยการฉีดฟิลเลอร์เป็นการเติมสารเติมเต็มที่เดิมนั้นมีอยู่แล้วในชั้นผิวหนัง ให้มาเติมในจุดต่าง ๆ บนใบหน้า  เป็นสารอุ้มน้ำ การเติมสารในปริมาณที่เหมาะสม จะช่วยเพิ่มการอุ้มน้ำให้กับผิว ทำให้ช่วยลดริ้วรอย ร่องตาลึกดูตื้นขึ้น ดูสดชื่นมีน้ำมีนวลอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนคนที่ต้องการปรับรูปหน้าหลังการฉีดฟิลเลอร์ ใบหน้าจะกระชับได้รูป ผลลัพธ์ที่ได้จากฉีดฟิลเลอร์นั้นจะทำให้เราได้รูปหน้าที่กระชับ ผิวสดใส ดูอ่อนกว่าวัยและมั่นใจมากขึ้น

 ฟิลเลอร์ คืออะไร

ฟิลเลอร์ คืออะไรเป็นสารเติมเต็มผิว ประเภทไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ HA ซึ่งมีความปลอดภัยและได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)แล้ว สารเติมเต็มนี้เป็นสารประเภทอุ้มน้ำที่มีอยู่ตามธรรมชาติใต้ผิวหนังบนใบหน้าอยู่แล้ว แต่เมื่ออายุมากขึ้นหรือผิวที่ไม่ได้รับการบำรุงอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ ทำให้เกิดปัญหาผิวขาดความชุ่มชื้น มีริ้วรอยบริเวณใต้ตา ร่องตาลึก ร่องแก้มเห็นริ้วรอยชัด หน้าตอบเพราะผิวขาดน้ำ

นอกจากการฉีดฟิลเลอร์จะช่วยแก้ปัญหาลดริ้วรอย ยังช่วยปรับรูปหน้า เติมคาง เติมปาก หรือเติมหน้าผากให้รับกับใบหน้า เพื่อสัดส่วนที่เหมาะสม สวยงาม ใบหน้าจะกระชับได้รูป

restylane

 ประเภทของฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์นั้นจะช่วยทำให้ผิวหน้าที่มีปัญหาริ้วร้อยกลับมาเต่งตึง อ่อนเยาว์ลง ลดริ้วรอย อีกทั้งฟิลเลอร์มีคุณสมบัติเรื่องของการอุ้มน้ำบนใบหน้า จึงจะเพิ่มความชุ่มชื้น ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง แล้วยังช่วยให้ริ้วรอยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตน้อยลงด้วย

ซึ่งประเภทของการฉีดฟิลเลอร์ แบ่งได้ดังนี้

ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว (Temporary filler) 

ก็คือสารที่เป็น กลุ่มสาร Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งจะสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ สารนี้นั้นจะมีอยู่ในผิวเราตามธรรมชาติอยู่แล้ว เมื่อเรามีอายุมากขึ้นสารตัวนี้จะลดน้อยลงและมีการเสื่อมสภาพได้ตามอายุ โดยจะคงประสิทธิภาพได้นานประมาณ 4-6 เดือนจนถึง 1 ปีครึ่ง หรืออาจถึง 2 ปี เป็นฟิลเลอร์ที่มีปลอดภัยสูง เพราะการฉีดสารไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าสู่ร่างกายจึงมีโอกาสแพ้น้อยมาก ฉีดฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหลาย ๆ ประเทศ สามารถฉีดเติมใหม่ได้เรื่อย ๆ เพราะ สาร Hyaluronic Acid อยู่ในผิวหนังตามธรรมชาติอยู่แล้ว เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนใต้ผิวก็ลดน้อยลง ผิวหนังชั้น SMAS ก็มีการเปลี่ยนไป และ Retaining ligaments หรือเส้นเอ็นยึดผิวต่าง ๆ หย่อนคล้อยลง การฉีดฟิลเลอร์จึงถือเป็นสร้างขึ้นมา

 ฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวร (Semi Permanent filler)

