พุงเกิดจากสาเหตุอะไร

วิธีลดพุง มีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดพุงอย่างไร

สำหรับในวันนี้ เราก็จะมาให้ความรู้ในเรื่องของการเกิด พุง ซึ่งปัญหาของการเกิดพุงนี้ ทุกคนไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนชราก็สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้น ในวันนี้เดี๋ยวเราจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้กัน เรื่องที่ทุกคนจะต้องรู้เกี่ยวกับพุงนั้นมีมากมาย เช่น ประเภทของพุงแต่ละประเภทมีอะไรบ้าง, สาเหตุของการเกิดพุง, อันตรายที่เกิดจากการมีพุง รวมไปถึงวิธีการป้องกันและการรักษาต่างๆ ในวันนี้ทุกคนจะได้ได้รับความรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ทั้งหมด แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากทุกคนที่เข้ามาอ่านได้เข้าใจนั้นก็คือ การมีพุงไม่ใช่เรื่องที่ดี สำหรับในวัยผู้สูงอายุชอบคิดว่าการมีพุงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร อายุมากแล้วมีพุงบ้างจะเป็นอะไรไป การคิดแบบนี้ก็เท่ากับว่าการปล่อยปละละเลย ในเรื่องที่คุณคิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ความจริงแล้วมันอาจจะไม่ธรรมดาอย่างที่คิด คุณเคยคิดบ้างไหมว่าการที่มี ไขมันสะสม เยอะมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย เพราะมันจะทำให้มีโรคต่างๆตามมา เพราะฉะนั้นอย่าได้นิ่งนอนใจ และสำหรับผู้หญิงที่มีพุง เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหญ่ด้วยเช่นกัน ผู้หญิงที่มีพุงแน่นอนว่าความมั่นใจจะหายไปในทันที จากที่คิดว่าตัวเองสวยหุ่นดี มาวันนี้ความคิดตรงนั้นเปลี่ยนไป จากที่เคยมั่นใจมากๆ มาวันนี้ไม่มั่นใจในตัวเองอีกแล้ว สิ่งที่จะตามมาหลังจากนั้นก็คือ การค้นหาวิธีการ ลดพุง หรือว่า วิธีลดหน้าท้อง ซึ่งถ้าถามว่ามีวิธีไหม มันก็มีวิธีการลดที่หลากหลายวิธีที่สามารถช่วยได้ ซึ่งทุกคนจะได้รู้เรื่องทั้งหมดนี้ในบทความให้ความรู้ของเรา 


พุง คืออะไร

พุง หมายถึงการที่เรามี ไขมันสะสม บริเวณหน้าท้องที่มากจนเกินไป มันก็เลยทำให้เกิดพุงขึ้นมา หลายคนในที่นี้ชอบคิดว่าพุงเกิดจากดารที่เรารับประทานอาหารเยอะจน อ้วนลงพุง ถ้าถามว่าใช่ไหม มันก็มีส่วนด้วยเช่นกัน แต่นอกเหนือจากการรับประทานอาหารเยอะแล้ว มันก็มีปัจจัยอื่นๆ หรือสาเหตุอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น การไม่ออกกำลังกาย, ความเครียด หรือการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ เดี๋ยวสาเหตุที่ทำให้เกิดพุงตรงนี้ เราจะมาทำความเข้าใจกันหัวข้อต่อไป แต่ตอนนี้เรารู้แล้วว่าพุงคืออะไร พุงคือไขมันบริเวณหน้าท้องนั้นเอง


สาเหตุของการเกิดพุง คืออะไร

ถ้าจะถามถึงสาเหตุของการเกิด พุง สามารถเกิดได้หลากหลายสาเหตุดังนี้ 

  • การรับประทานอาหารประเภทไขมันสูง เช่น ของทอด ของมัน เป็นต้น 
  • การดื่มเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ เพราะในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีน้ำตาลสูง 
  • การรับประทานของหวานที่มีน้ำตาลสูงมากจนเกิดไป 
  • การไม่ออกกำลังกาย หรือขยับร่างกาย 
  • ความเครียด และการพักผ่อนไม่เพียงพอ 
  • ท้องผูก ระบบขับถ่ายไม่ดี การไม่ถ่ายของเสียออกจากร่างกาย 
  • เกิดจากผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ 

ทั้งหมดที่เราได้ยกตัวอย่างไปนั้นก็คือ สาเหตุที่ทำให้เกิดพุง พุงถูกแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นถูกเรียกว่าอย่างไรบ้าง เดี๋ยวเรามาดูกันเลย 

พุงชั้นที่ 1 หรือไขมันใต้ชั้นผิวหนัง (SUBCUTANEOUS FAT)

สำหรับพุงชั้นที่1 เป็นชั้นที่เราสามารถจับต้องได้ เช่น ไขมันหน้าท้อง ไขมันต้นแขน ไขมันแก้ม ไขมันต้นขา เป็นต้น ไขมันตรงส่วนนี้ถ้าถามว่ามีข้อดีหรือไม่ ข้อดีของมันก็มีคือ ไขมันชั้นนี้สามารถที่จะเป็นพลังงานสำรองให้กับร่างกายของเราได้ ในยามที่ร่างกายของเรานั้นขาดแคลนอาหารนั้นก็คือข้อดี สำหรับข้อเสียคือ ไขมันใต้ชั้นผิวหนังหากมีมากเกินไป ก็จะทำให้สัดส่วนของร่างกายเปลี่ยนแปลงไปได้ เช่น เกิดอาการ อ้วนลงพุง หรือที่เรียกว่า พุงคนอ้วน สำหรับวิธีการแก้ไขนั้นก็คือ การควบคุมการรับประทานอาหาร และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั้นเอง 

พุงชั้นที่ 2 หรือกล้ามเนื้อหน้าท้อง (ABDOMINAL MUSCLES)

กล้ามเนื้อหน้าท้อง สำหรับพุงในชั้นนี้ มักจะเกิดกับผู้ที่มีน้ำหนักตัวน้อย หรือคนที่ตื่นมาในตอนเช้าแล้วหน้าท้องยังปกติ ยังไม่มีพุงยื่นออกมา แต่พอได้รับประทานอาหารเท่านั้นแหละ พุงป่องออกมาในทันที สาเหตุที่เป็นอย่างนี้เป็นเพราะว่ากล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องไม่แข็งแรง ส่งผลให้เวลารับประทานอาหารจะเกิดอาหารพุงห้อย สำหรับวิธีการแก้ไขนั้นก็คือ การออกกำลังกายด้วยการเล่นท่าแพลงก์ จะช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องกลับมาแข็งแรงได้ดีเหมือนเดิม  

พุงชั้นที่ 3 หรือไขมันในช่องท้อง (VISCERAL FAT)

ไขมันในช่องท้อง สำหรับไขมันบริเวณชั้นนี้ เป็นไขมันที่อันตรายมาก ถ้าหากว่าเป็นไปได้ควรมี ไขมันสะสม บริเวณชั้นนี้ให้น้อยที่สุด ไขมันตรงนี้เกิดจากการขยับร่างกายน้อยจนเกิดไป หรือเรียกง่ายๆว่าไม่ออกกำลังกายเลยนั้นเอง ข้อเสียของไขมันชั้นนี้ก็คือ สามารถละลายเข้าสู่กระแสเลือดได้ และที่ร้ายแรงไปมากกว่านั้นก็คือ ไขมันจะไปสะสมตามอวัยวะต่างๆ ในบางครั้งไขมันอาจจะไปอุดตันตามบริเวณทางเดินของเส้นเลือด ทำให้เกิดอาการเส้นเลือดอุดตัน บอกได้เลยว่าอันตรายมากๆ สำหรับวิธีการแก้ไขนั้นก็คือ ควรออกกำลังกายประเภทแอโรบิค การวิ่ง การขี่จักรยาน การว่ายน้ำ เป็นต้น มันจะช่วยลดไขมันชั้นที่3 ได้ดี และเห็นผลได้จริงๆ 

ลดพุง

ประเภทของพุง และวิธีการลดพุง

หลายๆคนที่เข้ามาอ่านเรามั่นใจ100% ทุกคนจะต้องไม่รู้แน่ๆว่า พุง ของตัวเองที่มันยื่นออกมา หรือว่าป่องออกมานั้น เขาเรียกว่าพุงอะไร และที่มันได้เกิดในลักษณะรูปแบบนั้นมันเกิดจากอะไร พุงมีทั้งหมด 5 ประเภท คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยใส่ใจในรายละเอียดตรงนี้ แต่จะมาสนใจอีกครั้งหนึ่งในเวลาที่ต้องการจะจำกัดพุงออกนั้นเอง เรามักจะได้ยินคำถามนี้บ่อยมาก ลดหน้าท้อง ทำได้ด้วยวิธีอะไรบ้าง หรือ อ้วนลงพุง สามารถจำกัดพุงออกได้อย่างไร สำหรับหัวข้อตรงนี้เราจะมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการ ลดพุง ในแต่ละประเภทว่าควรที่จะต้องกำจัดไขมันตรงบริเวณหน้าท้องกันอย่างไรถึงจะได้ผล

ลดพุง

1.พุงกลม 

พุงลักษณะนี้ มักจะเป็นพุงที่คนส่วนใหญ่เป็นกันบ่อย ลักษณะเป็นพุงกลม ถ้าถามว่าพุงกลมอันตรายหรือไม่ บอกได้เลยว่ายังไม่ถึงขั้นอันตราย พุงกลมเกิดจาก ไขมันสะสม เยอะ สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดนั้นก็คือ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะมีทั้งแคลอรี่ และน้ำตาลสูง ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีพุงยื่นออกมา และในการรักษาคือ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังด้วยท่าที่มีการเกร็งหน้าท้องให้บ่อยที่สุด 

2.พุงเครียด

พุงลักษณะนี้ จะพุงที่มีลักษณะพุงแบบเป็นชั้น พบเจอได้บ่อยด้วยเหมือนกัน สาเหตุของการเกิดพุงเป็นชั้นๆ มักจะเกิดได้จากความเครียด หรือการพักผ่อนน้อย การนอนดึก และการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา เป็นต้น เวลาที่ร่างกายเกิดความเครียด มันจะส่งผลให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่ดี สำหรับวิธีการรักษาคือ การลดความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ และการรับประทานอาหารให้ตรงเวลา 

3.พุงหมาน้อย

พุงลักษณะนี้คือ เป็นพุงที่มันป่อง หรือยื่นออกมาเฉพาะช่วงล่าง มักจะเกิดกับคนที่มีรูปร่างผอม สำหรับสาเหตุของการเกิดพุงหมาน้อยก็คือ การรับประทานของหวาน หรือขนมขบเคี้ยวมากจนเกิดไป การไม่ออกกำลังกายก็มีส่วนด้วยเหมือนกัน ในส่วนของ วิธีลดพุง คือ การออกกำลังกายบริเวณช่วงขา และช่วงเอว เน้นการรับประทานอาหารที่มีกากใย หลีกเลี่ยงการทานน้ำตาลในน้อยลง 

4.พุงป่อง 

พุงลักษณะนี้ เกิดได้กับทุกคนไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ หรือแม้แต่คนชรา ช่วงเวลาที่มักจะเกิดบ่อยที่สุดนั้นก็คือ ช่วงเช้าและช่วงเย็น สาเหตุที่เกิดนั้นก็เป็นเพราะว่ามีแก๊สสะสมอยู่ในกระเพราะมากนั้นเอง สำหรับวิธีการแก้นั้นก็คือ การเลือกรับประทานอาหาร ทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายจะเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว 

5.พุงคุณแม่

พุงลักษณะนี้ คนที่จะมีได้นั้นก็คือ คนท้อง หรือคนที่พุงจะคลอดลูกมาเท่านั้น ลักษณะคือ พุงจะยื่นและหย่อยลงมา สาเหตุเป็นเพราะว่ามดลูกจะยังไม่เข้ารูปดี ระยะเวลาในการที่จะทำให้หน้าท้องกลับมาเหมือนเดิมนั้นก็คือ 6 สัปดาห์เป็นอย่างต่ำ แต่ถ้าหากว่าอยากให้หน้าท้องกลับสู่สภาพเดิมเร็วๆ มันก็มีวิธีอยู่นั้นก็คือ การรับประทานอาหารประเภทน้ำมันตับปลา และไขมันดีจะช่วยได้เยอะ 


วิธีลดพุงแบบเร่งด่วนมีอะไรบ้าง

สำหรับคนที่กำลังเข้าสู่สภาวะ อ้วนลงพุง หรือมีลักษณะของพุงที่คล้ายๆกับ พุงคนอ้วน ถ้าเป็นผู้ชายที่ไม่ค่อยรักษาหุ่น ก็คงจะไม่เครียดมาก แต่ถ้าเป็นผู้หญิงต่อให้จะรักษาหุ่น หรือไม่ก็ตาม ถ้าหากว่ามีพุงที่ยื่นออกมาเยอะๆ มันก็ทำให้เสียความมั่นใจได้เหมือนกัน ดังนั้น สำหรับผู้หญิงที่กำลังเจอกับปัญหา พุง เยอะ ถ้าอยากจะหา วิธีลดพุง แบบเร่งด่วน ทางเรามีคำแนะนำที่ดีที่จะทำให้หน้าท้องของคุณกลับมาแบนราบเหมือนเดิม ไร้ ไขมันสะสม จะมีวิธีแบบไหนบ้างมาดูกัน 

การออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นวิธีการลดน้ำหนักมาตั้งนานแล้ว ถ้าจะถามถึง วิธีลดหน้าท้อง ทุกคนก็จะต้องนึกถึงวิธีกันเป็นวิธีแรก แต่พูดถึงปัจจุบันนี้ การออกกำลังไม่ได้มีแต่การเต้นเอโรบิกกับวิ่งอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันจะมีวิธีการออกกำลังแบบอื่นๆอีกมากมาย ที่จะช่วยในเรื่องของการลดไขมัน สำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการที่จะลดแบบเร่งด่วน วิธีนี้ก็สามารถนำไปลองกันได้เลย แต่สำหรับคนที่ต้องการจะลดแบบเร่งด่วน มันก็จะมีวิธีอยู่ซึ่งเราได้นำมาบอกด้วยเช่นกัน ถ้าหากอยากรู้ว่ามีอะไรบ้างก็มาดูกันเลย  

ออกกำลังกายลดพุง

การทำ IF

มีหลายคนที่ยังไม่รู้วิธีการลดหน้าท้องด้วยวิธีการทำ IF สำหรับวิธีนี้จะเน้นไปที่การควบคุมแคลอรี่ และการกำจัดเวลาในการรับประทานอาหาร ซึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดนั้นก็คือ จำกัดเวลาทานอาหาร 8 ชั่วโมง และอดอาหาร 16 ชั่วโมง ถ้าจะให้อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆนั้นก็คือ เวลาทานอาหารสามารถทานได้ตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึงบ่าย 2 หลังจากนั้นจะเป็นช่วงของการอดอาหาร ซึ่งสิ่งที่สามารถรับประทานได้นั้นก็คือ น้ำเปล่า ชา และกาแฟที่ไม่ใส่น้ำตาล สำหรับวิธีนี้จะต้องใช้ความพยายาม และความมีวินัยในตัวเองสูง เพราะมีหลายคนที่ทำไม่สำเร็จ แต่ถ้าหากว่าใครที่ทำสำเร็จก็จะ ลดพุง ได้เยอะเลยใน 1 วัน 

อาหารลดพุง

การฉีดเมโสแฟตลดพุง

การฉีด สลายไขมันหน้าท้อง เป็นวิธีที่ฮิตที่สุดในหมู่สาวๆ เพราะเป็นวิธีลดแบบเร่งด่วนที่สามารถเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว ถ้าถามว่าวิธีนี้ปลอดภัยหรือไม่ ก็ขอตอบเลยว่าปลอดภัย100% ในบรรดาวิธีที่1กับ2 ที่เราได้บอกมา วิธีการฉีดเมโสแฟตหน้าท้องเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมที่สุดจริงๆ สำหรับขบวนการทำงานของการกำจัดไขมันด้วยวิธีนี้ก็คือ เราสามารถฉีดลดไขมันเฉพาะจุดได้ อยากฉีดลดไขมันตรงบริเวณไหนเราสามารถเลือกได้ และที่สำคัญก็คือ ไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด คุณสมบัติของตัวยาที่ฉีดเข้าไปจะช่วยเร่งเผาผลาญไขมันแบบเร่งด่วน ทำให้ไขมันบริเวณส่วนที่ฉีดหายไป อีกทั้งตัวยายังช่วยลดในเรื่องของการเกิดเซลล์ลูไลท์ใหม่ได้อีกด้วย ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีการลดไขมันแบบเร่งด่วน ไม่ว่าจะบริเวณหน้าท้อง หรือบริเวณใดก็ตาม การฉีดเมโสแฟตก็ถือว่าเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ ยิ่งคนที่มีหน้าท้องเยอะ อยาก ลดหน้าท้อง การฉีดเมโสแฟตหน้าท้องเป็นวิธีที่ดีเลย 

ฉีดลดพุง

การทำ HIFU 

การทำ HlFU ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถลดพุง และกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องได้ สำหรับคนที่ไม่เคยลองใช้วิธีนี้ เรายินดีที่จะบอกถึงกระบวนการของการทำ HIFU ให้ว่ามีกระบวนการอย่างไร สำหรับการทำ HIFU จะเป็นการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ด้วยความเข้มข้นสูง สามารถใช้ได้กับทุกส่วนของร่างกายไม่ว่าจะเป็นบริเวณใบหน้า ต้นแขน ต้นขา หรือหน้าท้องก็ตาม วิธีนี้ปลอดภัยและไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเช่นกัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการจะยกกระชับผิว และสัดส่วนของร่างกาย 

ลดพุงเร่งด่วน

ข้อสรุป

สำหรับตรงนี้ เราก็จะมาสรุปประเด็นที่เราได้ในความรู้กันไปในวันนี้ ประเด็นแรกนั้นก็คือ พุง คือไขมันที่ไปสะสมอยู่ตามบริเวณหน้าท้อง ซึ่งสาเหตุเกิดมาจากการใช้ชีวิตประจำวันของทุกคน รวมไปถึงการรับประทานอาหารด้วยเช่นกัน ทำให้ผลที่ตามมานั้นก็คือ เกิดการ อ้วนลงพุง หรือการมีหน้าท้องเยอะนั้นเอง นอกจากนี้ สำหรับผู้สูงอายุการมีไขมันเยอะไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะไขมันตรงนี้อาจจะไปทำให้การไหลเวียนของเลือดติดขัดก็ได้เป็นเรื่องที่อันตรายมากๆ สำหรับวัยรุ่นผลกระทบหลักๆเลยนั้นก็คือ เกิดความไม่มั่นใจ ซึ่ง วิธีลดพุง สามารถทำได้หลากหลายวิธี มีทั้งแบบวิธีที่ค่อยเป็นค่อยไปกับวิธีที่เร่งด่วนที่สุด วิธีการออกกำลังกายที่ควบคู่กับการรับประทานอาหารก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถ ลดพุง ได้ แต่มันอาจจะไม่ทันใจวัยรุ่น แต่เหมาะกับผู้สูงอายุ สำหรับวิธีการลด ไขมันสะสม บริเวณหน้าท้องแบบเร่งด่วนที่เห็นผลได้ดีที่สุดนั้นก็คือ การฉีด สลายไขมันหน้าท้อง ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องออกไปได้ดีที่สุด แถมยังเป็น วิธีลดหน้าท้อง ที่ปลอดภัย นอกจากจะช่วยลดไขมันบริเวณหน้าท้องได้แล้ว ก็ยังช่วยลดในเรื่องของการเกิดเซลล์ลูไลท์ใหม่ได้อีกเช่นกัน การฉีดเมโสแฟตสามารถอยู่ได้นาน ถ้าหากว่ามีการดูแลและปฏิบัติตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด สำหรับคนที่สนใจวิธีนี้ก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เลย แต่สำหรับคนที่ต้องการจะลดหน้าท้องแบบเร่งด่วน แนะนำวิธีนี้เลย การฉีดเมโสแฟตลดพุง วิธีนี้ช่วยได้จริงๆ


รีวิวลดไขมันหน้าท้อง
รีวิวลดไขมันหน้าท้อง
ลดไขมันเฉพาะส่วน
ฉีดสลายไขมันหน้าท้อง ลดสัดส่วนแบบมั่นใจ

ฉีดสลายไขมันหน้าท้อง ลดสัดส่วนแบบมั่นใจ

ในปัจจุบันการ สลายไขมันหน้าท้อง ที่นับว่าเป็นตัวช่วยสำหรับใครที่ต้องการลดไขมันแบบเร่งด่วน เป็นตัวช่วยเสริม ที่ให้เห็นผลได้เร็วขึ้น อย่างการทำหัตถการที่ช่วยเปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่อยาก ลด หน้า ท้อง สามารถลดสัดส่วนได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่หากทำแล้วทั้งสะดวกสบายและใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ก็เห็นผล  อย่างไรก็ตามหากคุณสนใจและอยากทำหัตถการรูปแบบนี้ก็อย่าพลาดที่จะศึกษาเรื่องราวและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการ ฉีดสลายไขมันหน้าท้อง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาทำหัตถการที่ใช้เวลาในการฟื้นฟูตนเองไม่นาน ดังหัวข้อต่อไปนี้เลย


ไขมันหน้าท้องเกิดจากสาเหตุอะไร

ไขมันหน้าท้อง เกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุและหนึ่งในสาเหตุหลักก็คือ พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาการประเภทไขมันที่มากจนเกินไปทำให้มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลสะสมอยู่ในร่างกายและร่างกายเผาผลาญไม่หมดถูกแปรสภาพมาเป็นไขมันแทรกอยู่ตามอวัยวะจุดต่าง ๆ นอกจากนี้พฤติกรรมการไม่ออกกำลังกาย ขยับร่างกายน้อยครั้งในแต่ละวันก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ใช้พลังงานน้อยเสียจนเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้พบไขมันหน้าท้องได้อีกด้วย


ไขมันหน้าท้อง คืออะไร

ไขมันหน้าท้อง คือ ไขมันที่สะสมอยู่ภายในร่างกายเพราะเผาผลาญไม่หมด ด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการซึ่งโดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ซึ่งปัญหาก็คือ ไขมันดังกล่าวจะเข้าไปอยู่ตามกล้ามเนื้อกับอวัยวะต่าง ๆ ภายในช่องท้องทำให้พุงย้อย ลงพุง และไปขัดขวางทางเดินของหลอดเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายกลายเป็นตัวก่อโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย ทั้งนี้ไขมันยังแบ่งได้อีกหลายประเภทมีทั้งไขมันที่ก่อคุณประโยชน์และบางชนิดก็ให้โทษเพียงอย่างเดียว โดยคุณสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ตามหัวข้อ ดังต่อไปนี้ 

ไขมันสีน้ำตาล 

เป็นไขมันที่แทรกอยู่ตามไขมันสีขาว โดยปกติมักอยู่บริเวณ คอ หน้าอกส่วนบน และหัวไหล่ ไขมันประเภทดังกล่าวนับไปไขมันตัวดีอีกหนึ่งตัวที่มีความสามารถในการเผาผลาญไขมันแคลอรี่ที่อยู่ภายในเลือดได้เป็นอย่างดี โดยสาเหตุที่ทำให้ไขมันประเภทดังกล่าว

ไขมันสีขาว 

ไขมันประเภทนี้จัดเป็นไขมันประเภทไม่ดีและมักสะสมที่บริเวณท้องและต้นขา ไขมันประเภทดังกล่าวหากอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะจะทำหน้าที่สะสมพลังงานและผลิตฮอร์โมนที่ซึมเข้าสู่กระแสเลือดชื่อ อดิโพเนคทิน(Adiponectin) โดยปกติจะช่วยให้ตับและกล้ามเนื้อไวต่ออินซูลิน ช่วยลดปริมาณน้ำตาลและทำให้ไม่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน แต่หากร่างกายมีการสะสมไขมันจะส่งผลให้ฮอร์โมนดังกล่าวถูกผลิตช้าลงหรือไม่ถูกผลิตเลย

ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง 

ไขมันประเภทนี้สามารถตรวจสอบได้ด้วยเครื่องมือวัดไขมัน (Skin Fold Calipers) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ตรวจวัดไขมันที่ชั้นผิวหนัง โดยหากพบว่าใครมีเซลล์ไขมันสะสมอยู่ใต้ผิวหนังของช่องท้อง นั่นอาจเสี่ยงต่อการมีปัญหาสุขภาพ

ไขมันในช่องท้อง 

เป็นไขมันที่สะสมลึกลงไปในช่องท้อง โดยมักจะฝังตัวอยู่ทั่วไปภายในอวัยวะต่าง ๆ เช่น กระเพาะอาหาร ตับ ลำไส้เล็กหรือลำไส้ใหญ่ เป็นต้น กล่าวได้ว่ายิ่งไขมันชนิดนี้อยู่ใกล้ตับก็มักจะเปลี่ยนไขมันดังกล่าวให้กลายเป็น ‘คอเลสเตอรอล’ แล้วดูดซึมมันเข้าสู่กระแสเลือด 


ฉีดสลายไขมันหน้าท้อง คืออะไร

ฉีดสลายไขมันหน้าท้อง คือ การฉีดสลายไขมันด้วยการนำวิตามินเข้าสู่ชั้นด้านในของไขมันเพื่อ ลดพุง หรือลดไขมันเฉพาะส่วนบริเวณหน้าท้องและพุง นิยมเป็นอย่างมากในหมู่ผู้ที่มีปัญหาการลดไขมันส่วนเกินเฉพาะจุด โดยข้อดีของการ ฉีดสลายไขมัน วิธีนี้ ก็คือ เห็นผลเร็วและปลอดภัย ใช้เวลาไม่นานก็เห็นสัมผัสได้ถึงความแตกต่างระหว่างก่อนฉีดและหลังฉีด สำหรับข้อเสียเนื่องจากเป็นการฉีดสารเพื่อ สลายไขมัน เข้าสู่หน้าท้องโดยตรงทำให้มีหลายครั้งที่มิจฉาชีพมักจะหลอกฉีดสารเคมีอันตรายประเภทอื่น ๆ ให้กับลูกค้าเพื่อลดต้นทุนแต่ไม่ได้คำนึงถึงผลเสียที่ตามมาเท่าที่ควร 