ซึ่งจะเป็นสารโพลีอัลคิลลิไมด์ (Polyakylimide) และสาร PMMA (Polymethyl-methacrylate) โดยจะมีอายุการใช้งานได้ยาวกว่าการฉีดฟิลเลอร์ประเภทชั่วคราว สามารถอยู่ได้นาน 2 – 5 ปี ในด้านความปลอดภัยนั้นอยู่ในระดับปานกลาง ถือว่าเป็นสารที่ให้ผลลัพธ์นานและไม่สลายไปจากใบหน้า 100 % จึงมีโอกาสที่เกิดผลข้างเคียงได้มากกว่า ด้วยร่างกายของเราจะมองว่าฟิลเลอร์แบบกึ่งถาวรนี้นั้นเป็นสิ่งแปลกปลอม ทำให้อาจจะเกิดการแพ้ได้

ฟิลเลอร์แบบถาวร (Permanent filler) 

ได้แก่ ซิลิโคน หรือ พาราฟิน เป็นสารจำพวก Polymethyl Methacrylate (PMMA), สาร Polyacrylamide ซึ่งเป็นสารที่เราฉีดเข้าไปใต้ผิวหนังแล้วจะไม่สลายตัว 100% ทำให้อยู่บนใบหน้า มีความอันตรายในการใช้ จะเกิดอาการข้างเคียง ข่าวที่เราจะได้ยินว่าฉีดฟิลเลอร์แล้ว รูปหน้าเบี้ยว เป็นก้อน ส่วนมากมักจะเกิดจากฟิลเลอร์ชนิดถาวรนั่นเอง

ประเภทของฟิลเลอร์

 การฉีดฟิลเลอร์ยกกระชับใบหน้า

ฉีดฟิลเลอร์เพื่อยกกระชับใบหน้า จะเป็นการฉีดเพื่อเข้าไปช่วยให้คอลลาเจนที่อยู่ใต้ผิวหนังที่เสื่อมไปนั้น ผลลัพธ์ที่ได้จะทำใบหน้านั้นยกกระชับ มีความยืดหยุ่น ชุ่มน้ำ ทำให้ร่องตาลึก ร่องแก้มนั้นตื้นขึ้น

ฉีดฟิลเลอร์ยกกระชับใบหน้านั้น ซึ่งเราไม่ต้องรอให้อายุเยอะ จนสารอุ้มน้ำหรือคอลลาเจนใต้ผิวเสื่อมสภาพแล้วค่อยมาฉีด สำหรับใครที่จัดฟัน ถอนฟัน ซึ่งอาจจะส่งผลให้หน้าตอบ ถ้าเราฉีดฟิลเลอร์แล้วก็จะเป็นการเติมน้ำให้ใบหน้าให้ได้สัดส่วนที่สวยงามขึ้น


  ฟิลเลอร์ เหมาะสำหรับใคร 

เหมาะกับปัญหาผิวที่มีริ้วรอยร่องลึก ในบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นหน้าผาก ร่องตาลึก ร่องแก้ม

  • เหมาะกับการปรับแต่งของรูปหน้า ไม่ว่าจะเป็นการฉีดฟิลเลอร์ ปาก เพื่อเติมริมฝีปากหรือ เติมร่องแก้ม หรือจะปรับรูปหน้าให้เรียวเล็กลงได้
  • เหมาะกับการจะคงความอ่อนเยาว์ ให้ดูสดใส และเปล่งปลั่งมาก
  • เหมาะกับปัญหาเรื่องรูขุมขนกว้าง ไม่กระชับ มีหลุมสิวบนใบหน้า
ฉีดฟิลเลอร์

  ตำแหน่งที่นิยมฉีดฟิลเลอร์

 ฉีดฟิลเลอร์บริเวณหน้าผากแบน ให้เติมเต็มดูมีโหงวเฮง

  •  ฟิลเลอร์ขมับ สำหรับคนที่มีขมับบุ๋ม เต็มเนื้อขึ้นมา
  • ฉีดฟิลเลอร์ ใต้ตาเพื่อแก้ปัญหาใต้ตาลึกคล้ำ ร่องน้ำตาลึก
  •  ฟิลเลอร์บริเวณแก้มเพื่อแก้ปัญหาแก้มตอบ แก้มแบน
  • ฟิลเลอร์ร่องแก้มเพื่อแก้ปัญหาร่องแก้มลึก
  • ฟิลเลอร์บริเวณคางแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด
  • ฉีดฟิลเลอร์ ปากสำหรับแก้ปัญหาปากบาง ไม่ได้รูป

 ฟิลเลอร์ฉีดแล้วอันตรายไหม 

อันตรายที่อาจจะเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์นั้น อาจจะเกิดอุดตันในเส้นเลือดหรือเส้นประสาทบนบนใบหน้า เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการเนื้อตาย จากการที่เลือดไม่สามารถไปหล่อบริเวณนั้น หรือถ้าฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในเส้นเลือดแดง แล้วฟิลเลอร์อุดตันเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณดวงตา อาจจะส่งผลให้จอประสาทตาตาย (Retinal Artery Occlusion) อาจจะมีอาการปวดหัวหรือกระบอกตาร่วมด้วยทันทีหลังฉีด ส่งผลให้เกิดอาการตาพร่ามัวและตาบอด retinal artery occlusion ได้

สำหรับผู้ที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์จึงต้องเลือกคลีนิคที่ใช้สารที่ปลอดภัยตรวจสอบได้ รวมไปถึงแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการฉีดฟิลเลอร์


 การเลือกแพทย์ในการฉีดฟิลเลอร์

 เนื่องจากอันตรายสำหรับการฉีดฟิลเลอร์นั้นมีปัจจัยจากทั้งการเลือกสารที่จะมาฉีดรวมทั้งความเชี่ยวชาญของผู้ที่จะมาฉีดฟิลเลอร์ให้กับเรา ดังนั้นเราควรจะพิจารณาแพทย์ที่จะมาทำหัตถการกับเรา

แพทย์ด้านผิวหนังเฉพาะทาง

แพทย์ที่จะมาทำการฉีดฟิลเลอร์ ควรจะเป็นแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางโดยเฉพาะเนื่องจากต้องมีความรู้โครงสร้างทางกายวิภาคของเส้นเลือด ชั้นไขมันต่าง ๆ บนใบหน้าเพื่อให้สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้อย่างแม่นยำ นอกจากนั้นการแก้ไขปัญหาในการฉีดนั้น แพทย์ผิวหนังจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบการเกิดการแพ้ยาหรือหากต้องรักษาเมื่อเกิดอาการผิดปกติขึ้น

มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์

แพทย์ที่มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์นั้น จะทำให้เชี่ยวชาญในการแก้ไขปัญหาระหว่างการฉีดมากกว่า เราอาจจะดูจากรีวิวต่าง ๆ ของแพทย์ ซึ่งควรจะสังเกตว่าเป็นรีวิวที่ไม่ได้ตกแต่งภาพแต่อย่างใด ก็จะสร้างความมั่นใจให้กับเราได้มากขึ้น

ใช้ฟิลเลอร์ของแท้

ฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ ต้องเป็นฟิลเลอร์แท้ที่ได้มาตรฐาน มีการรับรองจากองค์การอาหารและยาจากประเทศไทย ซึ่งการเลือกใช้รุ่นของฟิลเลอร์ในตำแหน่งที่แก้ไขถูกต้อง และเหมาะสม เพื่อประสิทธิภาพของการฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์คาง

 การตรวจเช็คฟิลเลอร์ของแท้ หรือปลอม

 อันตรายที่เกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ปลอมนั้น มันเป็นเรื่องที่เราไม่ควรเสี่ยง ดังนั้นเราควรจะรู้ว่าจะตรวจสอบฟิลเลอร์อย่างไร ให้เป็นฟิลเลอร์แท้

1.     ให้ดูที่กล่องของฟิลเลอร์ ที่กล่องนั้นจะมีฉลากภาษาไทยบนกล่อง มีราคา มีวันหมดอายุที่สังเกตได้อย่างชัดเจน