ฉีดสลายไขมันหน้าท้อง

ฉีดสลายไขมันหน้าท้อง ร่วมกับการออกกำลังกายได้ไหม

ฉีด ลดไขมันหน้าท้อง สามารถทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายได้โดยที่ไม่มีอันตรายใด ๆ และยิ่งจะกลายเป็นข้อดีและทำให้ผลลัพธ์ดังกล่าวออกมาได้เร็วและเห็นผลไวยิ่งกว่าเดิมอีกต่างหาก เนื่องจากจุดประสงค์ของการออกกำลังกายก็คือ การลดไขมันและทำให้สัดส่วนต่าง ๆ ของร่างกายกระชับมากยิ่งขึ้นซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกันที่ต้องมีการฉีดหน้าท้องเพื่อสลายไขมันควบคู่กัน นอกจากนี้หากมีการควบคุมอาหารในปริมาณที่พอเหมาะไปด้วยจะยิ่งทำให้การ สลายไขมันหน้าท้อง เห็นผลได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้นไปอีก


ฉีดสลายไขมันหน้าท้อง มีอันตรายต่อร่างกายไหม

การ ฉีดสลายไขมัน  คือ การทำให้ไขมันในร่างกายสลายตัวแล้วปล่อยให้ขับออกผ่านการขับถ่ายและยังช่วยให้ร่างกายสามารถสลายไขมันได้ดีและรวดเร็วมากยิ่งขึ้นซึ่งส่งผลให้ไขมันบริเวณที่ฉีดลดลงและไม่มีอันตรายต่อร่างกาย  อย่างไรก็ตามในการ ฉีดลดพุง สลายไขมัน ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการเข้ารับบริการ ควรหาข้อมูลของคลินิกที่ปลอดภัย แพทย์ผู้ฉีดมีความเชี่ยวชาญ การใช้ตัวยาที่ปลอดภัยได้รับการรับรองจาก อย.และสามารถตรวจสอบได้ จึงจะถือว่าปลอดภัยมากที่สุดและต้องระวังการนำยามาใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์ สำหรับตัวยาอันตรายที่นำมาใช้งานที่คุณควรระวัง มีดังต่อไปนี้

  • สเตียรอยด์ : โดยปกติใช้เพื่อฉีดสิวหรือฉีดคีลอยด์ในปริมาณน้อย ๆ แต่บางครั้งมักจะถูกนำมาใช้ผิด ๆ อย่างการนำมาฉีดเพื่อใช้ลดไขมันซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายมากยิ่งขึ้น แถมยังกดภูมิคุ้มกันอีกต่างหาก นอกจากนี้สารประเภทนี้ยังมีฤทธิ์ในการสลายคอลลาเจนและยังส่งผลเสียระยะยาวต่อผิว ทำให้ผิวยุบ บุ๋ม หรือบวมน้ำด้วย
  • ยาสลายฟิลเลอร์(Hyaluronidase) : ตามชื่อเลยก็คือ มีหน้าที่ในการสลายฟิลเลอร์ แต่มักจะถูกนำไปใช้เพื่อสลายไขมันแบบผิด ๆ และฉีดในปริมาณมาก ทำให้คอลลาเจนภายในผิวหนังสลายออก เนื้อของผู้ถูกฉีดจะยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการเสื่อมของคอลลาเจน

ฉีดสลายไขมันหน้าท้อง ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานไหม

โดยปกติหากดูแลตนเองและร่างกายเป็นอย่างดี ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานมากถึง 2-3 เดือน ทั้งนี้ผลลัพธ์ต่าง ๆ จะอยู่ได้นานหรือไม่ส่วนหนึ่งก็อยู่ที่การดูแลตนเองของผู้ทำหัตถการหลังจากนั้นด้วย หากมีการดูแลตนเองเป็นอย่างดี ออกกำลังกายและควบคุมอาหารอย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์ดังกล่าวก็จะอยู่ได้นานและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น


การดูแลตัวเองหลังการฉีดสลายไขมันหน้าท้อง

หลังการ ฉีดสลาย ไขมันหน้าท้อง คุณจำเป็นต้องดูแลตนเองหลังการทำหัตถการถึงแม้ว่าการทำหัตถการจะไม่ต้องพักฟื้น แต่ก็ไม่ควรลืมตรวจเช็คสภาพร่างกายของผู้ทำหัตถการเพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตามสำหรับวิธีการดูแลตนเองก็สามารถทำได้ตามแนวทาง ดังต่อไปนี้

  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร : เนื่องจากน้ำมีความสามารถในการพัดพาสิ่งต่าง ๆ ในร่างกายออกมาและขับถ่ายออก จึงส่งผลให้น้ำสามารถพัดพาไขมันที่ถูกสลายออกทางการขับถ่าย ยิ่งดื่มน้ำเยอะ ไขมันที่ถูกทำลายจะถูกกำจัดออกไปได้ไวยิ่งขึ้น
  • เปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร : หลังทำหัตถการการควบคุมอาหารจะช่วยให้ไม่มีไขมันสะสมเพิ่มเติมขึ้นอีก เพราะการสลายไขมันหากไม่ควบคุมดูแลให้ดีก็จะกลับมาสะสมได้เหมือนเดิม ดังนั้นการควบคุมอาหารและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินจึงกลายเป็นวิธีการที่ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันส่วนเกินกลับมาสะสมตามร่างกายได้อีก
  • ออกกำลังกายและควบคุมอาหารอย่าให้ขาด : หลาย ๆ คนหลังทำการฉีดเพื่อสลายไขมันและไขมันลดจนเกือบหมดแล้ว มักจะพบกับปัญหาการหย่อนคล้อยต่าง ๆ ซึ่งปัญหาดังกล่าวการออกกำลังกายและคุมอาหารสามารถช่วยได้แถมยังกระชับอาการหย่อยคล้อยได้ดีขึ้นอีกด้วย
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ : การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอยังส่งผลระยะยาวต่อร่างกายทำให้ฮอร์โมนทำงานได้เต็มที่และลดปัจจัยในการสะสมไขมันได้อีกหนึ่งปัจจัย
  • งดรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสมและงดสูบบุหรี่ : งดรับประทานอาหารที่เพิ่มโอกาสให้เกิดไขมันเพิ่มขึ้น เช่น ขนมปัง ขนมหวาน น้ำหวานที่มีน้ำตาลสูง อาหารที่เค็มจัดเนื่องจากอาหารประเภทดังกล่าวมีโซเดียมสูง ส่งผลให้ร่างกายบวมน้ำ การดื่มแอลกอฮอล์ก็ควรงดเพราะทำให้แผลหายช้าและเพิ่มโอกาสติดเชื้ออีกด้วย

อย่างไรก็ตามถึงแม้การทำหัตถการซึ่งเป็นการสลายไขมันเข้าสู่หน้าท้องจะมีเพียงแค่รอยเข็มและรอยดังกล่าวยังหายไปภายใน 1 ชั่วโมง แต่สำหรับคนไข้บางท่านอาจจะมีอาการเขียวช้ำได้ง่าย ทำให้หลาย ๆ คนกังวลว่าจะเป็นการทำหัตถการที่ทิ้งรอยเอาไว้ ซึ่งทางเราขอยืนยันว่ารอยดังกล่าวเป็นเพียงแค่รอยช้ำที่สามารถหายได้เองภายใน 3-7 วัน ดังนั้นหากอยากให้รอยช้ำหารเร็วก็อย่าลืมประคบน้ำแข็งที่รอยดังกล่าว พร้อมรับประทานอาหารประเภทที่มีโปรตีนและวิตามินซีสูง

ดูแลตัวเองหลังฉีดเมโสแฟต

ข้อสรุป

สุดท้ายนี้การใช้วิธีการ ‘ฉีด’ เพื่อ สลายไขมันหน้าท้อง ก็นับเป็นรูปแบบการทำหัตถการที่มีแผลน้อย เจ็บตัวน้อย แต่เห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็วมากที่สุดวิธีหนึ่ง แต่วิธีดังกล่าวเป็นเพียงแค่ทางเลือกและไม่ใช่วิธีการที่ยั่งยืนแต่อย่างใด ดังนั้นก่อนทำหัตถการก็ควรศึกษาและรู้จักกระบวนการรวมถึงขั้นตอนการทำหัตถการประเภทนี้ให้ครบถ้วนก่อนจึงจะตัดสินใจทำ นอกจากนี้สิ่งที่ผู้ทำหัตถการควรรู้ก็คือ การดูแลตนเองหลังทำหัตถการเพื่อให้สามารถทำผลลัพธ์อยู่ได้อย่างยาวนานมากยิ่งขึ้น

อีกทั้งสิ่งที่คุณจำเป็นต้องสังเกตในการทำหัตถการ สลายไขมันพุง ก็คือ การเลือกคลินิกสำหรับทำที่น่าเชื่อถือ แพทย์ที่มีใบอนุญาต และควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำทุกครั้งเพื่อให้แพทย์ได้ประเมิณสุขภาพของผู้เข้ารับการทำเพื่อความปลอดภัยจากการทำและเหมาะสมกับคนไข้


รีวิวเมโสแฟตลดไขมัน
รีวิวเมโสแฟตลดหน้าท้อง
กำจัดไขมันส่วนเกิน ลดต้นแขนด้วย Meso Fat

กำจัดไขมันส่วนเกิน แขนใหญ่ แขนย้วย ลดต้นแขนด้วย Meso Fat 


อีกหนึ่งจุดที่ทำให้ผู้หญิงเกิดความไม่มั่นใจ แขนใหญ่ แขนย้วย สารพัดวิธีที่จะทำเพื่อ ลดต้นแขน อยากให้แขนกระชับ ใส่เสื้อผ้าได้มั่นใจมากขึ้น บริเวณต้นแขนนั้นมีปริมาณไขมันที่สะสม ลดได้ยาก เนื่องจากเป็นบริเวณที่กล้ามเนื้อที่ไม่ค่อยได้ทำงาน ต่อให้เราออกกำลังกายก็ลดยากเพราะเป็นส่วนที่ลดยาก การสลายไขมันต้นแขน จะถูกสลายหลังจากส่วนอื่นก่อน ไม่ว่าจะเป็น สะโพก หรือหน้าท้อง ส่วนบริเวณต้นแขนนั้นจะเป็นไขมันเฉพาะจุด ซึ่งวิธี ลดต้นแขน ให้ได้ผลนั้นการฉีดแฟตแขนก็จะเป็นอีกวิธีที่จะเห็นผลได้ชัด


Meso Fat ลดต้นแขน คืออะไร

ปัญหาต้นแขนใหญ่นั้น ช่วยได้ด้วยการฉีดเมโสแฟตนั้น จะเป็นกระตุ้นการสลายไขมันต้นแขนเฉพาะจุด โดยเป็นการใช้ยาที่ใช้ฉีดมีส่วนประกอบหลักมาจาก Phosphatidylcholine (สกัดจากถั่วเหลืองหรือไข่แดง) รวมกับวิตามินอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวยากลุ่ม L- Cartinitine, Decxy cholate, Dexpanthenol, Vitamin B Complex เป็นส่วนที่จะทำให้ไขมันที่จับตัวกันเป็นก้อนๆ ในบริเวณต้นแขนนั้น ถูกสลายออกเป็นไขมันเหลว แล้วไขมันที่สะสมนั้นจะแตกตัวไปรวมกับน้ำเหลือง ของเสียที่อยู่ในร่างกายหลังจากนั้นถูกขับออกไปทางกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย อีกทางหนึ่งนั้นการฉีดแขนเล็กด้วยเมโสแฟตถือว่าเป็นกระตุ้นการสลายไขมันตามธรรมชาติของร่างกาย ด้วยระบบการทำงานของ metabolism ร่างกายจะดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น (fat burn) ทำให้ไขมันส่วนเกินที่สะสมในชั้นไขมันลดลงไป จะทำให้ต้นแขนดูเล็กลง

นอกจากนั้นด้วยวิธีเดียวกันนี้ ยังสามารถใช้กับส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ต้นขา หน้าท้อง แก้มเพื่อให้หน้าเรียว คางให้เหนียงลดลงหรือหายไป

ฉีดเมโสแฟต

ตัวยาของ Meso Fat ลดต้นแขน

เมโสแฟตแขนนั้น จะประกอบด้วยตัวยาเฉพาะทางที่ไม่มีส่วนผสมที่อันตรายต่อร่างกาย ส่วนประกอบของเมโสแฟตนั้น จะประกอบด้วย 4 กลุ่มตัวยาได้แก่