2.     ขอแนะนำว่าไม่ควรซื้อฟิลเลอร์มาเองจากอินเตอร์เน็ต แล้วเอามาให้แพทย์หรือผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ฉีดโดยเด็ดขาด ซึ่งฟิลเลอร์ที่หาซื้อมาจากอินเตอร์เน็ตนั้น ไม่มีความน่าเชื่อถือ ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะปลอดภัย ให้ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อนว่าจะเป็นของปลอม

3.     ซึ่งถ้าเป็นฟิลเลอร์แท้ Hyaluronic Acid นั้นจะฉีดแล้วสลายด้วยเอ็นไซม์ไฮยาลูโรนิเดส(Hyaluronidase) ได้ 100% โดยเมื่อฟิลเลอร์สลายไปแล้ว ก็จะเกิดการยุบตัว ละลายเป็นน้ำแล้วซึมเข้าสู่ผิวหนังได้เอง จะไม่มีการตกค้าง และไม่ก่อให้เกิดอันตราย

ฟิลเลอร์นั้นเป็นสารที่ต้องควบคุม ในการเก็บรักษาต้องทำอย่างถูกต้อง แพทย์เฉพาะทางหรือมีความเชี่ยวชาญจะไม่ฉีดฟิลเลอร์ที่คนไข้นำมาเองโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของคนไข้เอง


 ข้อปฎิบัติตัวก่อน-หลังฉีดฟิลเลอร์

  เพื่อให้การฉีดฟิลเลอร์มีประสิทธิภาพที่ดี ควรจะรู้ข้อควรปฏิบัติทั้งก่อนและหลังฉีดฟิลเลอร์

 ข้อควรปฎิบัติก่อนฉีดฟิลเลอร์

  • ให้หยุดยาในกลุ่มยาแอสไพริน กลุ่มยาต้านการอับเสบ NSAIDS ได้แก่ Ibuprofen, Naproxen อย่างน้อยเป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนการฉีด เพื่อป้องกันอาการฟกซ้ำหลังการฉีด
  • งดรับประทานวิตามินเป็นเวลา 2 สัปดาห์เช่น Vitamin E , น้ำมันปลา , น้ำมันอิฟนิ่งพริมโรส , สารสกัดจากโสม ขิง กระเทียม ใบแปะก๊วย ซึ่งเป็นกลุ่มวิตามินที่จะทำให้เลือดหยุดไหลยาก
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นเวลา 1-3 วัน ก่อนฉีดฟิลเลอร์
  • ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรง ไม่ได้อยู่ในภาวะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่
  • สุขภาพแข็งแรง ไม่มีอาการป่วยไข้ หรืออาการป่วยในวันที่เข้ามาฉีด
  • ทำความสะอาดผิวหน้าเช็คเครื่องสำอางให้สะอาดก่อนที่จะเข้ามาฉีด

 ข้อควรปฎิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์

  • แนะนำว่าห้ามนวด กด รวมถึงการสัมผัสแรงๆ ในบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปเคลื่อนที่ไปจากบริเวณที่ฉีด หากมีอาการคันหรือระคายเคืองห้ามเกาเด็ดขาด ถ้าหลังจากฉีดไปแล้ว 3 วัน ยังไม่หายคัน ให้เข้าพบแพทย์
  • ในระยะหลังฉีด 48 ชั่วโมง ควรระวังไม่ให้ผิวโดนแดดหรือแสงจากไฟแรง ๆ รวมถึงการห้องอบซาวน่าด้วย
  • หลีกเลี่ยงการทานวิตามิน เช่น กิงโกะ น้ำมันพริมโรส กระเทียม โสมและวิตามินอี หลังการฉีดฟิลเลอร์ เพราะกลุ่มวิตามินนี้จะมีผลต่อจะมีผลต่ออาการช้ำของผิว
  • ยาที่ควรหลีกเลี่ยงหลังการฉีดฟิลเลอร์ กลุ่มยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน และยาแก้อักเสบบางชนิด
  • ช่วง 2 -3 วัน หลังการฉีดไม่ควรแว็กซ์ขน ถอนขน ใช้ครีมกำจัดขน หรือทำการย้อมสีเส้นขน เนื่องจากเป็นช่วงที่ผิวมีความบอบบาง
  • หลังฉีดฟิลเลอร์อย่างน้อยประมาณ 2-3 วัน แนะนำให้งดแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ เพราะอาจจะฉีดฟิลเลอร์ ปากอาจจะทำให้ปากผิดรูป หรือทำให้การดูแลตัวเองหลังฉีดจะน้อยลง

 ข้อสรุป

ฉีดฟิลเลอร์นั้นจะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องริ้วรอยต่าง ๆ รวมทั้งการปรับรูปหน้าได้ ซึ่งหลังการฉีดจะอยู่ได้นาน 6 เดือน – 1 ปี โดยการฉีดนั้นจะต้องเลือกฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจากอย.อย่างถูกต้อง ไม่ควรเสี่ยงเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่มีที่มาที่ไป รวมถึงเลือกแพทย์ผิวหนังเฉพาะทางและมีความเชี่ยวชาญในการรักษา เพื่อลดความเสี่ยงระหว่างการฉีดและหลังการฉีดด้วย


ฉีดฟิลเลอร์
รีวิวฉีดฟิลเลอร์
สาเหตุของการเกิดแขนใหญ่ เกิดจากอะไร

บอกวิธี ลดต้นแขน จบปัญหาต้นแขนใหญ่

บริเวณต้นแขนเป็นปัญหาปวดใจของสาว ๆ หลายคน ออกกำลังกายก็แล้ว ควบคุมอาหารก็แล้ว เน้นการออกกำลังกายเฉพาะจุด ทำยังไงเจ้าไขมันเหลว ๆ แขนย้วยก็ไม่หายไป การลดต้นแขนเลยเป็นปัญหาใหญ่ที่สาว ๆ หลายคน อยากจะแก้ไขเพราะไม่มั่นใจเวลาใส่เสื้อแขนกุด สายเดี่ยว ชุดว่ายน้ำ ถ่ายรูปออกมา แขนใหญ่ก็เตะตามาก อยากจะมีแขนเรียวเล็ก กระชับได้สัดส่วน การลดต้นแขนที่ดีต้องเน้นการสลายไขมันส่วนเกินและสร้างกล้ามเนื้อให้กระชับ ในบทความนี้เราลองมาหาวิธีลดต้นแขนแบบได้ผลกัน 


สาเหตุที่ทำให้แขนใหญ่เกิดจาก

 สาเหตุที่ทำให้ต้นแขนใหญ่นั้นมีหลายข้อ ด้วยเป็นบริเวณที่มีไขมันสะสมและกล้ามเนื้อไม่ค่อยได้ทำงาน ทำให้การสลายไขมันต้นแขนตามธรรมชาตินั้นจะช้า หรือบางคนอาจจะมีสาเหตุจากโครงร่างใหญ่จากกรรมพันธุ์ทำให้ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน แขนย้วยก็ไม่เคยหายไป เราได้รวบรวมสาเหตุที่ทำให้ต้นแขนใหญ่ ซึ่งมีหลากหลายสาเหตุ

การรับประทานอาหารที่มีโซเดียมสูง

ประเภทของอาหารที่ส่วนประกอบของโซเดียมในปริมาณที่มากเกินกว่าที่ร่างกายจะรับได้ในแต่ละวัน มีส่วนที่จะทำให้ร่างกายเกิดอาการบวมน้ำ ตามส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ต้นแขน ต้นขา ซึ่งโดยทั่วไปร่างกายต้องการโซเดียมประมาณ 1,500 มิลลิกรัม/วัน  อาหารที่ปริมาณโซเดียมอยู่มากได้แก่ เครื่องปรุงรส ได้แก่ เกลือ น้ำปลา ซอสปรุงรส ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ น้ำมันหอย กะปิ ผงปรุงรสหรือซุปก้อน ผงชูรส หรือพวกอาหารแปรรูป ไส้กรอก หมูยอ ลูกชิ้น ปลาเค็ม อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ถ้ารับโซเดียมเข้าสู่ร่างกายจนเกิดการสะสม จะกลายเป็นไขมันส่วนเกินที่ไปอยู่ตามบริเวณต้นแขน ต้นขา ทำให้เกิดแขนใหญ่ ขาใหญ่ การขับโซเดียมเพื่อลดการบวมน้ำอาจจะต้องดื่มน้ำและออกกำลังกาย เพื่อให้ร่างกายขับโซเดียมออกจากร่างกาย