1.       Mesostabyl ซึ่งจะทำหน้าที่คอยยับยั้งการเกิดไขมันคลอเรสตอรอลในชั้นเนื้อเยื่อ ทำให้บริเวณที่ได้รับการกระตุ้นนั้นเกิดการสะสมของไขมันน้อยลง

2.       L-carnitine มีส่วนช่วยสลายไขมันตามจุดต่าง ๆ มาเป็นพลังงาน โดยเฉพาะจุดที่มีไขมันสะสมในปริมาณที่มาก และการออกกำลังกายนั้น อาจจะไปทำให้เกิดการสลายไขมันได้ช้า

3.       Tyrosine มีหน้าที่เร่งระบบเผาผลาญ ในบริเวณที่เราได้ทำการกระตุ้น

4.       Artichoke extract จะทำหน้าที่ลดการสร้างกรดไขมัน ซึ่งสารตัวนี้นั้นสามารถช่วยลดไขมันเฉพาะจุดได้ ด้วยเหตุนี้ หลาย ๆ คนจึงอาจรู้จักเมโสแฟตที่สามารถลดไขมันเฉพาะจุดได้ในบริเวณต่าง ๆ ที่ต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็น การฉีดลดต้นแขน ให้แขนย้วย แขนใหญ่ลดลง

นอกจากนั้นเมโสแฟตยังมีส่วนประกอบจาก Phosphatidylcholine, Deoxycholate, Dexpanthenol, L-carnitine, Amino acid หรือ Minerals โดยสารดังกล่าวเป็นสารสกัดทางธรรมชาติจากถั่วเหลืองหรือไข่แดงและวิตามินอีกหลายชนิด เมื่อตัวยาถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายก็จะขับออกมาโดยธรรมชาติของการขับถ่ายในระบบปกติ ในตัวยาของเมโสแฟตนั้นไม่มีส่วนผสมของฟอสฟาซิดิวโคลีน หรือ คาเฟอีน ที่อาจจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย ทำให้โอกาสที่จะเกิดการดื้อยานั้นต่ำมาก ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติทำให้ผิวหนังบริเวณต้นแขนไม่ย้วยอีกด้วย

ตัวยาสลายไขมัน

ฉีด Meso Fat ลดต้นแขน อันตรายหรือไม่

การฉีดแฟตแขนนั้น เราใช้ตัวยาที่เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อไปกระตุ้นเร่งให้เกิดการเผาพลาญไขมันในบริเวณที่ฉีด หลังจากนั้นร่างกายของเราก็จะขับไขมันออกจากร่างกาย ด้วยระบบขับถ่ายตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นเหงื่อ ปัสสาวะ หรืออุจจาระ การฉีดสลายไขมันต้นแขน เมโสแฟตแขนจึงไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด ไม่มีการผ่าตัด ความเสี่ยงจึงต่ำมาก

แนะนำให้เลือกฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ควรจะฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือใช้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นของแท้ ด้วยตัวยาของเมโสแฟตเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้ตัวยาได้น้อย สามารถขับออกได้เองตามธรรมชาติพร้อมของเสียในร่างกาย ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดมีเพียง

  • อาจจะมีอาการบวมตัวยาตามบริเวณที่ฉีด เช่น ต้นแขน ต้นขา แก้ม โดยจะบวมอยู่ประมาณ 1-2 ชั่วโมง เราสามารถที่จะนวดบริเวณที่ฉีดเพื่อให้ตัวยากระจายตัวขึ้นได้
  • อาการบวมเขียวช้ำจากรอยเข็ม มักจะเกิดได้กับบางคนที่มีผิวบาง แต่จะสามารถหายได้เอง ไม่ได้มีอันตรายใด ๆ มากไปกว่านี้

ถ้าเราเลือกฉีดกับคลีนิคและแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญแล้วนั้น โอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อก็จะน้อยมาก ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยการเลือกคลีนิคและแพทย์จึงมีความสำคัญมาก


บุคคลที่ไม่แนะนำให้ฉีด Meso Fat ลดต้นแขน

สำหรับกลุ่มบุคคลที่ห้ามฉีดแฟต หรือ ถ้าจะฉีดควรจะปรึกษาแพทย์ก่อน คือ

  • ผู้ที่อายุยังน้อยกว่า 18 ปี
  • สตรีมีครรภ์ หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร
  • ผู้ที่ใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด
  • มีโรคประจำตัว เช่น โรคระบบหลอดเลือดผิดปกติในสมอง เส้นเลือดสมองตีบ หรืออุดตัน
  • คนไข้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • อยู่ในระหว่างการรักษาโรคมะเร็ง โรคหัวใจ มีการเต้นของหัวใจผิดจังหวะ
  • โรคเบาหวาน ต้องฉีดอินซูลินเป็นประจำ มีการรักษาด้วยยาหลายชนิด
บุคคลที่ไม่ควรฉีดเมโสแฟต

ฉีด Meso Fat ต้นแขน กี่วันถึงจะเห็นผล

สำหรับผลลัพธ์หลังจากการฉีดแฟตแขน ต้นแขนใหญ่จะลดลงหลังฉีดเมโสแฟตแขน ประมาณ 1-3 สัปดาห์ ซึ่งจะสลายไขมันได้ประมาณ 10-15% ต่อการฉีด 1 ครั้ง โดยเปอร์เซ็นของการสลายไขมันนั้นขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันสะสมของแต่ละคน รวมไปถึงการดูแลหลังฉีดแฟตต้นแขน หลังจากฉีดลดต้นแขนประมาณ 5-7 วัน ก็จะเริ่มเห็นผลว่าแขนเริ่มเล็กลง โดยที่หลังจากนั้น 2-3 สัปดาห์ แขนก็จะเล็กลงชัดเจนขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ของการฉีดแฟตนั้นอยู่ได้นาน 2-3 เดือน แต่ทั้งนั้นจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการรับประทานอาหารหลังฉีดของแต่ละคนด้วย

สำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมเป็นปริมาณมาก มีปัญหาของผิวเปลือกส้ม เป็นคลื่น อาจจะไม่เห็นผลชัดเจนในครั้งแรก จะต้องมาฉีดซ้ำ 4 -5 ครั้ง โดยการเว้นระยะการฉีดนั้น แพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำ


 ข้อปฎิบัติตัวหลังการฉีด Meso Fat ลดต้นแขน

 หลังจากฉีดสลายไขมัน ฉีดแขนเล็ก เพื่อลดต้นแขนแล้ว ควรจะปฏิบัติตัวตามข้อแนะนำดังนี้

  • ดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร เพื่อจะได้ช่วยการเร่งระบบขับถ่ายของร่างกาย ให้ทำงานได้ดีขึ้น ในการสลายไขมัน
  • เลี่ยงอาหารรสหวาน เค็ม และน้ำอัดลม ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้เกิดการสะสมของไขมันในร่างกายเพิ่ม
  • ลดของทอด ของมัน และอาหารที่มีไขมันสูง เป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำหรับการเกิดสะสมไขมันของร่างกาย ถ้าเรารับประทานเข้าไปกระบวนการเร่งสลายไขมัน ก็จะเห็นผลต่ำ รวมไปถึงจะเกิดการสะสมไขมันใหม่เร็ว ทำให้บริเวณที่เราต้องการสลายไขมันกลับมา
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ควรนอนดึก การพักผ่อนก็เป็นอีกกระบวนการที่จะทำให้ร่างกายสลายไขมันได้ดี ในช่วงนอนหลับ ดังนั้นหลังการฉีดเมโสแฟตเราจึงควรพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อีกวิธีในการสลายไขมัน ป้องการไม่ให้เกิดการสะสมไขมันเพิ่มในบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย จะทำให้ผลลัพธ์หลังฉีดแฟตนั้นอยู่ได้นานขึ้น ซึ่งแนะนำให้เลือกประเภทกีฬาเบาๆ เช่น การเดินเร็ว โยคะ หรือแอโรบิค สามารถออกกำลังกายได้ สัปดาห์ละ 2-3 วัน อย่างน้อยวันละ 30-45 นาที
  • ถ้าหลังจากฉีดแฟตพบว่ามีอาการบวมช้ำ หรือมีอาการเจ็บปวดบ้างเล็กน้อยจากการฉีด ในระยะเวลาประมาณ 1-3 วัน แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเข้าอบซาวน่า, การนวด หรือการดื่มแอลกอฮอล์เพื่อช่วยลดอาการบวมช้ำ หลังจากนั้นประมาณ 1 อาทิตย์ จึงสามารถเข้ารับการทำทรีทเม้นท์ประเภทต่างๆได้

ข้อสรุป 

การลดต้นแขนโดยการฉีดสลายไขมันนั้น ฉีดแขนเล็ก จะเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนในระยะเวลาไม่นาน จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการ ลดต้นแขน เร่งด่วน อาจจะเป็นเจ้าสาว งานรับปริญญา หรืองานสวยงามอื่น ๆ ที่จะต้องโชว์เรียวแขนที่เรียวเล็กสมส่วน การฉีดลดต้นแขนด้วยโมเสแฟตช่วยได้ อีกทั้งยังเป็นวิธีการลดต้นแขนที่ไม่มีอันตรายใด ๆ ต่อร่างกาย ด้วยใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ได้รับการดูแลจากแพทย์เฉพาะทาง ให้เกิดการขับไขมันออกจากร่างกายด้วยระบบขับถ่ายปกติ และยิ่งถ้าเราดูแลตัวเองหลังจากฉีดเมโสแฟตแล้ว แขนที่กระชับก็จะอยู่กับเราไปได้นานถึง 2 – 3 เดือนเลย


ฉีดเมโสแฟตอยู่ได้นานแค่ไหน

ฉีดเมโสแฟตจะอยู่ได้นานไหม อยู่ได้นานกี่เดือน

การฉีดเมโสแฟตนั้นเป็นหัตการสำหรับการสลายไขมันโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่เจ็บ สำหรับคนที่ออกกำลังกายและดูแลเรื่องอาหาร ควบคุมอาหารแต่ก็ยังมีบางจุดของร่างกายที่มีไขมันสะสมแล้วลดยากไม่ว่าจะเป็นไขมันบนใบหน้า ลดแก้ม ลดเหนียง ต้นแขน ต้นขา น่อง สะโพก การใช้เมโสแฟตจะช่วยสลายไขมันได้ดีขึ้น ยิ่งถ้ามีวินัยในการดูแลตัวเอง ระยะเวลาของเมโสแฟตก็จะอยู่ได้นาน

ซึ่งหลายคนก็มีคำถามว่าฉีดเมโสแฟต อยู่ได้นานแค่ไหน ฉีดแฟต กี่วันเห็นผล ซึ่งคำตอบนั้นมีส่วนประกอบอยู่หลายปัจจัยด้วยกัน บอกกันเลยว่าถ้าเป็นส่วนตามที่แนะนำแล้วล่ะก็เมโสแฟตสลายไขมันจะอยู่กับเราได้หลายเดือน


เมโสแฟตหลักการทำงานเป็นอย่างไร

การใช้เมโสแฟตเพื่อช่วยสลายไขมันนั้น จะเป็นการสลายไขมันในระดับชั้นไขมัน ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการลดไขมันและเซลลูไลท์เฉพาะจุดโดยไม่ต้องผ่าตัด ส่งผลให้ไขมันลดลง สัดส่วนกระชับได้รูปในจุดที่เราต้องการ โดยหลักการทำงานของฉีดแฟตนั้น จะเป็นการใช้ตัวยาเพื่อเร่งให้ไขมันนั้นสลายตัว โดยระบบขับถ่ายของร่างกายไม่ว่าจะเป็นทางเหงื่อ ปัสสาวะหรืออุจจาระ ส่งผลให้ไขมันในบริเวณที่เราต้องการลดนั้นกระชับขึ้น

สารที่ทำเราใช้ในการฉีดสลายไขมัน มีอยู่หลายตัว เช่น Artichoke extract (Cynara scolymus) ที่ทำหน้าที่กระตุ้นการสังเคราะห์ coenzyme ของ anabolism เพื่อช่วยเรื่องการลดเนื้อเยื่อไขมัน ลดการสังเคราะห์กรดไขมัน ซึ่งจะเหมาะกับคนที่น้ำหนักตัวเกินหรือมีไขมันบางส่วนของร่างกายที่ลดยาก ต้องการลดไขมันเฉพาะจุด จะเป็นการฉีดลดเหนียง ลดแก้มหรือต้องการลดเซลลูไลท์เฉพาะส่วน แล้วยังมี Mesostabyl (Polyunsaturated phosphatidylcholine) ที่จะทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ lipase, ลดการสร้าง triglyceride ยับยั้งการสร้าง cholessterol ในเนื้อเยื่อ L-carnitine ที่จะช่วยร่างกายดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น เปลี่ยนไขมันเป็นพลังงาน (fat burn) ซึ่งจะเป็นผลของการฉีดสลายไขมันของฉีดแฟต

โดยเมโสแฟตที่มี L-carnitine นั้นจะดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงาน

  • triglyceride เป็นส่วนที่จะช่วยให้การย่อย triglyceride ทำงานได้ดีขึ้น
  • Tyrosine จะไปเพิ่ม fat metabolism ผลที่ได้คือไขมันนั้นจะแตกตัวมีขนาดเล็กลงและจะถูกขับออกไปในที่สุด
  • Aesculus hippocastanum (horse chestnut) ทำให้การบวมน้ำนั้นลดลง
  • Juglans regia (Walnut) จะช่วยการไหลเวียนของเลือดให้เพิ่มขึ้น นอกจากนั้นยังเพิ่มการเผาผลาญ ลดอาการบวมน้ำได้อีกด้วย
  • Nicotiana tabacum นั้นจะกระตุ้น catecholamine ซึ่งจะทำให้เกิด lipolysis

ซึ่งผู้ที่เหมาะกับฉีดแฟตได้นั้น คือ มีไขมันส่วนเกินเฉพาะจุด และเป็นส่วนที่กำจัดยาก เป็นผู้ที่ออกกำลังกายและดูแลเรื่องอาหารอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีไขมันบางส่วนที่ไม่สามารถกำจัดออกไปได้ มีระยะเวลาจำกัดที่จะต้องลดไขมัน กระชับสัดส่วน เพื่อปรับรูปหน้าให้เรียว เล็ก ดูเป็นวีเชฟ การฉีดสลายไขมันนั้นไม่เจ็บเหมือนการผ่าตัด ถ้าใครอยากจะกำจัดไขมันแล้วกลัวเจ็บ การฉีดแฟตก็จะช่วยได้

การทำงานของเมโสแฟต

ฉีดเมโสแฟตแล้วอยู่ได้กี่เดือน

สำหรับผู้ที่ต้องการฉีดแฟตเหนียง เพื่อลดเหนียง ลดแก้ม ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่แก้ไขยากอาจจะควบคุมอาหาร ออกกำลังกายเพื่อลดเฉพาะจุดก็แล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นผลที่ชัดเจน การฉีดเมโสแฟตสลายไขมันนั้น จะช่วยให้กระชับขึ้นโดยหลังจากฉีดสลายไขมันเฉพาะจุดตามที่ต้องการแล้วผลลัพธ์นั้นจะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนประมาณ 2 – 3 อาทิตย์ ซึ่งไขมันนั้นจะถูกขับออกจากร่างกายลดลงไปประมาณ 10 – 15 % ในครั้งแรกที่ทำ ถ้าในร่างกายบริเวณที่ฉีดนั้นมีปริมาณไขมันสะสมมากอาจจะต้องมาฉีดซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์โดยจะเว้นไปประมาณ 7 -10 วัน ส่วนจำนวนครั้งที่จะต้องฉีดนั้นแพทย์จะเป็นผู้แนะนำอีกครั้ง

ระยะเวลาของการฉีดแฟตนั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหน จะขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังการฉีด ทั้งการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อควบคุมการสะสมเพิ่มของไขมันในร่างกาย ถ้าหลังฉีดมีการดูแลตัวเองที่ดี ก็จะอยู่ได้นานประมาณ 2 – 3 เดือน

ก่อน-หลังฉีดเมโสแฟต

ฉีดเมโสแฟตให้อยู่ได้นาน ขึ้นอยู่กับอะไร

การฉีดเมโสแฟต เป็นเพียงเหมือนตัวช่วยในการสลายไขมันออกมา ไม่ใช่การรักษา ให้ไขมันหายไปอย่างถาวร แต่จะเป็นการค่อยๆสลายไขมันไปพร้อมกับวิธีอื่นๆ หากคนไข้ไม่ดูแลตัวเองหลังจากฉีด ยังคงทานของหวาน ไม่ออกกำลังกาย ยังคงทานของมันของทอด ไขมันก็จะกลับมาสะสมได้เหมือนเดิม ถ้าหากอยากให้ผลลัพธ์การฉีดเมโสแฟตอยู่ได้นานๆ ควรดูแลตัวเองไม่ให้ไขมันกลับมาสะสมได้อีก

เนื่องจากการฉีดแฟตนั้นเป็นการเร่งการสลายไขมันเฉพาะจุด โดยมีสารเฉพาะที่จะไปเร่งกระบวนการสลายไขมันตามธรรมชาติของร่างกายให้ขับออกตามระบบขับถ่าย ดังนั้นการที่หลังจากฉีดแฟตแล้วการดูแลตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ ทำอย่างไรไม่ให้ไขมันกลับมาสะสมเพิ่มอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็ต้องขึ้นอยู่กับการเลือกรับประทานอาหารที่มีปริมาณไขมันน้อย อาหารที่ไม่ไปสะสมเป็นไขมันตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย แล้วยังรวมไปถึงการออกกำลังกายที่จะช่วยเรื่องการเผาพลาญไขมันตามธรรมชาติ เรื่องเหล่านี้จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ผลลัพธ์หลังฉีดสลายไขมันได้ผลดียิ่งขึ้น อีกทั้งควรจะปฏิบัติตามข้อห้ามหลังฉีดแฟตเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในการฉีดสลายไขมันเฉพาะจุด


ฉีดเมโสแฟตแล้วทำอย่างไรให้อยู่ได้นาน

ฉีดเมโสแฟต อยู่ได้นานแค่ไหนนั้น หลังจากฉีดแล้วอยู่ที่การดูแลตัวเองเป็นหลัก ไม่ให้เกิดการสะสมไขมันเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว รวมไปถึงทำให้เกิดการเผาพลาญไขมันของร่างกายให้ได้ดีขึ้น การรับประทานอาหารและออกกำลังกายหลังการฉีดสลายไขมันจึงสำคัญมาก ข้อควรปฏิบัติตามที่ได้รับคำแนะนำนั้น ควรจะทำตามอย่างเคร่งครัด จะทำให้หลังฉีดแฟตจะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นาน

ข้อควรทำหลังฉีดเมโสแฟต

1.การดื่มน้ำ

เมื่อฉีดแฟตแล้วแนะนำให้ดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรต่อวันเป็นอย่างน้อย เพราะน้ำจะทำให้ไขมันเหลวในร่างกายที่ถูกตัวยาเร่งขับออกมาได้มากขึ้นทางเหงื่อและปัสสาวะ ทำให้ไขมันส่วนเกินที่เรากระตุ้นให้ออกจากร่างกายนั้นถูกขับออกตามธรรมชาติได้มากยิ่งขึ้น

2.การรับประทานอาหาร

การเลือกรับประทานอาหารหลังจากฉีดแฟตแล้ว ให้เลือกรับประทานอาหารโดยเลี่ยงของทอด ของมัน ของที่มีคาร์โบไฮเดรตที่มีไขมันสูง ลดแป้งและน้ำตาล เน้นเนื้อสัตว์ ไขมันอิ่มตัว อาหารที่จะทำให้เกิดสะสมไขมันสูง สิ่งเหล่านี้เมื่อเราเลี่ยงแล้วก็ลดโอกาสการเกิดไขมันสะสมในร่างกายตามจุดที่เราได้ฉีดสลายไขมัน

เพื่อควบคุมน้ำหนักและปริมาณไขมันที่ร่างกายได้รับนั้น ไม่ให้มากจนเกินพอดีแล้วจะไปสะสมตามจุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น แก้ม เหนียง ต้นแขน หน้าท้อง และต้นขา อาหารควรกินหลังฉีดแฟต ดังนี้

  • อาหารปรุงสุก ด้วยการต้ม นึ่ง เลี่ยงการทอดใช้น้ำมันในปริมาณมากเพื่อปรุงอาหาร
  • อาหารเพื่อสุขภาพ หรืออาหารคลีน ปรุงให้น้อย เน้นเนื้อสัตว์ที่ไขมันต่ำ ปลา อกไก่ ผักสด จะดีกว่า
  • อาหารแคลอรี่ต่ำ โซเดียมต่ำ มีปริมาณไขมัน คาร์โบไฮเดรตที่ไม่มากเกินไป
  • อาหารสด ผัก-ผลไม้ เพื่อให้ระบบขับถ่ายมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
  • อาหารเสริมและวิตามิน เพื่อเพิ่มสารอาหารที่ประโยชน์ต่อร่างกายให้มากยิ่งขึ้น

3. การออกกำลังกาย

อีกหนึ่งวิธีที่ควรทำหลังจากการฉีดแฟตเพื่อให้เกิดการกำจัดไขมันออกจากร่างกายได้เร็วมากขึ้น รวมไปถึงลดการสะสมไขมันใหม่ที่จะเข้าสู่ร่างกาย เราควรจะจัดเวลาออกกำลังกายอย่างน้อย 30 – 45 นาทีต่อวัน อาทิตย์ละ 2 – 3 ครั้ง อาจจะเลือกการออกกำลังกายเบา ๆ เดินหรือวิ่งช้า ๆ โยคะ แอโรบิค เน้นการออกกำลังกายเพื่อลดไขมันและสร้างกล้ามเนื้อในการเผาพลาญไขมันในครั้งต่อ ๆ ไป

ข้อห้ามหลังฉีดเมโสแฟต

การฉีดแฟตนั้นเป็นหัตการไม่ใช่การผ่าตัด ดังนั้นไม่ได้มีข้อห้ามมากมาย ยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ก็ข้อห้ามบางอย่างที่อยากให้ทำตาม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีหลังจากฉีดแฟตแล้ว

  • ในบริเวณที่ฉีดสลายไขมันนั้นไม่แนะนำให้นวด จับ หรือกดซ้ำ เพื่อป้องกันการอักเสบจากรอยเข็มหลังฉีด ให้ปล่อยให้ตัวยาค่อย ๆ ซึมเข้าสูงร่างกาย หลังจากนั้นรอยเข็มที่อาจจะบวมขึ้นนิดหน่อยจะยุบลงไปเองภายใน 3 – 4 ชั่วโมง
  • ควรจะงดการอบซาวน่า เป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากฉีดแฟตแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดการบวมช้ำในบริเวณที่ฉีด หรือถ้ามีรอยฟกช้ำ การเลี่ยงไม่เจอความร้อน การฟกช้ำหรือการบวมก็จะน้อยลง แต่ในกรณีที่ไม่มีการบวมหรือรอยช้ำ ก็อาจจะไม่จำเป็นจะต้องเลี่ยงความร้อน
  • อีกข้อห้ามที่แนะนำให้ปฏิบัติการคือการไปว่ายน้ำ ขัดหน้า นวดหน้า เลเซอร์หน้า หรือร่างกายในบริเวณที่เพิ่งฉีดแฟตไป เพราะป้องกันการติดเชื้อในบริเวณที่ฉีด แล้วยังไม่ให้เกิดการฟกช้ำ บวมหรือเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ของร่างกายหลังฉีดแฟต แต่เหมือนรูเข็มปิดสนิทซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ก็สามารถไปทำได้ตามปกติ
  • หลังจากฉีดแฟต 1 อาทิตย์ เพื่อลดการบวมช้ำ แนะนำให้งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่อย่างน้อย 3 วัน
  • งดการออกกำลังกายหนักๆ เป็นเวลา 3 วัน

ข้อสรุป

การฉีดแฟตนั้นเป็นการสลายไขมันตามธรรมชาติ โดยใช้ตัวยาเพื่อเร่งการสลายไขมันออกจากร่างกาย จึงไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งฉีดแฟต กี่วันเห็นผลนั้นจะขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่สะสมอยู่เดิมของร่างกาย ถ้ามีปริมาณไขมันไม่มาก หลังฉีดประมาณ 1 อาทิตย์ก็จะเห็นผลที่ชัดเจน หรือถ้าใครมีปริมาณไขมันเดิมบริเวณที่ฉีดมาก ก็อาจจะต้องฉีดซ้ำ ทั้งนี้ต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อน

ระยะเวลาหลังฉีดจะได้ผลลัพธ์ดีแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังการฉีดทั้งเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย หลักของมันก็คือ เราต้องไม่ให้ไขมันไปสะสมเพื่อหลังฉีดเร็วเกิดไป รวมไปถึงช่วยเร่งกระบวนการสลายไขมันด้วยระบบขับถ่ายของร่างกายให้เร็วมากขึ้น ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ


ข้อห้ามหลังฉีดเมโสแฟต

ข้อห้าม หลังฉีดเมโสแฟต ที่คนอยากหน้าเล็กต้องไม่พลาด 

เมโสแฟต นับเป็นหนึ่งในการทำหัตถการลดไขมันที่เห็นผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ววิธีการหนึ่ง ได้รับความนิยมมากในหมู่สาว ๆ ที่อยากลดไขมันเฉพาะส่วนและเห็นผลอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังนับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบการทำหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง อันตรายน้อยและไม่มีแผลเป็น อย่างไรก็ตามการทำเมโสแฟตก็มีความเสี่ยงบางประการที่หากคุณสนใจก็อาจจะต้องชั่งใจดูสักหน่อย ไม่ว่าจะเป็นการที่ผลลัพธ์อาจไม่แสดงผลในผู้ทำศัลยกรรมบางคนและสำหรับบางคนผลลัพธ์หลังจากการทำอาจจะอยู่ได้ไม่นานเท่าที่ควร 