น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น

เมื่อเรามีน้ำหนักที่มากขึ้น ไขมันส่วนเกินที่สะสมจะกระจายไปตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทำให้เกิด ต้นแขนใหญ่ ต้นขาใหญ่ หน้าท้องหนาบริเวณที่ไขมันจะแสดงตัวออกมาได้ชัดก็จะเป็นส่วนที่เคลื่อนไหวน้อย ซึ่งการที่จะทำให้การสลายไขมันต้นแขนหรือลดต้นแขนนั้นออกไปได้ยาก ต่อให้ออกกำลังกายแต่ถ้าไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง แทนที่จะทำให้แขนเรียวเล็กลง กลับเป็นใหญ่ขึ้นเพราะจะกลายเป็นกล้ามเนื้อโดยที่ปริมาณไขมันเท่าเดิม สาว ๆ หลายคนเลยไม่อยากใช้วิธีลดต้นแขนด้วยการออกกำลังกาย แต่จริงๆแล้วนั้นวิธีลดต้นแขนมีหลักการที่คือเน้นสลายไขมันส่วนเกินและสร้างกล้ามเนื้อต้นแขนให้กระชับ ดังนั้นแล้วถ้าต้องการออกกำลังกายลดต้นแขนจึงต้องควบคุมเรื่องอาหารด้วย

กรรมพันธ์ุ

ปัญหาที่อาจจะทำให้หนักใจและแก้ได้ยากก็จะเป็นปัญหาจากกรรมพันธุ์ ซึ่งบางคนที่โครงร่างที่ใหญ่ กระดูกใหญ่ การที่แขนใหญ่ ขาใหญ่นั้นติดตัวมาตั้งแต่เกิด ยิ่งถ้ามีปัญหาไขมันส่วนเกินสะสม ก็ยิ่งทำให้ลดได้ยากขึ้นไปอีกเพราะยิ่งทำให้ต้นแขนใหญ่กว่าเดิม การคุมอาหารเลือกรับประทานอาหารและออกกำลังกาย อาจจะเป็นวิธีลดต้นแขนที่สามารถทำได้ แต่ก็อาจจะต้องเหนื่อยกว่าคนทั่ว ๆ ไปหลายเท่า หรือบางทีแขนก็จะไม่ได้เล็กลงไปมาก

ระบบเผาผลาญน้อยลง

บางคนก็มีปัญหาว่ารับประทานอาหารก็ไม่ได้เยอะไปกว่าคนอื่น เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่กินอาหารโซเดียมสูง ไม่กินอาหารที่มีไขมันมาก ออกกำลังกายก็ทำ แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้ต้นแขนกระชับได้ ด้วยระบบเผาพลาญน้อย อาจจะด้วยอายุที่มากขึ้น ระบบเผาพลาญของร่างกาย ไม่ได้ทำงานได้ดีเหมือนตอนอายุน้อย ๆ หรือบางคนที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย พอหันมาเข้าโปรแกรมออกกำลังกายกล้ามเนื้อเดิมน้อย ระบบเผาพลาญไม่ได้เคยถูกกระตุ้น รวมไปถึงเกิดการท้อใจและหยุดการออกกำลังกายไปเสียก่อนเพราะการออกกำลังกายต้องใช้ระยะเวลานานจึงจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ก็เป็นอีกสาเหตุที่ไม่สามารถกำจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้

ต้นแขนใหญ่

ปัญหาของคนที่มีแขนใหญ่

ปัญหาที่คนแขนใหญ่ต้องเจอ และทำให้ปวดใจ ซึ่งสำหรับคนที่พอจะวิเคราะห์ได้ว่าสาเหตุของแขนใหญ่ของตัวเองเป็นเพราะอะไร ก็อาจจะพอหาวิธีลดต้นแขนได้ แต่บางคนนั้นหาสาเหตุไม่เจอ ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร ทำให้ต้องเจอปัญหาแบบนี้

  • ร่างกายไม่สมส่วนบางคนตัวเล็ก แต่ต้นแขน ต้นขาใหญ่ ทำให้ดูไม่สมส่วน แต่งตัวแบบไหนก็ไม่สวย
  • ต้นแขนที่ใหญ่เกินไปทำให้มีเนื้อที่บานและปลิ้นออกมา ต่อให้ใส่เสื้อปิดแขน ก็ยังเด่นเกินไป เวลาถ่ายรูป แขนเด่นกว่าหน้าไปอีก
  • เวลาเลือกใส่เสื้อผ้า ส่วนลำตัวใส่ได้ แต่ไปติดตรงแขนหรือช่วงหัวไหล่ ทำให้อึดอัด แบบที่ชอบหลายตัวเลยไม่ได้หยิบมาใส่
  • ลืมเสื้อสายเดี่ยว แขนกุด เสื้อกล้ามหรือเกาะอกไปได้เลย ต้นแขนที่ใหญ่ทำให้เวลาใส่เสื้อที่ต้องโชว์ช่วงเรียวแขน ไม่สวยแบบที่ใจคิด
  • แขนใหญ่นั้นทำให้เรารู้สึกว่าคิดเยอะขึ้นในการเลือกเสื้อผ้า ถ่ายรูป หรืออยู่ต่อหน่คนเยอะ ๆ ความมั่นใจหายไปหลายส่วน ยิ่งคนที่ชอบแต่งตัวสวย ๆ หรือเคยแต่งตัวสวย ๆ โชว์แขนได้มั่นใจ แต่เมื่อมีปัญหาเรื่องแขนใหญ่ ก็ไม่สามารถทำได้เหมือนเดิม

วิธีการแก้ปัญหาแขนใหญ่

 วิธีลดต้นแขนตามหลักการธรรมชาติก็คือ ต้องหาวิธีสลายไขมันต้นแขนบริเวณที่มีไขมันสะสมจนเกิดการหย่อนคล้อย แขนย้วยให้กลับมากระชับ หลายคนเลือกวิธีการออกกำลังกาย เน้นการออกกำลังกายเฉพาะส่วนที่ต้องการลด บางคนก็ได้ผล บางคนก็เห็นผลช้าหรือแทบไม่เห็นผลเลย ซึ่งการใช้วิธีการต่อไปนี้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะใช้ลดแขนให้เรียวลงได้

Meso Fat

เป็นการฉีดลดต้นแขนด้วยยาที่มีส่วนประกอบในการสลายไขมันต้นแขนทำให้ไขมันนั้นถูกกระตุ้นและสลายออกไปตามระบบขับถ่ายตามธรรมชาติของร่างกาย ซึ่งเมโสแฟตแขนนั้นสามารถสลายไขมันหลังจากฉีดแล้วประมาณ 4 -5 วันจะเห็นผล สำหรับคนที่มีไขมันสะสมอยู่มากหรือบริเวณที่มีไขมันสะสมมากก็อาจจะต้องฉีดซ้ำหลายครั้ง ตามที่แพทย์จะแนะนำ ซึ่งจะมีช่วงที่เว้นระยะด้วย การฉีดเมโสแฟตแขนนั้นไม่อันตราย เกิดอาการข้างเคียงน้อย เห็นผลเร็ว และถ้าเราดูแลตัวเองหลังฉีดได้ดี ไม่ให้ไขมันกลับมาสะสมเข้าสู่ร่างกายเร็ว ก็จะอยู่ได้  2-3 เดือน สามารถฉีดได้ในส่วนของร่างกายที่ลดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นแก้ม เหนียง ต้นขา หรือต้นแขน