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความเสี่ยงที่ผู้ทำหัตถการประเภทนี้ต้องรับรู้เอาไว้ก่อนการฉีดสารดังกล่าวเข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้การทำเมโสแฟตยังมี ข้อห้าม หลังฉีดเมโสแฟต และสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังทำอีกด้วย ซึ่งทางเราจะกล่าวถึงในหัวข้อถัด ๆ ไป


เมโสแฟต คืออะไร

เมโสแฟต (Meso Fat) คือ การฉีดตัวยาที่ทำหน้าที่ช่วยสลายไขมันลงไปในชั้นไขมันตามจุดต่าง ๆ เพื่อทำการลดไขมันและเซลลูไลท์เฉพาะจุด ทำให้ไขมันลดลงโดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัด ทั้งนี้ตัวยาประกอบด้วยสารเคมีที่หลากหลาย แต่สำหรับสารเคมีชนิดหลัก ๆ ก็มีเพียงแค่ 3 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่

Artichoke extract (Cynara scolymus) สารกระตุ้นให้มีการสังเคราะห์โคเอนไซม์เพิ่มเติมในกระบวนการแอนาบอลิซึม ซึ่งสารตัวนี้ทำหน้าที่ ลดเนื้อเยื่อและการสังเคราะห์กรดไขมัน นิยมใช้กับผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน ลดเซลลูไลท์ หรืออยากลดไขมันเฉพาะจุด

Mesostabyl (Polyunsaturated phosphatidylcholine) ช่วยทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของเอมไซม์ที่ช่วยย่อยและช่วยเผาผลาญต่าง ๆ พร้อมกับมีส่วนช่วยในการยับยั้งการสร้างคอเลสเตอรอลในเนื้อเยื่อ

L-carnitine สารที่ทำหน้าที่สั่งการให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานให้มากขึ้น หลังจากนั้นจึงช่วยเปลี่ยนไขมันให้กลายเป็นพลังงาน

ทั้งนี้โดยส่วนใหญ่การฉีดเมโลแฟตมักใช้ฉีดเพื่อลดไขมันได้หลายจุด แต่ที่นิยมก็มักจะเป็นการฉีดลดไขมันหน้า ฉีดสลายไขมัน ลดเหนียง ลดแก้ม และใต้คาง เพื่อช่วยให้ใบหน้าแลดูเรียวยาวและกระชับขึ้น อย่างไรก็ตามก็มีจุดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่บริเวณใบหน้าแต่นิยมฉีดเช่นกัน ได้แก่ บริเวณหน้าท้อง ต้นแขน น่อง สะโพก และต้นขา

อย่างไรก็ตามในการฉีดเมโสแฟต มีข้อดีอยู่หลายประการด้วยกันที่ทำให้มีคนสนใจและอยากทำหัตถการประเภทนี้กันอยู่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเข้ารับการฉีดแล้วไม่ต้องพักฟื้นทำให้ไม่เสียเวลาแต่อย่างใด หรือจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นน้อยมากหากมีอาการบวมช้ำก็จะอยู่ไม่นานเพียงแค่ 3-4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด นอกจากนี้ยังนับเป็นการทำหัตถการที่เห็นผลไว ความปลอดภัยสูง และราคาไม่แพง จึงตอบโจทย์หลาย ๆ คนที่งบน้อยแต่อยากดูดีหรือจะเป็นกลุ่มคนที่ไม่อยากผ่าตัดเพื่อทำศัลยกรรมแล้วต้องพักฟื้นนาน ๆ ด้วย

เมโสแฟต

ฉีดเมโสแฟตแล้วอยู่ได้นานแค่ไหน

ผลลัพธ์ที่เห็นว่าอยู่ได้นานที่สุดจะอยู่ที่ประมาณ 2-3 เดือน ทั้งนี้ระยะเวลาจะสั้นหรือยาวก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองของผู้เข้ารับการทำหัตถการด้วย โดยจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตต่าง ๆ ไปจนถึงเรื่องของพฤติกรรมการทานอาหารให้ไม่รับประทานแต่ของไม่มีประโยชน์ รวมถึงหลีกเลี่ยงของหวาน ของมัน ของทอด

ทั้งนี้สำหรับช่วงเวลาที่จะเห็นผลหลังทำหัตถการอย่างเต็มที่ก็จะเป็นช่วง 2-3 สัปดาห์ หลังทำหัตถการเรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้หากอยากได้ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดมากยิ่งขึ้นจะต้องทำการ ฉีดเมโสแฟต เพิ่มอีกสัก 4-5 ครั้ง เพื่อให้ผลลัพธ์เห็นได้อย่างชัดเจนและอยู่ได้นานมากยิ่งขึ้น


อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดเมโสแฟต

ถึงแม้ว่าการฉีดเมโสแฟตจะเป็นการทำหัตถการเล็ก ๆ ที่ไม่ต้องทำการผ่าตัด แต่หลังเข้ารับการรักษาก็อาจมีอาการข้างเคียงเล็ก ๆ ที่คุณอาจจะต้องสังเกตและให้ความสนใจเพื่อนำไปสู่การดูแลตนเองเพื่อให้แผลหายเร็วขึ้นในขั้นตอนถัดไป อย่างไรก็ตามอาการข้างเคียงดังกล่าวก็จะประกอบไปด้วยอาการที่เราจะกล่าวถึง ดังต่อไปนี้

 อาการบวมที่เป็นปกติหลังจากฉีดเมโสแฟต 

อย่างเช่น อาการรอยเขียวช้ำ สำหรับผู้ที่มีผิวที่บอบบาง หรือผู้ที่มีอาการบวมง่าย บวมจากตัวยา เป็นอาการบวมปกติหลังจากที่โดนเข็มฉีดยาเจาะเข้าไปภายในผิวหนังเพื่อ ฉีดแฟตแก้ม หรือ ฉีดแฟตเหนียง เป็นต้น  มักจะมีแผลเล็ก ๆ หรืออาจจะไม่มีให้เห็นเลยนอกจากนี้บางครั้งอาจจะพบเห็นรอยเขียวช้ำกับผู้ที่มีเนื้อผิวบอบบาง หรือรอยบวมกับผู้ที่มีอาการบวมง่ายกับตัวยาที่ใช้ 

 อาการบวมที่ไม่ปกติหลังจากฉีดเมโสแฟต 

อย่างเช่น มีอาการปวด เจ็บเวลาจับ หรือเกิดการอักเสบบริเวณที่ฉีด แพ้ตัวยา

สำหรับอาการบวมประเภทนี้จะสามารถสังเกตได้ในกรณีที่เมื่อสัมผัสโดนเพียงเล็กน้อยจะรู้สึกเจ็บ หรือมีอาการอักเสบบริเวณที่ฉีด รวมทั้งอาการแพ้บริเวณที่ทำการฉีดสารเข้าสู่ผิวหนัง ทั้งนี้หากพบอาการดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที และอย่าลืมแจ้งว่าเข้ารับการทำหัตถการฉีดเมโสแฟตมาเพื่อให้ง่ายต่อการวินิฉัยและรักษาของแพทย์ต่อไป

ตัวยาบางชนิดไม่เหมาะกับการลดไขมัน

อย่างไรก็ตามในการฉีดเมโสแฟตอาจจะต้องระวังในเรื่องของการนำตัวยาอันตรายมาใช้ผิดวิธีอย่างการลดไขมันซึ่งจะส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งทาง อย.(องค์การอาหารและยา) ก็ได้ออกมาประกาศและไม่รับรองตัวยาสองประเภทใหญ่ ๆ ดังต่อไปนี้

สารสเตียรอยด์ (Steroid) เนื้อตาย เนื้อบุ๋ม

ยากลุ่มนี้อันที่จริงแล้วมีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ นิยมใช้รักษาอาการอักเสบภายในร่างกาย แต่ทั้งนี้กลับมีผลข้างเคียงอย่างการทำให้ไขมันฝ่อและสลายตัวไป ทำให้สารสเตียรอยด์ถูกนำมาใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์เพื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายและใช้สลายไขมัน โดยสารประเภทดังกล่าวจำเป็นต้องถูกใช้ในจำนวนมากจึงจะเห็นผล

ทั้งนี้มักจะพบเจอได้บ่อย ๆ ในรูปแบบของการนำสารดังกล่าวมาผสมเป็นจำนวนมากในเมโสแฟตเพื่อลดต้นทุนการผลิตและทำให้เห็นผลได้ไวมากกว่าเดิม แต่หากหลวมตัวฉีดเข้าไปหลาย ๆ ครั้งจะทำให้เนื้อตาย หน้าบุ๋ม ใบหน้าบวมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม แถมยังทำให้ติดเชื้อได้ง่ายอีกด้วย สำหรับวิธีป้องกัน ทางที่ดีอย่าลืมขอดูยี่ห้อของเมโสแฟตก่อนฉีกทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) ผิวเหลว ผิวหย่อนคล้อย

เป็นที่รู้จักกันในชื่อของยาสลายฟิลเลอร์ ซึ่งสามารถใช้สลายฟิลเลอร์ได้ตามปกติ โดยถูกนำมาใช้อย่างผิดวิธีด้วยการฉีดในปริมาณมากเพื่อลดต้นทุนการใช้งานสารสกัดเมโสแฟต โดยหากฉีดไฮยาลูโรนิเดสเข้าสู่ร่างกายในจุดต่าง ๆ จะส่งผลให้ผิวเหลว ผิวหย่อน และยังทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย เนื่องจากคอลลาเจนในผิวถูกย่อยสลายลงไป โดยสารชนิดนี้เป็นที่นิยมเนื่องจาก ฉีดแล้วเห็นผลไว 


ข้อห้าม หลังฉีดเมโสแฟตมีอะไรบ้าง

หลังจากฉีดเมโสแฟต ไม่จำเป็นต้องมีการพักฟื้น ผู้เข้ารับการทำหัตถการสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ อย่างไรก็ตามก็อาจจะมีสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงไม่ถึงกับเป็น ข้อห้าม หลังฉีดเมโสแฟต ที่ต้องปฏิบัติตามเพียงไม่กี่ข้อเท่านั้น ดังต่อไปนี้

  • ห้ามขัดหน้าหรือทำทรีทเมนต์ : เพื่อป้องกันการติดเชื้อในบริเวณที่ฉีดควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมต่าง ๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดการติดเชื้อและหนึ่งในนั้นก็คือ กิจกรรมที่เกี่ยวกับน้ำ เนื่องจากน้ำสามารถพัดพาเชื้อโรคไปตามจุดต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ทำให้อีกหนึ่งกิจกรรมที่เป็นข้อห้ามอีกหนึ่งข้อก็คือการว่ายน้ำนั่นเอง
  • ห้ามอบซาวน่าหลังทำหัตถการประมาณ 1 อาทิตย์ : ป้องกันอาการบวมช้ำที่อาจจะเพิ่มมากขึ้นหลังเข้าอบซาวน่า
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ : เป็นการกระทำเพื่อลดอาการบวมช้ำที่อาจจะเกิดขึ้นได้
  • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดการสะสมไขมัน : ยกตัวอย่างเช่น การรับประทานของมันของทอด แป้งและน้ำตาล หลังจากทำการฉีดเมโสแฟต ซึ่งควรจะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินหลังเข้ารับการทำหัตถการด้วย

ดูแลตัวเองอย่างไรหลังฉีดเมโสแฟต

สำหรับการดูแลตัวเอง หลังฉีดเมโสแฟต สามารถทำได้ ดังต่อไปนี้

  • ดื่มน้ำให้มาก ๆ : ต้องดื่มน้ำอย่างน้อย ๆ 2 ลิตร ต่อวัน จะช่วยให้ไขมันที่สลายจากการฉีดเมโสแฟตถูกขับออกผ่านทางเหงื่อและปัสสาวะ นอกจากนี้การดื่มน้ำยังช่วยขับไขมันด้วยอีกทางหนึ่ง
  • ควบคุมการรับประทานอาหาร : เนื่องจากไขมันสามารถเกิดขึ้นได้เรื่อย ๆ ดังนั้นหากคุณยังทานอาหารประเภทที่มีไขมัน ของมันของทอด รวมทั้งแป้งและน้ำตาล ก็จะทำให้คุณมีไขมันในร่างกายสูงเช่นเดิม ดังนั้นควรปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและเลือกทานของที่มีประโยชน์มากยิ่งขึ้น
  • ออกกำลังกาย : การกำจัดไขมันที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากที่สุดคือ การออกกำลังกายควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร โดยสามารถออกกำลังกายได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ว่ายน้ำ เต้น แอโรบิค หรือโยคะ ก็สามารถทำได้ อย่างน้อยอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง อย่างน้อยวันละ 30 นาที
วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดเมโสแฟต

หลังฉีดเมโสแฟตไม่จำเป็นต้องควบคุมอาหารได้ไหม

จริง ๆ แล้วเรื่องของอาหารไม่ได้มีข้อห้ามอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามก็ยังมีอาหารบางชนิดที่หากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยง ได้แก่ ของมัน ของทอด ขนมหวาน อาหารหมักดอง ที่มีฤทธิ์กระตุ้นกระบวนการอักเสบและยังก่อให้เกิดอาการบวม ดังนั้นหากสามารถเลี่ยงได้ก็ควรที่จะเลี่ยง


หลังฉีดเมโสแฟตแต่งหน้าได้เลยไหม

สามารถแต่งหน้าและทาครีมได้เลยตามปกติ แต่อาจจะต้องระมัดระวังไม่ทาครีมทับบริเวณที่เป็นรอยเข็มเพราะอาจจะก่อให้เกิดอาหารบวมเพิ่มมากขึ้นและอาจทำให้อาการบวมหายได้ช้าลง


หลังฉีดเมโสแฟต สามารถออกกำลังกายได้ไหม

หลังฉีดเมโสแฟต สามารถออกกำลังกายได้ แต่ควรเลือกออกกำลังกายเบา ๆ เช่น การเดินเร็ว การเดินบนเครื่องเล่น และการยกเคตเทิลเบล เป็นต้น ก่อน หลังจากนั้นประมาณ 1-2 อาทิตย์ ก็สามารถออกกำลังกายประเภทอื่น ๆ ได้เลยตามปกติ


ข้อสรุป

การฉีดเมโสแฟตนิยมทำในบริเวณที่เห็นได้อย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่นการ ฉีดสลายไขมันแก้ม หรือจะเป็นการฉีด เมโสแฟต แก้ม เหนียง โดยนับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการทำหัตถการที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่ต้องมีการพักฟื้น ไม่มีรอยแผลเป็น

อย่างไรก็ตามเนื่องจากการฉีดเมโสแฟตเป็นการทำหัตถการที่ได้รับความนิยมจึงไม่แปลกเลยที่มีมิจฉาชีพที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อปลอมแปลงตัวยาเพราะต้องการลดต้นทุนในการผลิต ซึ่งการกระทำแบบนี้เป็นการนำสารเคมีที่ส่งผลเสียต่อร่างกายมาใช้งานซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้เข้ารับการทำหัตถการที่ไม่รู้เรื่องมาก่อนได้ ดังนั้นก่อนที่จะเข้ารับการฉีดเมโสแฟตอย่าลืมศึกษาข้อมูลต่าง  ๆ ให้ครบถ้วนและทางที่ดีอย่าลืมขอดูขวดตัวยาสำหรับฉีดเมโสแฟตก่อนฉีดเพื่อความปลอดภัยก่อนเริ่มต้นทำหัตถการ


ฉีดเมโสแฟตหน้าบวมมาก มีวิธีลดอย่างไร

ฉีดเมโสแฟต หน้าบวมมาก ฉีดแล้วห้ามทำอะไรบ้าง ลดอาการบวมได้อย่างไร ?

สำหรับคนที่หมั่นดูแลและใส่ใจเรื่องความสวยงามบนใบหน้า เราเชื่อว่าหลายๆคนไม่อยากมีเหนียง หรือหน้าบวมเหมือนโดนผึ้งต่อย ใครๆก็อยากมีใบหน้าที่เรียว ไม่มีเหนียง หรือแก้มย้อยๆก่อนวัยอย่างแน่นอน ดังนั้น การ ฉีดสลายไขมัน จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่ว่ามันก็มีหลากหลายวิธีที่เราสามารถเลือกได้ วิธีที่ไม่อันตรายก็มีออกมาให้เห็นเยอะแยะ ยกตัวอย่างเช่นการฉีดสลายไขมันด้วย เมโสแฟต เป็นการฉีดที่ไม่อันตราย และที่สำคัญกำลังได้รับความนิยมมากๆในช่วงนี้ เราเชื่อว่ามีหลายคนที่สนใจ แต่ไม่กล้าลองเพราะประโยคนี้ ฉีดเมโสแฟต หน้าบวมมาก จากประโยคนี้ พอฟังดูแล้วมันอาจจะดูน่ากลัว แต่ความจริงแล้วมันมีดีเทลที่มากกว่านั้น จากบทความนี้เดี๋ยวเราจะมาดูกันว่า การฉีดสลายไขมันแบบเมโสแฟตมันคืออะไร อาการบวมหลังฉีดอันตรายหรือไม่ จากประเด็นสงสัยทั้งหมดนี้ เดี๋ยวเราจะได้รู้กันในบทความทั้งหมด


ฉีดเมโสแฟต หน้าบวมมาก เกิดได้อย่างไร

หลายคนที่เคยฉีดเมโสแฟต หรือหลายคนที่อาจจะไม่เคยฉีด อาจจะสงสัยว่าทำไมหลังฉีดถึงได้มีอาการบวมเกิดขึ้น สำหรับคนที่พึ่งจะเคยฉีด ส่วนตัวเราก็ไม่แปลกใจที่จะมีความวิตกกังวล เป็นเหตุทำให้คิดถึงประโยคนี้ขึ้นมา ฉีดเมโสแฟต หน้าบวมมาก สำหรับประเด็นตรงนี้เดี๋ยวเราจะกลับมาอธิบายให้เข้าใจกันอีกครั้ง แต่ก่อนเราอยากให้ทุกคนได้เข้าใจก่อนว่า เมโสแฟต มันคืออะไร แล้วหลังจากนั้นเราจะกลับมาคุยกันในเรื่องของสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการบวมเกิดขึ้น

การฉีด เมโสแฟต คือ ตัวยาที่จะช่วยในเรื่องของการ สลายไขมัน ในส่วนที่เราไม่ต้องการ ประโยชน์ที่เราจะได้รับจากมันคือ บริเวณส่วนนั้นมันจะดูกระชับขึ้น ตัวยาตัวนี้ไม่อันตรายเพราะคุณสมบัติของตัวยาจะเป็นการเร่งการเผาผลาญไขมัน และช่วยลดในเรื่องของกระบวนการเกิดเซลล์ไขมันใหม่ หลังจากที่เรา   ฉีดแฟต หรือตัวยานี้เข้าไปยังบริเวณไขมันที่เราต้องการจะเอามันออกไปเรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่ามันจะต้องมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้นนั้นก็คือ อาการบวม บางคนที่ฉีดไปอาจจะมีอาการบวมเพียงแค่เล็กน้อย ส่วนบางคนอาจจะบวมมากจนน่าตกใจ แต่เราอยากจะบอกกับทุกคนว่า สาเหตุของอาการบวมที่เกิดขึ้นนั้น มันไม่ได้ร้ายแรง หรือเป็นอันตรายแต่อย่างไร อาการบวมที่เกิดขึ้นหลังฉีดมันเป็นเรื่องปกติที่จะต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วอยากให้ทุกคนสบายใจและทำตามคำแนะนำของแพทย์ การดูแลหลังจากการฉีดได้เลย แต่หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจ และยังคงสงสัยอยู่ว่า ฉีดแฟตบวมกี่วัน หรือเพราะอะไรกันแน่ที่ทำให้บวม อยากให้อธิบายให้มันละเอียดมากกว่านี้ ทุกคนสามารถเข้ามาอ่านได้จากหัวต่อไปได้เลย

ฉีดเมโสแฟตหน้าบวม

อาการบวมหลังจากฉีดเมโสแฟตเกิดได้จากสาเหตุอะไร

อาการบวมหลังจากที่ฉีดเมโสแฟต ถึงเราจะบอกกับใครหลายๆคนว่ามันไม่มีผลอันตรายร้ายแรงอย่างไร สำหรับคนที่ไม่เคยแล้วก็ยังคงมีความกังวลอยู่ดี ดังนั้น เราถึงมาอธิบายสาเหตุของการเกิดอาการบวมหลังจากที่ ฉีดแฟต หรือ เมโสแฟต ให้อย่างละเอียด สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ ฉีดเมโสแฟต หน้าบวมมาก มีดังต่อไปนี้

คุณภาพของตัวยา

คุณภาพของตัวยาตรงนี้ ไม่ได้หมายความว่ายาไม่ดี แต่อาจจะเป็นเพราะการเก็บรักษา ยี่ห้อของยาที่ใช้เป็นผลทำให้ตัวยาออกฤทธิ์แรงจนเกินไป รวมไปถึงสภาพผิวของแต่ละคน เป็นเหตุทำให้เกิดอาการบวม แต่อาการบวมนั้นมันจะหายไปถ้าเราดูแลเป็นอย่างดี และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ปริมาณของตัวยาที่ฉีด

ตรงนี้ก็เป็นเหตุผลที่เป็นไปได้อีกหนึ่งข้อเช่นกัน สำหรับใครที่มีไขมันเยอะแน่นอนว่าการ สลายไขมัน ในส่วนนั้นจะต้องใช้ปริมาณยาที่ค่อนข้างเยอะ จึงเป็นผลทำให้เกิดอาการบวมมาก ดังนั้น เราไม่อยากให้คุณต้องมานั่งวิตกกังวลในเรื่องนี้

ความเชี่ยวชาญของแพทย์ 

ตรงนี้อาจจะต้องมีความกังวลขึ้นมานิดหน่อย ถ้าหากว่าผ่านมา 3-4 วันแล้ว อาการบวมมันยังไม่ทุเลาลง ให้คิดได้เลยว่าแพทย์ที่ฉีดยาให้กับคุณนั้น ใช้ปริมาณยาเยอะจนเกินไป ทำให้เกิดอาการบวม และรุนแรงไปถึงขั้นติดเชื้อได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะฉีดเพื่อ ลดแก้ม หรือ ลดเหนียง ใดๆก็ตาม ควรเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีความชำนาญจริงๆ

สภาพผิว

อย่าคิดว่าสภาพผิวของเราไม่มีผลกับอาการบวม สภาพผิวมีผลอย่างแน่นอนแต่อาจจะไม่ใช่กับทุกคน สำหรับคนที่ผิวบาง สาเหตุที่บวมก็อาจจะเพราะช้ำจากรอยเข็ม ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงก็จะดีขึ้น

ทั้งหมดนี้ ก็จะเป็นสาเหตุทั้งหมดที่ทำให้เกิดอาการบวมหลังจากฉีด สำหรับคำถามยอดฮิตมากๆอีกคำถามหนึ่งนั้นก็คือ ฉีดแฟตบวมกี่วัน หรือ ฉีดไปแล้วกี่วันหน้าถึงจะกลับมาปกติ คำตอบคือ หน้าจะหายบวมรวมไปถึงกลับมาเป็นปกติภายใน 1-2 วัน


อาการบวมหลังฉีดเมโสแฟตมีลักษณะอย่างไร

การสังเกตอาการหลังที่ฉีด เมโสแฟต เป็นเรื่องที่ดีเพราะมันจะลดความไม่สบายใจในเรื่องของทำไม ฉีดเมโสแฟต หน้าบวมมาก ในบางครั้งการบวมหลังจากที่ฉีดเป็นเรื่องที่ไม่น่ากังวล เพราะว่ามันต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่อยากให้ทุกคนที่ฉีดนิ่งนอนใจจนเกินไป อย่างน้อยก็อยากจะให้ลองสังเกตอาการกันบ้าง การสังเกตอาการหลังฉีดก็ง่ายๆเลย สังเกตอาการบวมหลังฉีดนั้นแหละ ทุกคนทราบกันหรือไม่ว่าอาการบวมหลังฉีดมีทั้งแบบปกติและไม่ปกติ สำหรับวิธีการสังเกตอาการบวมที่ปกติกับไม่ปกติ หลังจากที่ ฉีดแฟต มีดังนี้

ลักษณะการบวมที่เป็นปกติหลังจากที่ฉีด 

คืออาการบวมช้ำจากรอยเข็ม มักจะพบได้กับผู้ที่มีสภาพผิวบาง ซึ่งอาการบวมนี้จะหายได้อย่างรวดเร็ว 1-2 วัน ก็จะหายไปปกติ นอกจากตรงนี้แล้วก็ยังมีอีกหนึ่งกรณีนั้นก็คือ กรณีที่มีการบวมจากยาที่ใช้ สังเกตได้จากคนที่เพื่อ ลดแก้ม จะเห็นว่ามีการบวมเกิดขึ้นมาในบริเวณที่ฉีด ซึ่งตัวยามันกำลังไป สลายไขมัน ตรงส่วนนั้นอยู่ อาการบวมจะหายไปหลังจากฉีดได้ 3-4 ชั่วโมง

ลักษณะการบวมที่ไม่เป็นปกติหลังจากที่ฉีด 

คือเกิดอาการบวมมากเป็นเวลานาน รู้สึกปวดร้าวตรงบริเวณที่ฉีดนานหลายวัน ถ้าหากมีอาการเหล่านี้ ให้สันนิษฐานได้ข้อเดียวเลยว่าตัวยาที่ใช้ไม่ใช่ของแท้ จึงเป็นผลทำให้เกิดผลข้างเคียง ถ้าหากว่ามีอาการบวมแดงแทรกมาด้วย ให้รีบไปพบแพทย์โดยทันทีเพราะอาจจะเกิดการติดเชื้อขึ้นมาได้