ลดต้นแขน

HIFU

หรือที่เราเรียกกันว่า High Intensity Focus Ultrasound จะเป็นการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูงเข้าไปสลายเนื้อเยื่อในชั้นผิวระดับลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) จะส่งผลทำให้ผิวชั้นนี้หดตัว จนเกิดการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมา ผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะมีคอลลาเจนที่สร้างขึ้นมาใหม่เรียงตัวกันเป็นระเบียบมากขึ้นผิวกระชับ ริ้วรอยลดลง ผิวเรียบเนียน ทำให้ดูอ่อนเยาว์ลงได้ โดยเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ และจะค่อยๆ เห็นชัดขึ้นอีกจนกระทั่งคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างโดยสมบูรณ์ วิธีนี้นั้นสามารถทำได้ทั่วทั้งใบหน้า รวมไปถึงต้นแขน ต้นขา และหน้าท้อง ซึ่งจำนวนครั้งของการทำจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์

ลดต้นแขน

 Botox ลดกล้ามเนื้อแขน

การฉีดโบท็อก หรือโบทูลินั่ม ท็อกซิน (Botulinum toxin) นั้นมีคุณสมบัติทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว หลังจากฉีดโบท็อกเข้าไปบริเวณแขนที่ต้องการลดจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ผลลัพธ์ที่ได้กล้ามเนื้อทำงานได้ลดลงชั่วคราว และเกิดการคลายตัว ต้นแขนใหญ่จึงมีขนาดเล็กลง และดูเรียวขึ้น จะมีความคล้ายกับการลดขนาดกล้ามเนื้อกรามให้หน้าเรียว ซึ่งโบท็อกจะทำให้ขนาดกล้ามเนื้อเล็กลงได้ แต่ถ้าเป็นบริเวณที่เป็นไขมันสะสมโบท็อกจะไม่ได้ช่วยให้ไขมันสลายลงไป ดังนั้นปัญหาแขนใหญ่จะต้องดูก่อนว่าเป็นปัญหาของไขมันหรือกล้ามเนื้อ

ลดกล้ามเนื้อแขน

ข้อสรุป

ปัญหาแขนใหญ่ซึ่งมีสาเหตุหลายอย่างหลัก ๆ ก็คือการสะสมไขมันในบริเวณต้นแขนการแก้ไขที่ตรงจุดที่สุดก็คือจะต้องสลายไขมันต้นแขนบริเวณนั้นออกไปและหาทางไม่ให้เกิดการสะสมเข้าไปใหม่ เพื่อจะได้มีแขนที่เรียวสวย กระชับน่ามอง ส่วนวิธีแก้ปัญหาอย่างการออกกำลังกายนั้นอาจจะต้องใช้เวลาในการที่จะเห็นผลและต้องศึกษาการออกกำลังกายที่ถูกวิธีไม่เช่นนั้น จากแขนที่ใหญ่เพราะไขมันก็ยิ่งใหญ่ขึ้นเนื่องจากกลายเป็นกล้ามเนื้อแทน

ถ้าต้องการให้แขนกระชับ  เรียวสวยแล้วใช้เวลาไม่นาน การเลือกวิธีหัตถการต่างๆ ที่คลินิกได้มาตรฐานก็มีวิธีแนะนำหลายวิธี ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่าแขนใหญ่นั้นเป็นเพราะไขมันหรือกล้ามเนื้อ การลดแขนให้เรียวในแต่ละสาเหตุจะต่างกัน

ถ้าแขนใหญ่จากกล้ามเนื้อใหญ่สามารถใช้วิธีโบท๊อกฉีดลดต้นแขนได้ แต่ถ้าแขนใหญ่เพราะไขมันสะสมการฉีดลดต้นแขนด้วยเมโสแฟตแขน เป็นวิธีลดต้นแขนที่จะเห็นผลใน 1 อาทิตย์ เป็นวิธีไม่อันตรายไม่ต้องผ่าตัด เราฉีดยาที่มีสารกระตุ้นให้เกิดการสลายไขมันในร่างกายตามธรรมชาติ ให้ขับออกจากร่างกายโดยผ่านระบบขับถ่าย