หลังจากฉีดแฟตบวมกี่วัน

สำหรับประเด็น ฉีดเมโสแฟต หน้าบวมมาก ตรงนี้ เราก็ได้อธิบายไปแล้วว่าอาการบวมจะหายเป็นปกติเมื่อผ่านไปแล้ว 1-2 วัน ถ้าหากอาการบวมยังไม่หายใน 1-2 วันนี้ ก็ให้สังเกตอาการตัวเองตามที่เราได้บอกเอาไว้ด้านบนได้เลย ถ้าหากว่ามีอาการปกติเหล่านั้นก็แสดงว่าตัวยาที่ใช้ฉีด เมโสแฟต เป็นยาที่ไม่มีคุณภาพ หรือได้รับยาในปริมาณมากที่มากจนเกินไป แนะนำว่าไม่ให้ปล่อยไว้ให้ไปพบแพทย์ในทันที เพื่อการรักษาที่ท่วงทัน หวังว่าหลังจากนี้คงไม่มีใครมาถามเราอีกแล้วว่า ฉีดแฟตบวมกี่วัน เพราะเราได้บอกข้อมูลทุกอย่างที่สำคัญเอาไว้หมดแล้ว หลังจากนี้ไม่ว่าใครก็ตามที่สนใจอยากจะ ฉีดแฟต เพื่อลดไขมันส่วนเกินต่างๆไม่ว่าจะเป็น ลดแก้ม ลดเหนียง ต้นแขน หรือบริเวณอื่นๆ ที่เราอยากจะกำจัดมันออกไป การฉีด สลายไขมัน เป็นวิธีที่เราอยากจะแนะนำที่สุด ถ้าหากว่าฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ บวกกับคุณภาพของยาที่มีประสิทธิภาพ รับประกันได้เลยว่าไม่อันตรายอย่างแน่นอน และสำหรับคนที่ยังสงสัยอีก

ว่าเมื่อฉีดตัวยาไปแล้ว ไขมันส่วนเกินเหล่านั้นมันจะหายไปอยู่ตรงส่วนไหนของร่างกายเรา คำตอบตรงนี้ง่ายๆเลยคือ มันจะถูกขับออกจากร่างกายผ่านทางเหงื่อ ปัสสาวะ และอุจจาระ เป็นต้น

เมโสแฟต

ข้อห้ามหลังจากฉีดเมโสแฟต

หลังจากที่ฉีด เมโสแฟต ไปแล้ว ทางแพทย์เขาจะอธิบายถึงวิธีการดูแลหลังการฉีด เพื่อไม่ให้เกิดอาการแทรกซ้อน ดังนั้น สำหรับคนที่พึ่งจะเคยฉีดเป็นครั้งแรกถ้าไม่ ฉีดเมโสแฟต หน้าบวมมาก จนถึงขั้นติดเชื้อร้ายแรง ก็ควรที่จะตั้งใจฟังและทำตามอย่างเคร่งครัด สำหรับข้อห้ามหลังจากที่ฉีดยา สลายไขมัน มีข้อห้ามดังต่อไปนี้

ในกรณีที่ ฉีดแฟต บริเวณใบหน้า หรือแก้มมันจะมีข้อห้ามหลายข้อมากๆ ที่ไม่ควรทำ ซึ่งข้อห้ามเหล่านั้นก็มีดังนี้

  • สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเลยนั้นก็คือ ห้ามอบซาวน่าเด็ดขาด
  • ห้ามขัดหน้า หรือลงสารเคมีใดๆ ทั้งสิ้นบนใบหน้า
  • เป็นไปได้ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มมึนเมา ในระยะเวลา 3 วันเป็นต้นไป
  • ปรับเปลี่ยนวิธีการรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยง ของหวาน ของมัน ของทอด
  • ออกกำลังกายได้เบาๆ เช่น โยคะ
ข้อห้ามหลังฉีดเมโสแฟต

ในกรณีเรื่องของการรับประทานอาหาร มีหลายคนชอบเข้าใจผิดในเรื่องนี้ พร้อมกับตั้งคำถามมากมาย คำถามที่หลายคนชอบถามหลังจากที่ฉีดไป

  • สามารถรับประทานอาหารและเภทของหมักของดอง จำพวกปลาร้าได้หรือไม่
  • สามารถรับประทานอาหารเสริมได้ตามปกติไหม
  • สามารถนอนคว่ำหน้า หรือราบไปกับพื้นได้หรือเปล่า

สำหรับคำถามเหล่านี้ เราขออธิบายให้ชัดเจนตรงนี้เลยว่าคุณสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ หลังจากที่ฉีดแล้วตัวผู้ฉีดสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติได้เลย แต่ให้เฝ้าระวังและดูแลตามที่แพทย์สั่งไว้อย่างเคร่งครัดด้วย


วิธีลดอาการบวมหลังจากฉีดเมโสแฟต

สำหรับมือใหม่หัดฉีด เมโสแฟต ไม่ว่าจะฉีดเพื่อลดต้นแขน ต้นขา ลดแก้ม หรือ ลดเหนียง ก็ตามทีถ้าหากว่าไม่อยากประสบปัญหากับ ฉีดเมโสแฟต หน้าบวมมาก ก็ควรที่จะมีวิธีการรับมือเอาไว้บ้าง ซึ่งวิธีการรับมือนั้นก็ประกอบไปด้วยหลากหลายวิธีเช่นกัน สำหรับคนที่ฉีดช่วงบริเวณใบหน้าแน่นอนอยู่แล้วว่าอาการบวมมันจะต้องเกิดขึ้น ดังนั้น ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นคนฉีดให้คุณ หลังการฉีดเสร็จสิ้นเขาก็จะมีคำแนะนำหลังการฉีด คำแนะนำในที่นี้ก็คือ การดูแลหลังฉีด หรือวิธีการที่จะช่วยทุเลาอาการบวมของใบหน้านั้นเอง และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาดูวิธีการดูแลหลังการฉีดไปพร้อมๆ กับวิธีลดอาการบวมหลังฉีดกันเลย

การดื่มน้ำให้เพียงพอ 

การที่แพทย์ได้มีการแนะนำให้ดื่มน้ำเยอะๆ ก็เพราะว่าน้ำจะช่วยขับพวกไขมันส่วนเกินออกจากร่างกายนั้นเอง ดังนั้น ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 1-2 ลิตรจะดีมาก

การใช้เจลเย็นประคบเย็น 

ถ้าหากว่ามีอาการปวดหลังจาก ฉีดแฟต ทางแก้ที่ดีที่สุดจากคำแนะนำของแพทย์นั้นก็คือ การใช้เจลเย็นประคบตรงบริเวณที่ปวดมากๆ การประคบเย็นจะช่วยลดทั้งอาการปวดและบวมในเวลาเดียวกัน

รับประทานยาลดบวม 

ถ้าหากว่ามีอาการบวมมากๆ นอกจากการประคบเย็นแล้วก็ยังมีอีกหนึ่งวิธีนั้นก็คือ การรับประทานยาแก้ลดบวม วิธีนี้ก็จะช่วยได้เหมือนกัน

ทั้ง 3 ข้อนี้ ก็จะเป็นคำแนะนำของแพทย์ส่วนใหญ่ สำหรับคนที่ไม่อยากรู้สึกเจ็บปวดกับอาการบวมนานๆ การใช้เจลเย็นประคบตรงบริเวณที่รู้สึกปวด จะสามารถช่วยทุเลาอาการปวดลงได้ หรือรับประทานยาที่ช่วยลดบวมก็ได้เช่นกัน ปัจจุบันนี้มีตัวยาที่ช่วยลดอาการบวม และทุเลาอาการปวดเกิดขึ้นเยอะ ดังนั้น ทุกคนไม่ต้องกังวลว่าจะรู้สึกทรมานกับอาการเหล่านี้นาน มีคนเคยบอกเอาไว้ว่าถ้าหากว่าอยากสวยก็ต้องอดทน ในเมื่ออยากสวยก็ต้องอดทน


ป้องกันอาการบวมหลังจากฉีดเมโสแฟตด้วยตัวเองได้อย่างไร

นอกเหนือจากคำแนะนำการดูแลของแพทย์แล้ว เราก็สามารถดูแลด้วยวิธีของเราได้เช่นกัน การดูแลด้วยตนเองหลังการฉีด เมโสแฟต เป็นเรื่องที่สำคัญมาก สำคัญยิ่งกว่าความกังวลใจในเรื่องของ ฉีดเมโสแฟต หน้าบวมมาก เสียอีก หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมมันถึงได้สำคัญ สำหรับคำตอบนั้นก็คือ ฉีดแฟตบวม กี่วัน หรือ ตัวยาที่ฉีดไปจัคงอยู่ได้นานแค่ไหน ทุกคำถามที่คุณสงสัยนั้นล้วนแล้วแต่การดูแลของตัวคุณเองทั้งนั้น ดังนั้น เรื่องของการดูแลหลังการฉีดถึงได้สำคัญยิ่งกว่าความกังวลของคุณทั้งสิ้น เพราะถ้าหากว่าคุณฉีดไปแล้วแต่คุณกลับไม่มีการดูแล ไม่ค่อยสังเกตอาการปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น คุณไม่รู้ตัวหรอกว่าผลข้างเคียงที่มันจะตามมามันอันตรายมากอย่างไร เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่ไม่อยากให้ใบหน้าของคุณติดเชื้อ หรือมีอาการที่ร้ายแรงไปมากกว่านั้น เรามีวิธีการดูแลด้วยตนเองง่ายกลังจากที่ ฉีดแฟต มาแนะนำ เป็นวิธีการง่ายๆที่สามารถนำไปใช้ได้ทันที

  • หมั่นนวดเบาๆ เป็นระยะๆ เพื่อให้ตัวยาที่ฉีดไปกระจาย เพื่อที่จะได้ สลายไขมัน ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • หากมีอาการปวด หรืออาการบวมเกิดขึ้น แนะนำว่าให้ประคบเย็นจะได้ผลดีที่สุด
  • หลังจากฉีดสิ่งที่จะต้องทำที่สุดนั้นก็คือ การดื่มน้ำให้เยอะๆ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยๆ 1-2 ลิตรขึ้นไป
  • ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหารสักระยะ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงจะดีที่สุด

เมโสแฟต

คำถามที่พบบ่อยหลังจากฉีดเมโสแฟต

ช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงของคำถามที่จะพบบ่อยมากของการ ฉีดเมโสแฟต หน้าบวมมาก ถ้าอย่างนั้นเราจะมาดูกันว่าคำถามส่วนใหญ่จะมีอะไรบ้าง

ฉีดเมโสแฟตแล้วเป็นก้อนแก้ไขอย่างไร มีอันตรายหรือไม่ ?

คำตอบคือ ถ้าหากมีอาการเพียงแค่แก้มบวมเป็นก้อนเท่านั้น ยังไม่มีอาการปวดใดๆ ให้ดูแลตามคำแนะนำของแพทย์ หลังจากนั้น 3-4 ชั่วโมง แก้มก็จะยุบอาการก็จะดีขึ้น

ฉีดเมโสแฟตแล้วดื่มแอลกอฮอล์ได้เลยไหม ?

คำตอบคือ ไม่ได้ งดดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มมึนเมาทุกชนิด เป็นข้อห้ามที่ควรปฏิบัติมากที่สุด

ฉีดเมโสแฟตแล้วไม่ต้องควบคุมอาหารได้หรือไม่ ?

คำตอบคือ ไม่ได้ ถึงแม้ว่าในกาฉีดตัวยา สลายไขมัน ตรงนี้จะไม่บังคับในเรื่องของการกิน แต่อย่างน้อยๆ ก็ควรที่จะควบคุมในเรื่องของอาหารที่มีไขมันสูงไว้ก็ดี


ข้อสรุป

ฉีดเมโสแฟต หน้าบวมมาก เป็นเพียงแค่ความกังวลจนมากเกินไปของคนที่ยังไม่เคยมาฉีดเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้ว อาการบวมมากหลังการฉีดเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้น แต่ดีที่ปัจจุบันนี้มีวิธีการรักษาและวิธีการบดอาการบวมที่ได้ผลมากขึ้น ทำให้คนที่เข้ามาฉีดไม่รู้สึกเจ็บปวด หรือลดความกังวลไปได้มาก ไม่ว่าใครก็ตามที่กำลังสนใจการฉีด เมโสแฟต เพื่อที่จะ สลายไขมัน ส่วนเกินที่คุณไม่ต้องการให้มันออกไปจากร่างกายของคุณ ถ้าหากว่าคุณมีความกังวลในเรื่องของอาการบวม เช่น ฉีดแฟตบวมกี่วัน อันตรายไหม มีวิธีการดูแลและลดอาการบวมอย่างไรบ้าง คุณสามารถเข้ามาอ่านบทความของเราได้เลย เพราะในบทความของเราอัดแน่นไปด้วยความรู้และสาระมากมาย มันจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับคุณ


เพิ่มเพื่อนไลน์